ไม่พบผลการค้นหา
นับถอยหลังใกล้ถึงเวลา 10 รัฐมนตรีขึ้นเขียง ‘ศึกซักฟอก’ ครั้งนี้ชื่อ ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ ไม่รอดอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสว่าชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หลุดจากการซักฟอก แต่แค่เพียงญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ร้อนแรงใช่ย่อย โดยเฉพาะข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร เป็น ‘ผู้มากบารมี-มีอิทธิพล’

ตั้งแต่ยุค คสช. มาแล้ว พล.อ.ประวิตร ได้ชื่อว่าเป็น ‘พี่ใหญ่ คสช.’ หรือ ‘บิ๊กบราเธอร์’ อยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้า คสช. 

ในยุคที่ ‘บารมี’ ของ พล.อ.ประวิตร เบ่งบาน เรียกได้ว่าคุมทั้งทหาร-ตร. เพราะนั่ง รมว.กลาโหม และ ประธาน ก.ตร. 

จนมายุครัฐบาลเลือกตั้ง ที่มี ‘แรงกดดัน-แรงเสียดทาน’ จากสังคมและพรรคร่วมรัฐบาล จึงทำให้ พล.อ.ประวิตร ‘โดนหั่นอำนาจ’ เหลือเพียง รองนายกฯ 

แม้ไม่ได้คุม ‘ทหาร-ตร.’ เต็มตัว แต่ พล.อ.ประวิตร ก็ยังคงมีบทบาทอยู่บ้างในฐานะ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เพราะมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาสภากลาโหม และเป็นรองนายกฯ ที่กำกับดูแล สตช. ด้วย ทว่าทิศทางบารมีไปเบ่งบานในฝั่งนักการเมืองแทน ในการประสานขั้วต่างๆทางการเมือง รวมทั้งการขึ้นเป็น หน.พรรคพลังประชารัฐ เองด้วย

ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปีก่อน ในสมัย พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในยุครัฐบาลทักษิณ 1 ได้รับแรงหนุนจาก ‘บิ๊กเหวียง’พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม ในขณะนั้น 

พล.อ.เชษฐา ได้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้บุกเบิกสายบูรพาพยัคฆ์’ สู่เส้นทางเหล็กขึ้นเป็น ผบ.ทบ. แต่อีกด้าน พล.อ.เชษฐา ก็ได้ชื่อว่าเป็น ‘สายลูกผสม’ ระหว่าง ‘วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์’ เพราะ เคยรับราชการที่ ร.1พัน.2 รอ. และเคยเป็น เสธ.พล.ร.2 รอ. 

ในยุคที่ พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. มีเพื่อนรักต่างสาย ตท.6-จปร.17 ที่ทำหน้าที่ประสานการเมือง คือ ‘บิ๊กกี่’พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่โตมาจากสายวงศ์เทวัญ 

ประวิตร ประยุทธ์ สุชาติ ชมกลิ่น คณะรัฐมนตรี ครม_2.ใหม่_๒๐๐๘๑๓.jpg

ในยุคนั้น พล.อ.นพดล มีตำแหน่งเป็น หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม อยู่กับ พล.อ.เชษฐา ถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ พล.อ.นพดล มีคอนเน็กชันทางการเมือง โดยในขณะนี้ก็ดำรงตำแหน่ง ส.ว. ด้วย

ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ พล.อ.ประวิตร ได้รู้จักกับ ‘คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์’ ด้วย และรู้จักกับ ‘หญิงหน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย ที่ดูแลพื้นที่ กทม. กับ ‘อรทัย ฐานะจาโร’ ที่เป็นลูกสะใภ้ พล.อ.เชษฐา 

แต่ในส่วนของ พล.อ.นพดล เคยให้สัมภาษณ์ว่า รู้จักกับคุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งแต่สมัยปี 2535 เพราะ พล.อ.นพดล เป็นนายทหารอยู่ใน บก.ทภ.1 ที่ต้องไปพูดคุยกับแกนนำผู้ชุมนุม คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม

จึงไม่แปลกที่จะมีกระแสข่าวโยงว่า ‘หญิงหน่อย’ จะไปตั้งพรรคใหม่ โดยมีมือดีลอย่าง พล.อ.นพดล ให้การสนับสนุน ซึ่งทั้ง ‘หญิงหน่อย-พล.อ.นพดล’ ก็ได้ออกมาปฏิเสธทั้งคู่ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ออกมาระบุว่า “ไม่มี”

ทว่า พล.อ.ประวิตร ก็รู้จักนักการเมืองภาคตะวันออก สมัยเป็นนายทหารเติบโตในพื้นที่ พล.ร.2 รอ. เพราะเติบโตในพื้นที่มายาวนาน หนึ่งในนั้น คือ ‘ป๋าเหนาะ-เสนาะ เทียนทอง’ เจ้าพ่อวังน้ำเย็น

มาถึงสมัย พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้รับการเทียบเชิญมาเป็น โดยยุคนั้นมี ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ เป็นผู้จัดการรัฐบาล ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ‘ราบ11’ โดย พล.อ.นพดล ก็ไปนั่งเป็น เลขานุการ รมว.กลาโหม ด้วย 

ประวิตร พลังประชารัฐ วิรัช _11321480.jpg

จึงเป็นอีกจุดสำคัญของของการเริ่มสายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งผ่านเหตุการณ์กรำศึกกับคนเสื้อแดง ปี2552-53 มาด้วยกัน ซึ่งขณะนั้น ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ ก็ถูกจับตา โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. จ่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.อนุพงษ์ นั่นเอง

ไม่นับรวม ‘เครือข่ายป่ารอยต่อ’ ที่ พล.อ.ประวิตร เป็น ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่มีเครือข่ายไปถึงภาคเอกชนด้วย

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังเป็น ประธานกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกว่า ‘ประมุขบ้านอัมพวัน’ 

เรียกได้ว่า พล.อ.ประวิตร ไปถึงหมดแทบทุกวงการ จึงเป็นจุดที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร เป็น ‘ผู้มากคอนเน็กชัน’

ดังนั้นสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร จึงเป็นลักษณะ ‘เกื้อหนุนกัน’ 

แม้ชื่อ พล.อ.ประวิตร จะเป็น ‘จุดอ่อน’ ของรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ยุค คสช. ทว่าก็มีความเป็น ‘จุดแข็ง’ ที่ไม่สามารถขาดได้ จึงทำให้ พล.อ.ประวิตร เก้าอี้เหนียว รวมทั้งมี พล.อ.อนุพงษ์ ที่คุมฝ่ายปกครอง ผ่านเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศด้วย

เป็นที่รู้กันว่าหากเจาะ พล.อ.ประวิตร ได้ก็เปรียบกับการเจาะรัฐบาลได้ รวมทั้งจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ สะเทือนไปด้วย 

เพราะทั้ง ‘ป.ป้อม-ป๊อก’ ถือเป็น ‘พี่’ คนสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เป็นทหารที่ ร.21 รอ. จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ 3 ป. อย่างชัดเจนมาแล้ว

“นี่คือ 3 ป.มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่มี 3 ป.เราจะทำอะไรได้ 2 คนนี้คือ ลูกพี่ฉัน สอนฉันให้เป็นคนดี สอนฉันให้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ถ้าไม่มีพี่ทั้ง 2 คน พี่ป๊อก และพี่ป้อม ฉันก็มีวันนี้ไม่ได้ ทุกอย่างไม่มีเพื่อตัวฉัน แต่เพื่อประเทศไทย เข้าใจหรือยัง" นายกฯ กล่าวหลังงานเลี้ยง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2562

ทว่าในข้อกล่าวหา ‘ผู้มีอิทธิพล’ พล.อ.ประวิตร ก็กล่าวเชิงติดตลกต่อข้อกล่าวว่า “ขายังเดินไม่ค่อยจะได้เลย จะเป็นผู้มีอิทธิพลได้อย่างไร” 

ทั้งนี้พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้ตั้ง ‘ทีมองครักษ์’ ขึ้นมาในศึกซักฟอกครั้งนี้ด้วย ซึ่ง ‘เฮียยักษ์-วิรัช รัตนเศรษฐ’ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ออกตัวชัดเจนในบรรดา 6 รัฐมนตรี พปชร. ห่วง พล.อ.ประวิตร มากที่สุดในการอภิปราย เพราะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ล่าสุด ‘อิทธิฤทธิ์’ ของ พล.อ.ประวิตร ยังแผ่ไม่หยุดในพรรคพลังประชารัฐ หลังปฏิบัติการ ‘ล็อบบี้’ ส.ส.กทม.ในพรรค ให้ช่วยหนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. ลงชิง ผู้ว่าฯกทม. 

จักรทิพย์

แน่นอนงานนี้ ‘ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ’ รองหัวหน้า พปชร. คงมีอาการเคืองไม่น้อย หลังได้ออกมาประกาศชัด ‘อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ’ ภรรยา ก็จะลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ด้วย 

ซึ่ง ‘ณัฏฐพล’ เปิดเผยว่า ได้แจ้ง พล.อ.ประวิตร เพื่อเตรียมขออนุญาตแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็รับทราบเพราะคนในครอบครัวตนเสนอตัวขึ้นมา เพื่อขออนุญาตแล้ว

หลังมีรายงานว่าในการประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางมายังที่ทำการ พปชร. ในจังหวะที่มีการประชุม ส.ส. โดยไม่ได้เข้าร่วมประชุมพรรค แต่ได้เรียก ส.ส. ขึ้นไปพบที่ห้องทำงาน ซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง

ในการประชุมส.ส.พรรค ช่วงหนึ่งระหว่างที่ ส.ส.กทม.บางส่วน ได้ขอสอบถามการส่ง ส.ก.ให้เป็นสิทธิ ส.ส.ในพื้นที่หรือไม่ โดย พล.อ.ประวิตร ระบุให้เป็นสิทธิ์ ส.ส.ในพื้นที่ โดยช่วงนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เปรยขึ้นมาว่า อยากให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ด้วย

ต่อมา พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวว่า “ทางโฆษกพรรคพลังประชารัฐได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าไม่จริงไง แล้วจะมาถามทำไมอีก ไม่จริงหรอก ขอให้รอประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน ว่าจะทำอย่างไร” แน่นอนว่าการตอบลักษณะเช่นนี้ ก็เพื่อ ‘แก้เกี้ยว’ เท่านั้น แต่หากอ่านใจ พล.อ.ประวิตร จะรู้ว่าเลือกใครไว้แล้ว

หากย้อนสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เรียกได้ว่าแนบแน่น เพราะ พล.อ.ประวิตร สมัยเป็น ประธาน ก.ตร. ได้สนับสนุนให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แซงหน้ารุ่นพี่ นั่งยาว 5 ปี เก้าอี้มั่นคง ท่ามกลางกระแสข่าวเลื่อยเก้าอี้

แม้ในระยะหลังมานี้ทั้ง พล.อ.ประวิตร กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมีระยะห่างกัน จากกรณีเรื่องราวของ ‘บิ๊กโจ๊ก’พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หลังโดนเด้งฟ้าผ่า จนต้องพ้นจากการเป็น ข้าราชการตำรวจ แล้วมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกฯ มาเป็นข้าราชการพลเรือนแทน และกรณีคดียิงรถ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อกตามมา จึงทำให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นิ่งเงียบมาถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามในงานวันเกิด พล.อ.ประวิตร วันที่ 11 ส.ค. 2563 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็ได้เข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร ครบ 75 ปี ทั้งที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และ ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดด้วยตัวเอง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ยังคงเดิม

แม้ว่า ‘ณัฏฐพล’ จะออกมาโต้กระแสข่าวจะลาออกหากไม่ส่ง ‘อีฟ-ทยา’ ลงผู้ว่าฯ โดย ‘ณัฏฐพล’ ระบุว่า ให้เป็นเรื่องการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรคและตนเคารพกติกาพรรค ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร ก็ประกาศชัดว่า ‘ถ้าผมอยู่ พรรคไม่แตก’ ถือเป็นการสะท้อนความมั่นใจของ พล.อ.ประวิตร ในเกมครั้งนี้

ทั้งหมดสะท้อน ‘บารมี-อิทธิพล-อิทธิฤทธิ์’ ของ พล.อ.ประวิตร ที่แผ่ไปทุกวงการ ไม่เว้นแต่ฝ่ายค้าน ที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆว่า “ก็รู้จักกันทั้งนั้น”

รอชม ‘บิ๊กบราเธอร์’ ขึ้นเขียง !!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
130Article
0Video
39Blog