ไม่พบผลการค้นหา
ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนปลดแอก กลุ่มราษฎร และกลุ่มเน็ตเวิร์กต่างๆ ที่โหมโรงนัดชุมนุมใหญ่ 18ก.ค.นี้ เพื่อรำลึกครบ 1 ปี การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกครั้งแรก

โดยนัดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การตั้งกรุ๊ปพูดคุยปัญหาโครงสร้างกองทัพและสิ่งที่ นร.เตรียมทหาร และ นร.เหล่าทัพต่างๆต้องเผชิญ โดยได้ตั้งกรุ๊ปแชทไลน์ชื่อว่า “ก้าวใหม่เตรียมทหาร” มีสมาชิกเข้ากรุ๊ปนับพันแอคเคาท์ หลังมีการแจกคิวอาร์โค้ด แต่บทสนทนาไม่สามารถควบคุมประเด็นการพูดคุยและกระจัดกระจาย ต่อมาจึงใช้ช่องทางคลับเฮ้าส์แทน

เมื่อสืบค้นจึงพบว่าผู้ที่ตั้งกรุ๊ปดังกล่าวขึ้นมา คือ เรืออากาศโท (ร.ท.)ธนเดช เพ็งสุข อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. (เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง) พรรคอนาคตใหม่

ร.ท.ธนเดช เป็นศิษย์เก่า ตท.52 - นายเรืออากาศรุ่น 59 หลังลาออกจากราชการทหาร ได้มาลงสนามการเมืองในนามอดีตพรรคอนาคตใหม่ ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง แม้ไม่สามารถคว้าชัยมาได้ แต่ ร.ท.ธนเดช ยังคงทำงานในพรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคก้าวไกล โดยนั่งในตำแหน่งกรรมการยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล

ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 สนามกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 8  ร.ท.ธนเดช ได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดับที่ 3 จำนวน 25,656 คะแนน โดยแพ้ให้กับ กษิดิ์เดช ชุติมันต์ จากพรรคพลังประชารัฐที่ได้รับเลือกตั้ง จำนวน 29,090 คะแนน ขณะที่ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง จากพรรคเพื่อไทย ได้ 26,122 คะแนน

ที่ผ่านมา ร.ท.ธนเดช มีบทบาทวิจารณ์แนวนโยบายและการตรวจสอบกองทัพเป็นหลัก ด้วยเป็น “อดีตทหาร” ย่อมเข้าใจโครงสร้างและเรื่องทางเทคนิคของกองทัพ เช่น การเฝ้าระวังคลัสเตอร์ทหาร หลังเหล่าทัพเรียกทหารใหม่รายงานตัว เข้าประจำการช่วง 1-3 ก.ค.ที่ผ่านมา , การจัดซื้อเครื่องบิน Airbus C295 , กรณีปืนอาก้าอาสาสมัครรักษาดินแดน จ.ชายแดนภาคใต้ สูญหาย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เรืออากาศโทธนเดช มองไปถึงโครงสร้าง ที่โยงไปถึงการ ‘ปฏิรูปกองทัพ’

ธนเดช เพ็งสุข อนาคตใหม่ ธนาธร -ECF3-431C-A68D-0A2BAA17CBDF.jpeg

ทั้งนี้ ร.ท.ธนเดช ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงจุดประสงค์การตั้งกรุ๊ปไลน์แชทดังกล่าว โดยใช้หัวข้อว่า “ก้าวใหม่เตรียมทหาร” ตอนหนึ่งว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านพวกเราก้มหัวให้กับคำสั่ง เราก้มหัวให้กับอำนาจอยุติธรรม เราหลับตาแล้วเชื่อมั่นว่าโลกของเรากว้าง ทั้งที่แคบยิ่งกว่าระยะห่างระหว่างเสาไป เราถูกสั่ง ถูกบังคับ เราถูกสอนให้แบ่งแยกทหาร กับพลเรือน และนี่คือเวทีแรกที่จะให้พวกเราลุกขึ้นยืน ตั้งคำถามกับระบบที่พวกเราเป็นอยู่ นี่คือเวทีแรกที่ให้พวกเรากล้าขึ้นมาหาคำตอบ และนี่คือเวทีแรกที่พวกเราจะร่วมกันลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง"

"สื่อสารให้พวกเขาได้รู้ ว่าเราก็ไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ หลายคนทักมาถามผม ว่าเราจะทำได้หรอ คุยไปได้อะไร ผมก็คงหาคำตอบถึงที่หมายปลายทางไม่ได้ แต่ก็อยากให้ทุกคนจับมือ แล้วเดินหน้าไปหาคำตอบพร้อมๆกัน แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่ง ว่าเราเปลี่ยนแปลงได้ เวลาจะอยู่ข้างเรา ขอให้ทุกคนมีเพียง 3 อย่าง อย่าเปลี่ยนใจ - อย่าหมดไฟ – อย่าหยุดฝัน” ก่อนทิ้งท้ายด้วยแฮชแท๊ก #เหล่าทัพราษฎร"

ต่อมา ร.ท.ธนเดช ได้ตั้งเพจขึ้นมาชื่อว่า “เหล่าทัพราษฎร” โดยโพสต์ถึงจุดประสงค์ในการตั้งเพจว่า "เหล่าทัพราษฎรคือการรวมตัวกันของนักเรียน และนายตำรวจทหารทุกเหล่าทัพ ที่มองเห็นถึงสภาพปัญหาขององค์กรที่เรารักและต้องการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เพจดังกล่าวจึงมีจุดมุ่งหมายในการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนร่วมกันระหว่างพี่น้องในองค์กร และเพื่อนพ้องนอกรั้วเพื่อลดความเป็นเขาเราอื่น เพื่อวันหนึ่ง เราจะได้เดินหน้าไปอย่างพร้อมเพรียงกันบนเส้นทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ถึงเวลาแล้วที่นายทหาร ตำรวจ จะต้องยืนหยัดเพื่อสิทธิ ศักดิ์ศรี เกียรติศักดิ์ และเสรีภาพของพวกเราเอง ถึงเวลาแล้ว ที่เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ จะต้องเป็นทหาร เป็นตำรวจ ของประชาชน”

021B2E8E-BB7F-4CAF-A7B2-42C39C643244.jpeg

ทั้งนี้ระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพจเหล่าทัพราษฎรมีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอและมีผู้ติดตามก้าวกระโดด ผ่านการสะท้อนปัญหาต่างๆในเหล่าทัพ เช่น เรื่องจุดตัดตอนความฝัน นร.เตรียมทหาร , การนิยามถึงคำว่า ตำรวจราบ เป็นต้น รวมทั้งการจัดคลับเฮ้าส์ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยปัญหาทั้ง 4 เหล่าทัพ และการทดลองใช้เทเลแกรมพูดคุย ในหัวข้อ "ปรับองค์กรยังไงให้สอดคล้องความต้องการของประชาชน และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป"

ทั้งนี้ ร.ท.ธนเดช ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จุดประสงค์การเคลื่อนไหวของตน เพราะทั้งคนที่เรียนเตรียมทหารและนายร้อยทุกเหล่า ต่างมีคนที่มีความคิดก้าวหน้าและได้มาพูดคุยกัน ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่สามารถพูดคุยในสิ่งเหล่านี้ได้เพราะไม่มีพื้นที่ในการพูด สำหรับตนได้ลาออกจากราชการทหาร เพราะหวังเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง จึงลุกขึ้นมาทำประเด็นเหล่านี้ การลาออกของตนจึงเท่ากับเป็นการยืนขึ้นมา

ซึ่งคนที่อยู่ในราชการไม่สามารถทำได้ เพื่อสร้างช่องทางให้คนอื่นได้ลุกขึ้นมาพูด เพื่อชี้ถึงก้าวใหม่ของกองทัพ ตนอยากเห็นกองทัพในรูปแบบใหม่ ถือเป็นการขยับก้าวแรก โดยมีเพื่อนพี่น้องในกองทัพร่วมด้วย ที่ผ่านมามีผู้ที่ส่งเสียงแทนประชาชน แทนนักการเมือง แต่ยังไม่มีผู้ส่งเสียงให้กับทหาร-ตำรวจ ซึ่งทหาร-ตำรวจเจเนอเรชั่นใหม่ มีที่เชื่อในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ 

“ผมสนใจการเมืองแต่เด็กๆ ก่อนมาสอบโรงเรียนเตรียมทหาร และเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศฯ ซึ่งผมไม่ได้เป็นเหล่านักบิน แต่อยู่เหล่าพลาธิการ จึงสามารถลาออกมาทำงานการเมืองได้ ผมจึงไม่เสียดายกับการตัดสินใจที่ผ่านมา โดยส่วนตัวอยากทำงานการเมือง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ในการตัดสินใจมาสู่สนามการเมือง” ร.ท.ธนเดช กล่าว

ม็อบ 21 ต.ค. แยกอุรุพงษ์ คณะราษฎร

ร.ท.ธนเดช เปิดเผยอีกว่า หลังเคลื่อนไหวได้ 1 วัน ได้มีเสียงเตือนมายังตนโดยตรง หรือฝากเพื่อนๆตนมา แต่ตนขอยืนยันในการทำต่อไป เพราะหมดเวลากลัว แม้ว่าจะมีความกลัวอยู่บ้างก็ตาม เพื่อให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนและเป็นความหวังในการทำให้สำเร็จ ดีกว่าไม่ทำเลย ซึ่งการเติบโตของเพจมีจำนวนผู้ติดตามและผู้ที่ให้ความสนใจ ถือว่าเร็วกว่าที่คิดไว้ ซึ่งสิ่งที่เราวางแผนไว้คือจะยังคงใช้ช่องทางแลกเปลี่ยนกับสังคมต่อไป เช่น เรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การปฏิรูปกองทัพ เป็นต้น ผ่านช่องทางคลับเฮ้าส์ และ เทเลแกรม

"การออกมาทำของตนครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล ตนทำในนามส่วนตัวและร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆเท่านั้น" ร.ท.ธนเดช

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าใน “เหล่าทัพ” มี “New Men” หรือ “เหล่าทัพรุ่นใหม่” อยู่ แต่ถูกกดด้วยโครงสร้างอำนาจและวัฒนธรรมเฉพาะตัว ซึ่งคนรุ่นใหม่ในเหล่าทัพเติบโตมาในยุคโลกไร้พรมแดนเฉกเช่นคนรุ่นใหม่พลเรือน เสพสื่อเหมือนกัน

แต่วิธีแสดงออกต่างกัน “เหล่าทัพรุ่นใหม่” เติบโตกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การฝึกกับนานาชาติ ดังนั้นแนวคิดและภูมิหลังจึงต่างจากคนรุ่นก่อนหน้านี้ ในขณะนี้ภายในเหล่าทัพมีคนอยู่ราว 3 เจเนอเรชั่น ที่มีการปะทะทางความคิดอยู่ภายในกองทัพ และสิ่งเหล่านี้ก็ตอกย้ำว่า “แนวคิดแบบอนาคตใหม่” แทรกซึมเข้าไปในเหล่าทัพแล้ว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
150Article
0Video
39Blog