ไม่พบผลการค้นหา
เข้าสู่ยุค ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขึ้นคุมกองทัพบกมา 2 สัปดาห์ จนกระทั่งเปิดใจครั้งแรก โดย ‘บิ๊กแดง’ หลังพ้นจากตำแหน่ง มทภ.1 ขึ้น 5 เสือ ทบ. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ

และได้โลว์โปร์ไฟล์ตัวเองลงไป แม้จะมีข่าวพาดพิงอยู่ตลอด และทำงานในหน้าที่ควบคู่การฝึกหลักสูตรพิเศษ โดยเฉพาะจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ ติด ‘แบล็กลิสต์’ นับจากเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงช่วงปี 2552 ผ่านปฏิบัติการยึดคืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไทยคม จ.ปทุมธานี สมัยเป็น ผู้การ ร.11 รอ. ทำให้ถูกโยกไปเป็น ผบ.พล.ร.11 ฉะเชิงเทรา และ ผบ.มทบ.15 เพชรบุรี ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้เกือบหลุดไลน์ ‘เส้นทางเหล็ก’ ไป

แต่สุดท้ายได้กลับเข้ากรุงขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็นผบ.ทบ. ในการจัดทำโผโยกย้ายกลางปี (เม.ย.57) ก่อนเหตุการณ์ รัฐประหาร 1 เดือน ซึ่ง พล.1 รอ. ดูแลพื้นที่กรุงเทพชั้นใน แสดงถึงความไว้วางใจที่มีให้ ทำให้ ‘บิ๊กแดง’ ชื่นชมและเข้าใจ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น้อยในการชี้แจงเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และยกให้เป็น ‘ไอดอล’ ในการทำงาน

“ผมมีความคุ้นเคยกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่มีเรื่องส่วนตัวกับท่าน เพราะท่านใช้ผมทำงานมาโดยตลอด เดือนหนึ่งได้เจอกัน 5 ถึง 10 นาทีก็เต็มที่แล้ว ผมถึงบอกว่าความเป็นกลางก่อนผมในฐานะที่เป็น ผบ.ทบ. ผมเจอท่านในเวลาสั้นๆ ถือว่าเก่งแล้วในชีวิตนี้เคยนั่งคุยกับท่านไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ได้เห็นความรัก ความรู้ ความทุ่มเทในการทำงานของท่าน ซึ่งเป็นแบบอย่างหนึ่งของผมในการดำเนินงานด้านราชการและถ้าวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตัดสินใจ บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยู่ที่ประชาชน" พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

ประยุทธ์ ทหาร กองทัพ 0_Hkg10091043.jpg

แน่นอนว่าคำพูดนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อุ่นใจไม่น้อย หากยังไม่สามารถ ‘ลงหลังเสือ’ ได้ และต้องเข้าสู่สนามการเมือง หรือขึ้นเป็นนายกฯ อีกครั้ง

ท่ามกลางบรรดานักการเมืองซีเนียร์ - จูเนียร์ ที่รอต้อนรับ ‘นักการเมืองเฟรชชี่’ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่สถานการณ์และสภาพการทำงานจะแตกต่างจากยุค คสช.แน่นอน

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเปิด 3 ช่องทางโซเชียลฯ สื่อสารกับประชาชน แต่ก็ต้องเจอกับทั้งเสียง ‘เชียร์ แอนด์ แช่ง’ จากกองหนุนและกองต้านที่มีอยู่ แม้นายกฯจะยำว่าเป็น ‘ตู่ดิจิทัล’ เปิดใจกว้างอยู่แล้วก็ตาม

แต่ประโยคที่ทำให้หนาวๆ ร้อนๆ กันถ้วนหน้าหนีไม่พ้น ในยุค ‘บิ๊กแดง’ จะมีการรัฐประหาร-ปฏิวัติหรือไม่ ?

ในเวลา 2 ปีนับจากนี้ ก่อนที่ พล.อ.อภิรัชต์ จะเกษียณฯ ปี63 ซึ่งก็ไม่ได้มีคำตอบที่ชัด หรือเรียกได้ว่า ‘ไม่รับประกัน’ ว่าจะไม่มีการปฏิวัติ-รัฐประหารในยุค พล.อ.อภิรัชต์

แน่นอนพร้อมเปิดช่องว่า ‘การเมือง-จลาจล’ คือสาเหตุของการรัฐประหารด้วย ทำให้เครือข่ายต้านคสช. - คนเสื้อแดงหวั่นไจไม่น้อย

“ผมเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ สิ่งที่สื่อถามว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่ ผมหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเมืองอย่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติอีก"

"ผมมั่นใจว่า ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ก็ไม่มีอะไร ประเทศไทยเคยมีปฏิวัติมา 10 กว่าครั้ง แต่ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะช่วงหลังเกิดจากการเมืองทั้งสิ้น” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

หากย้อนกลับไปรัฐประหารปี2549 และ 2557 ล้วนมีม็อบปูทางทั้งสิ้นในการให้ทหารออกมาทำรัฐประหาร หรือผลักเหตุการณ์ไปให้ถึง ‘จุดสุญญากาศทางการเมือง’ ซึ่งก็เป็นขั้วเดิมที่ต้าน ‘ระบอบทักษิณ’ ที่สมัยเมื่อ 10 ปีก่อน นำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้ง

สุเทพ เทือกสุบรรณ กปปส Cover Template.jpg

ผ่านมาไม่ถึง 8 ปี ก็เกิด กปปส. ที่จุดติดจากการค้าน ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จนนำมาสู่การโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แม้รัฐบางจะประกาศยุบสภาจัดการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งก็ถูกขัดขวางโดย กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งถือก็เป็น ‘โมฆะ’ ไป��้วย ดังนั้นเหตุการณ์ ‘ความขัดแย้ง’ จึงเป็นที่ชัดเจนว่า ‘ถูกปูทางวางแผน’ มาอยู่แล้ว

ที่สำคัญ ‘กำนันเทือก’สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. และผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็ออกมาแสดงความเห็นถึงการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ไม่ ‘ประกัน’ ได้ว่าจะมีการรัฐประหารหรือไม่ในอนาคต

นายสุเทพก็เชื่อเหตุการณ์ช่วงเลือกตั้งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรด้วย ซึ่งตั้งแต่ช่วงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ‘สุเทพ’ และ กปปส. ก็ปูทางเรื่องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และเป็น ‘กองหนุน’ ให้กับ คสช. และพล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมาด้วย และได้ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย รวมพลคน กปปส. กลับมา

"การที่ ผบ.ทบ.ไม่ปฏิเสธเรื่องการรัฐประหารอีกนั้น คนตั้งคำถามอาจกังวลเองไปล่วงหน้า ใครมาเป็น ผบ.ทบ.เขาไม่สามารถตอบเรื่องอนาคตได้ ท่านตอบตามหลักการ นั่นถือว่าถูกต้องแล้ว ถ้าไปคาดคั้นให้ปฏิเสธ ถ้าไม่มีเรื่องแล้วเขาจะออกมาทำไม" นายสุเทพ กล่าว

มาพร้อมด้วย ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ย้ำว่า พล.อ.อภิรัชต์ พูดเรื่องจริง และ​ เชื่อ ‘ไม่มีรัฐประหาร’ หลัง ‘บิ๊กแดง’ ไม่ยืนยันและอยู่ที่สถานการณ์การเมือง

ประชาธิปไตย-ทหาร-คสช.-กองทัพ-ปืน-ท็อปบูต

ด้าน ‘บิ๊กต่าย’พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. ย้ำถึงคำพูด ‘บิ๊กแดง’ ว่า พล.อ.อภิรัชต์พูดมีเหตุผล ตนเชื่อว่าทหาร และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ใหญ่ในรัฐบาล ประชาชน และทหาร ก็ไม่อยากปฏิวัติอยู่แล้ว แต่ทหารมีหน้าที่รักษาความสงบ ถ้าทุกคนอยู่ในกติกา ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต พร้อมโต้ฝ่ายการเมือง ‘คิดลึก’ เกินไป ชี้ว่าทหารมี ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ สร้างสถานการณ์จราจล ปูทางปฏิวัติขึ้น

“ลึกเกินไปหรือเปล่า ผมไม่เกี่ยวข้อง พวกเราก็ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหตุที่เกิดตรงหน้า เมื่อเป็นหน้าที่ก็ต้องคงต้องทำ แต่คำถามที่ถามลึกเกินไป พวกเราไม่รู้รายละเอียด ไม่รู้ว่าใครทำ และคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก เราต้องช่วยกันจริงๆ ประเทศเราจะได้เดินหน้า” พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าว

ที่สำคัญในการกล่าวของ ‘บิ๊กแดง’ ก็ย้ำถึงเหตุการณ์ในอดีตเรื่อง “ถนนถูกบล็อก คนไทยออกมาตีกัน ยิงกัน ฆ่ากัน”

“ยั่วยุให้จุดไฟเผา มีการประกอบระเบิด”

"จุดไฟเผาในเมือง เกิดกลียุค” เป็นต้น

ซึ่งก็ทำให้มีกระแสตีกลับจากฟากฝั่งการเมืองไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงช่วงปี2552- 2553 ที่ถูกโจมตีด้วยว่า ‘พวกเผาบ้าน เผาเมือง’ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือที่เรียกว่า ‘เมษาเลือด 52’ และ ‘พฤษภา 53’

ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึง ‘บทบาท’ ของ พล.อ.อภิรัชต์ นับจากนี้จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกับกลุ่มต้านคสช.และคนเสื้อแดง

แม้ ‘บิ๊กแดง’ จะย้ำถึงบทบาททหารที่ต้อง ‘เป็นกลาง’ ก็ตาม เพื่อไม่ให้กลุ่มการเมืองนำไปใช้หวังผล สนับสนุนในทุกรัฐบาล ย้ำความเป็นทหารอาชีพ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 ที่พร้อมให้การสนับสนุนหาก กกต. ร้องขอมา

“ทหารไม่มีความจำเป็นต้องหาเสียง เพราะไม่รู้จะหาเสียงไปเพื่ออะไร การช่วยเหลือประชาชนถือเป็นหน้าที่เป็นอาชีพของทหาร ไม่ได้ต้องการช่วยเหลือเพื่อให้ได้เสียงมา เราช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดในทุกภารกิจ ในทุกครั้งที่ประชาชนเดือดร้อน นี่คือหน้าที่ของทหาร โดยอาชีพ โดยจิตสำนึก และจิตอาสา ในทางกลับกัน ผมอยากให้กำลังพลระมัดระวังการฉกฉวยโอกาสที่มองว่าการไปช่วยเหลือประชาชนของทหารนั้นเป็นการหาเสียง” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

ขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ ย้ำ ในหลวงรัชกาลที่ 10 คือ องค์จอมทัพไทย ที่กองทัพพร้อมปกป้องสถาบันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี

“ผมจะปกป้องสถาบัน ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

ทั้งหมดนี้อย่าได้กระพริบตา ทบ. ยุค ‘อภิรัชต์’ ว่าจะ ‘บู๊’ ขนาดไหน ทั้งภารกิจทั้งในและนอกรั้ว ทบ.

โดยเฉพาะจากการจับตาของกลุ่มการเมืองฟากฝั่งต่างๆ ที่กำลังจับทิศทางลมอยู่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

อภิรัชต์

ที่สำคัญหากผลการเลือกตั้งแล้ว ขั้วพรรคเพื่อไทยกลับมามีอำนาจอีกครั้ง บทบาทและความสัมพันธ์ของ ‘กองทัพ’ กับ ‘รัฐบาล’ จะเป็นอย่างไร

ที่สำคัญยังคงมีกระแสการตั้ง ‘รัฐบาลเฉพาะกาล’ เกิดขึ้นด้วย หากผลการเลือกตั้งสุดท้ายแล้ว ไม่สามารถหา นายกฯ ได้หรือสังคมไม่ยอมรับ ก็จะต้องมีการตั้ง ‘นายกฯ คนกลาง’ มาวางกติกาจัดเลือกตั้งขึ้นใหม่ด้วย ดังนั้นเส้นทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้ง จึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่การมี ผบ.ทบ. ชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ ก็ทำให้ ‘อุ่นใจ’ ไม่น้อย

แต่ก็อย่าประมาท ‘พลังดีล’ เพราะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอแค่ ‘ดีลลงล็อก’ !!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
130Article
0Video
39Blog