ไม่พบผลการค้นหา
สธ.เผยผลคัดกรองโควิดเชิงรุก จ.สมุทรสาคร 9,451 ราย ผลแล็บออก 6,314 ราย พบติดเชื้อ 1,202 ราย คิดเป็น 19% ภาพรวมการติดเชื้อลดลง และผู้ติดเชื้อที่ตรวจในโรงพยาบาล 76 ราย ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อสมุทรสาครเป็น 1,278 ราย และมีผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้งใน 22 จังหวัด รวม 65 ราย แนะประชาชนเคยเดินทางไป 4 พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ตลาดกลางกุ้ง ตลาดทะเลไทย ตลาดมหาชัย และชุมชนซอยเศรษฐกิจ 13 ให้ไปรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ พญวลัยรัตน์ ไชยฟู นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดสมุทรสาคร โดย นพ.โสภณกล่าวว่า ผลคัดกรองเชิงรุกในจ.สมุทรสาคร จำนวน 9,451 ราย ออกแล้ว 6,314 ราย พบติดเชื้อ 1,202 ราย อัตราการติดเชื้อคิดเป็น 19% ถือว่าลดลงจากก่อนหน้านี้ที่อยู่ประมาณ 22.89% ผลไม่พบเชื้อ 5,112 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรสาครอีก 76 ราย เป็นคนไทย 72 ราย และเมียนมา 4 ราย ส่งผลให้การติดเชื้อโควิด-19 ใน จ.สมุทรสาคร รวมเป็น 1,278 ราย

สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่พบผู้ป่วยโควิด-19 และมีความเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร มีจำนวน 22 จังหวัด รวม 65 ราย ได้แก่ กทม. 16 ราย นครปฐม 10 ราย ฉะเชิงเทรา 6 ราย สมุทรปราการและสระบุรี จังหวัดละ 5 ราย ปทุมธานี 3 ราย กำแพงเพชร นนทบุรี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 2 ราย กระบี่ ขอนแก่น นครราชสีมา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ภูเก็ต สุพรรณบุรี อุตรดิตถ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ และชัยนาท จังหวัดละ 1 ราย โดยตัวเลขของแต่ละจังหวัดอาจเพิ่มขึ้น หากมีการสอบสวนค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังเชื่อมโยงกับตลาดกุ้ง มีเพียง 1-2 รายที่ติดเชื้อจากการมีคนในครอบครัวไปตลาดกุ้งแล้วติดเชื้อ

ทั้งนี้ การติดเชื้อของ จ.สมุทรสาคร จุดศูนย์กลางยังอยู่ที่ตลาดกลางกุ้ง โดยตรวจคัดกรอง 2,052 ราย พบติดเชื้อ 901 ราย คิดเป็น 44% ชุมชนซอยเศรษฐกิจ 13 ตรวจคัดกรอง 2,074 ราย พบติดเชื้อ 134 ราย คิดเป็น 6.5% ตลาดทะเลไทย ตรวจคัดกรอง 963 ราย พบติดเชื้อ 137 ราย คิดเป็น 14% สะพานปลา ตรวจคัดกรอง 491 ราย พบติดเชื้อ 2 ราย คิดเป็น 0.4% และชุมชนท่าจีน ตรวจคัดกรอง 449 ราย พบติดเชื้อ 18 ราย คิดเป็น 4% ซึ่งผลดังกล่าวทำให้ทราบขอบเขตและขนาดของปัญหา คือ มีการติดเชื้อที่จุดแรกสูง แต่เมื่อห่างออกมาการติดเชื้อก็ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายชุมชนที่รอผลการตรวจ

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลสุขภาพแรงงานข้ามชาติที่กักกันในอยู่หอพักบริเวณตลาดกลางกุ้ง มีการตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลรักษากรณีมีอาการเจ็บป่วยน้อย หากมีอาการมากจะส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล โดยวันที่ 22 ธ.ค. 2563 มีแรงงานข้ามชาติมารับบริการ 75 ราย พบว่ามีอาการเล็กน้อย คือ ปวดเมื่อย ไข้ ปวดศีรษะ แต่ส่วนใหญ่ตรวจแล้วไม่ใช่โควิด 19 ส่วนวันที่ 23 ธ.ค. 2563 มารับบริการเพิ่ม 44 ราย พบ 1 ราย มีไข้ อาการทางเดินหายใจ และเหนื่อย จึงตรวจรักษาเบื้องต้นและส่งต่อโรงพยาบาลสมุทรสาคร ขณะนี้ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้ จังหวัดอื่นมีการยกระดับการเฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดจะช่วยป้องกันตนเองได้


4 พื้นที่เสี่ยง มีประวัติเดินทางต้องตรวจโควิด

พญ.วลัยรัตน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนประวัติการเดินทางของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วง 14 วันก่อนเริ่มป่วย พบว่า ผู้ป่วยใน จ.สมุทรสาคร 44% ไปตลาดกลางกุ้ง, 14% ไปตลาดทะเลไทย, 6% ไปตลาดมหาชัย, 7% ไปชุมชนซอยเศรษฐกิจ 13, 1% ไปแพกุ้งมหาชัย และร้อยละ 1 ไปสะพานปลาไทย ส่วนผู้ป่วยนอก จ.สมุทรสาคร พบว่า 60% ไปตลาดกลางกุ้ง, 45% ไปตลาดทะเลไทย, 10% ไปตลาดมหาชัย และ 5% ไปแพกุ้งมหาชัย

จากข้อมูลนี้ทำให้ระบุได้ว่า มี 4 พื้นที่เสี่ยงต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อทุกคน ได้แก่ ตลาดกลางกุ้ง ตลาดทะเลไทย ตลาดมหาชัย และชุมชนซอยเศรษฐกิจ 13 ส่วนคนที่เดินทางไปยังสถานที่อื่นของ จ.สมุทรสาคร ขอให้สังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ ปวดเมื่อย ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้มารับการตรวจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ติดเชื้อกรณี จ.สมุทรสาคร มี 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.เดินทางมารักษาเองที่โรงพยาบาลและสอบสวนติดตามผู้สัมผัส 2. การค้นหาในชุมชน ส่วนหลักอยู่ในหอพักศรีเมืองบริเวณตลาดกลางกุ้ง แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่พักอาศัยภายนอก จึงได้รวบรวมรายชื่อเพื่อติดตามให้มารับการตรวจหาเชื้อในจังหวัดที่อาศัย

และ 3. คนที่อยู่ในหอพัก จังหวัดได้ส่งอาหารและน้ำดูแล แม้ความแออัดอาจทำให้มีการติดเชื้อเพิ่ม แต่มีทีมรักษาพยาบาลในพื้นที่ และได้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนอยู่ในห้องและสวมหน้ากาก แม้จะคนติดเชื้อและไม่ติดเชื้อจะอยู่ร่วมห้อง แต่การไม่ไปสัมผัสกัน แยกกันรับประทานอาหาร และสวมหน้ากาก ก็ช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จ.สมุทรสาครไม่ได้ห้ามคนไทยเดินทางเข้าออก เพียงแต่มีการตั้งด่านเพื่อตรวจวัดไข้ และให้ข้อมูลข่าวสาร ต้องปฏิบัติตัวเหมือนคนในชุมชน คือ เว้นระยะห่างจากคนอื่น สวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงสถานที่คนหนาแน่น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :