ไม่พบผลการค้นหา
คุยกับ "หัสดิน จริยา" นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อเสรีภาพของเขากำลังถูกจับตามอง จากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ด้วยการเผยแพร่ข้อมูล พร้อมชี้เป้า "คนนี้น่าติดตาม(ตัว)"

ควันหลงกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" และ "เดินเชียร์ลุง" 2 อีเว้นท์การเมืองรับต้นปี 2563 ด้วยการส่งเสียงคัดค้านและมอบกำลังใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ทำหน้าที่กุมบังเหียนเป็นแม่ทัพรัฐบาล ร่วม 6 ปี นับตั้งแต่ทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ปี 2557 โดยกิจกรรมดังกล่าวแม้ว่าจะจบมาหลายวันแล้ว แต่การคุกคามละเมิดสิทธินำข้อมูลส่วนตัวเปิดเผยในโลกโซเชียล คล้ายยุคล่าแม่มดยังปรากฎให้เห็น


เดินเชียร์ลุง สวนลุม
  • งานเดินเชียร์ลุง

เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "นายหัสดิน จริยา" นักศึกษาชั้นปีที่1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษ์ เมื่อเสรีภาพของเขากำลังถูกจับตามอง จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย เปรียบเสมือนการถูกชี้เป้า ไม่ต่างจากผู้กระทำผิด เพียงการไม่เห็นด้วยและไม่ขอสนับสนุนการทำงานของผู้มีอำนาจ จึงประกาศตัวเข้าร่วม 'วิ่งไล่ลุง' เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องที่สั่นคลอนความเป็นส่วนตัวของหัสดินตลอดชีวิตมหาวิทยาลัย

หัสดิน ย้อนเล่าไปถึงวันที่เขาต้องเผชิญผู้ใหญ่ในระดับบริหารมหาวิทยาลัย

"หลังจากผมประกาศตัวผ่านเฟซบุ๊กแล้ว คณบดีท่านเรียกไปคุยด้วย เชิงไม่อยากให้เราไปเข้าร่วม"

แต่ก็ไม่เป็นดังผลเจรจาด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิของตน เขาจึงไม่ทรยศความเชื่อและหลักการเสรีภาพในการแสดงออก พร้อมยืนยันว่าลงได้ตัดสินใจแล้วจะทำเช่นที่ตั้งใจไว้

"ผมยืนยันคำเดิมว่าจะวิ่ง เพราะมันไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง ไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือกฎมหาวิทยาลัย ตราบใดที่ไม่ได้ไปทำความเดือดร้อน " วาจาหนักแน่นของเขา เห็นได้ชัดว่าเขามีอุดมการณ์ยืนข้างฝ่ายประชาธิปไตย เชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพ โดยเขาพูดเน้นย้ำบ่อยครั้งถึงคำว่า "สิทธิ" สะท้อนว่าสิ่งที่คนรุ่นใหม่มักถูกครหาว่าไม่รู้จักสิทธิของตนนั้น อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดตามคำกล่าวหา 

4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยกับข้อมูลที่ถูกเปิด

11 มกราคมมีผู้หวังดีนำข้อความที่พาดพิงถึงตัวเขามาให้เจ้าตัวรับรู้ โดยข้อมูลส่วนตัวของเขาถูกเปิดเผยในกรุ๊ปไลน์ของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย โดยมีการส่งต่อภาพพร้อมข้อความชี้นำว่า "คนนี้น่าติดตาม(ตัว)" พร้อมด้วยการเปิดเผยชื่อนามสกุล คณะ สาขา เลขบัตรประชาชน ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ชื่อผู้ปกครอง ที่อยู่ที่บ้านและมหาวิทยาลัย 



184010.jpg
  • ไลน์กลุ่มหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เขายอมรับว่าเรื่องนี้มีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตนักศึกษา เพราะการถูกเปิดข้อมูลลักษณะเช่นนี้ คงไม่ได้เป็นผลดีแน่ หนำซ้ำยังตอกย้ำภาพของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเป็นโลกคู่ขนานกับนักศึกษาผู้นี้

"วันนี้จะยื่นเรื่องไปที่ กมธ.สิทธิมนุษยชน (คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน) กรณีถูกคุกคาม ส่วนมหาวิทยาลัยคงไม่ร้องเรียนอะไร เพราะผมคิดว่าเดียวเรื่องก็เงียบ" 

เมื่อศรัทธาต่อความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษา การต่อสู้ในสภาจึงเป็นอีกช่องทางที่จะส่งเสียงว่าเขากำลังถูกละเมิด จากการร่วมกิจกรรมของผู้เห็นต่าง

ก่อนบทสนทนาจะสิ้นสุด เขาได้ยืนยันเอ่ยคำรบ ประกาศตัวชัดว่า เขานั้นศรัทธาในระบอบการปกครองแบบใด แม้จะเติบโตมาในยุคการปกครองของคณะรัฐประหาร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจขัดเกลาให้เห็นข้อดีข้อเสีย กลายเป็นผลผลิตอีกเมล็ดพันธุ์ที่สะท้อนความเบื่อหน่ายออกมา

"ถ้าเรามีประชาธิปไตย เราก็มีสิทธิมีเสียง สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ตราบใดที่เราไม่ไประรานคนอื่น ส่วนที่ไม่ชอบอีกฝ่ายเพราะเขาต้องการจะจำกัดสิทธิเรา ทำให้เราอยู่ใต้อำนาจ ซึ่งมันแตกต่างจากที่เรายึดถือ"


ภาพประกอบข่าว:แฟ้มภาพ

อ่่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิชิตศักดิ์ แก่นนาคำ
ผู้สื่อข่าว Voice Online
47Article
0Video
0Blog