ไม่พบผลการค้นหา
'สุดารัตน์' นำส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อุดรธานี จี้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาภัยแล้ง เอื้อเกษตรกรรายย่อยมีเงินลงทุนก่อนฝนตก พร้อมวาง ส.ส.ตั้งกระทู้ทวงถามรัฐบาลกลางสภาฯ ขณะที่ ส.ส.อุดรธานี เผยปริมาณน้ำในเขื่อนเก็บน้ำห้วยหลวงน้อยกว่าปีก่อนถึง 3 เท่า จี้ประกาศภัยแล้งพื้นที่ จ.อุดรธานี

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.ยุติธรรมพร้อมด้วย ส.ส. อุดรธานี ส.ส.บึงกาฬ ส.ส.หนองบัวลำภู ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่วมรับฟังการบรรยาสถานการณ์น้ำใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ที่เขื่อนห้วยหลวงทุ่งนามน จากกำนันผู้ใหญ่บ้าน และรับฟังการสะท้อนปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าน้ำแล้งไม่มีน้ำทำนา ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ก็อยากให้มีการขุดลอกหนองน้ำทุ่งนามนเพื่อให้เก็บน้ำได้มากขึ้น เนื่องจากหนองน้ำเริ่มตื้นเขิน และอยากให้มีการพัฒนาหนองน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนกับหนองประจักษ์ ซึ่ง ส.ส. ที่มาก็รับเรื่องเพื่อที่จะไปเข้าที่ประชุมสภาตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณางบประมาณในการขุดลอกหนองน้ำ และการผลักดันงบประมาณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจเลือก ส.ส. พรรคเพื่อไทย และตนเคยกล่าวอะไรไว้กับประชาชนตอนหาเสียงจำได้หมด แต่เสียใจที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล ตนเห็นว่าปัญหาสำคัญที่สุดคือราคาพืชผลการเกษตร แล้วยังมาเจอภัยแล้งซ้ำ อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยจะเข้าไปทวงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจากรัฐบาลให้ได้ อีกทั้งจะยังช่วยเจรจาและหาวิธีทำให้ราคาสินค้าการเกษตรสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ส.ส. พรรคก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการราคาพืชผลการเกษตร เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยให้กับเกษตรกร วันนี้ตนมาให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากตนได้ยิน ส.ส. ในพื้นที่หลายคนสะท้อนปัญหาของประชาชนให้ฟังอยู่เสมอ 

ด้านนายปลอดประสพ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความรู้ในการจัดการกับภัยแล้ง กว่าจะประกาศพื้นที่ภัยแล้งก็ฝนตกน้ำท่วมเสียแล้ว แต่ตนเชื่อว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำได้ 

หลังจากนั้น ชาวบ้าน และกลุ่มแม่บ้าน เข้ามากอด ถ่ายรูป และเล่าปัญหาความทุกข์ยากให้กับคุณหญิงสุดารัตน์ฟัง ก่อนที่คุณหญิงและคณะเดินทางไปดูระดับน้ำบนเขื่อนเก็บน้ำห้วยหลวง พร้อมฟังบรรยาจากสำนักชลประทานที่ 5 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี 

สุดารัตน์ 5715.jpgสุดารัตน์ เพื่อไทย 5508.jpg

'สุดารัตน์' บี้รัฐบาลเร่งชดเชยภัยแล้งใน ส.ค.

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการบริหารจัดการน้ำและการแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาลว่า ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาน้ำแล้งจัดจนข้าวในนาหรือพืชไร่ต่างๆ ยืนต้นตาย และเพิ่งมีฝนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อฝนมาบางพื้นที่ก็น้ำท่วม พี่น้องประชาชนยากลำบากมากเพราะนอกจากจะประสบภัยแล้งแล้วยังโดนน้ำท่วมซัดสาด สำหรับจังหวัดอุดรธานีมีน้ำในเขื่อนแค่ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ และกรมชลประทานเองก็ยังคาดเดาสถานการณ์ข้างหน้าได้ไม่ชัด หากฝนตกและสามารถเก็บน้ำในเขื่อนได้เพียงพอก็สามารถปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรได้ แต่ถ้าฝนตกแล้วไม่เข้าเขื่อนก็ต้องเก็บน้ำที่เหลือสำรองไว้สำหรับการอุปโภคบริโภค ซึ่งหากถ้ารัฐบาลเชื่อตั้งแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้อง และพูดความจริงกับประชาชนว่าพื้นที่ไหนไม่มีน้ำช่วยเหลือทางการเกษตรให้ก็ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติและให้เงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ต้องเสียแรง เสียเวลา เสียเงินในการลงทุนปลูกข้าวหรือพืชอื่นๆ แล้วเก็บผลไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำตาม จนตอนนี้น้ำเพื่อการเกษตรแทบจะไม่มี และได้รับผลกระทบกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นพรรคจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินชดเชยภัยแล้งให้เร็วที่สุดภายในเดือน ส.ค.นี้ เพราะหากมีฝนตกช่วงปลายปี ประชาชนก็จะสามารถเอาเงินไปลงทุนผลิตอย่างอื่นได้บ้าง 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า จากมติ ครม. ที่ผ่านมา จำนวนเงินชดเชยน้อยมาก ข้าวเพียง 1,113 บาทต่อไร่ ราคาใกล้เคียงกับพืชไร่ พืชสวนประมาณ 1,600 บาท และกำหนดเพดานการชดเชยที่ 30 ไร่ แต่ในความจริงทุกวันนี้เกษตรกรไม่ได้มีที่ดินเยอะขนาดนั้น มีเพียงแค่ 5-10 ไร่ต่อราย ดังนั้นพรรคจึงอยากเสนอให้ขยับเพดานการชดเชยเป็นขั้นบันได เช่น 5-10 ไร่แรก ชดเชย 2,500 บาทขึ้นไป เพราะข้าวแต่ละไร่ต้นทุนสามพันกว่าบาทแล้วไม่รวมค่าปุ๋ยค่ายา โดยพรรคเพื่อไทยจะให้ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามในสภาถึงการชดเชย เพราะหากชดเชยช้ากว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์

“ฝนตกแล้ว ข้าวที่ตายไปแล้วก็ฟื้นคืนไม่ได้ วันนี้เป็นข้อเรียกร้องเป็นครั้งที่ 7 ครั้งที่ 8 ของพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็หวังว่ารัฐบาลจะฟังนะคะ”

สุดารัตน์ 40509665.jpg

นอกจากนี้ชาวบ้านยังสะท้อนปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ยางพารา และข้าว ประชาชนบอกว่าแม้วันนี้จะบอกว่าข้าวราคาสูงขึ้น แต่ก็ไม่มีข้าวขายเพราะเสียหายจากภัยแล้งไปหมดแล้ว รัฐบาลจึงต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อน

ส.ส.อุดรฯ เผยเชื่อนเก็บน้ำห้วยหลวงปริมาณน้ำน้อยปีก่อน 3 เท่า

ด้านนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนเก็บน้ำห้วยหลวงที่ปล่อยน้ำหนองน้ำทุ่งนามนต์ และแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรมอื่นๆ ปีนี้มีน้ำเหลือ 28 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยลงกว่าปีที่แล้ว 3 เท่า ทั้งที่มีความจุสูงสุดถึง 135 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากฝนแล้งกว่าทุกๆ ปี ขณะที่ต้องปล่อยน้ำออกวันละ 200,000 ลบ.ม. แต่มีน้ำเข้าเขื่อนเพียงวันละ 100,000 ลบ.ม. โดย จ.อุดรธานียังไม่ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง และชาวบ้านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งพวกตนจะไปเร่งรัดติดตามในสภาเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีแนวทางแก้ปัญหาน้ำแล้งอย่างยั่งยืน คือ โครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาสู่แม่น้ำเลย-ชี-มูล เนื่องจากเขื่อนนี้รับน้ำจากสันเขาอำเภอหนองวัวซอ และจังหวัดหนองบัวลำภู ดังนั้นโครงการนี้จะทำให้หลายจังหวัดที่ผันน้ำผ่านหมดปัญหาไม่มีน้ำสำหรับการเกษตรและน้ำประปา และจะสามารถทำนาปรังได้ โดยจะต้องร่วมมือกับรัฐบาลทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์และคณะเดินทางไปศูนย์เรียนรู้กลุ่มผ้าทอโบราณบ้านโนนกอก เพื่อเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีจากธรรมชาติ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง