ไม่พบผลการค้นหา
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 จากการศึกษาผู้ติดเชื้อมากกว่า 44,000 คน ถือเป็นการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาด

ศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคของจีนตีพิมพ์งานวิจัยลงในนิตยสารด้านระบาดวิทยาของจีน เกี่ยวกับข้อมูลการศึกษาผู้ติดโรคโควิด-19 จำนวน 44,672 คนทั่วประเทศจีนจนถึงวันที่ 11 ก.พ. และพบว่า ร้อยละ 80.9 ของผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง ร้อยละ 13.8 มีอาการรุนแรง และมีเพียงร้อยละ 4.7 ที่เข้าขั้นวิกฤต 

งานวิจัยนี้ระบุว่า แม้อัตราการเสียชีวิตจะต่ำ แต่คนแก่ที่อายุเกิน 80 ปีมีความเสี่ยงสูงที่สุดในการติดโควิด-19 และมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 14.8 ส่วนเด็กแรกเกิดจนถึง 9 ปีไม่มีใครเสียชีวิตเลย แม้จะมีเด็กแรกเกิดติดเชื้อถึง 2 ราย 

อัตราผู้เสียชีวิตในกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 39 ปีอยู่ที่ร้อยละ 0.2 ส่วนคนอายุ 40-49 ปีเสียชีวิตร้อยละ 0.4 คนอายุ 50-59 ปีเสียชีวิตร้อยละ 1.3 คนอายุ 60-69 ปีเสียชีวิตร้อยละ 3.6 และคนอายุ 70-79 ปีเสียชีวิตร้อยละ 8.0

ส่วนผู้ที่ป่วยอยู่แล้วก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจมีความเสี่ยงสูงที่สุด ตามมาด้วยโรคเบาหวาน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ บุคลากรทางการแพทย์ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเช่นกัน โดยงานวิจัยระบุว่า มีบุคคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อทั้งหมด 3,019 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 1,716 คน ที่เหลือเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากการซักถามอาการ

จากข้อมูลพบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มจะเสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่าคิดเป็นร้อยละ 2.8 ขณะที่ผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 1.7

มณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดเป็นมณฑลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอัตราการเสียชีวิตในมณฑลหูเป่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับมณฑลอื่นในจีนที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.4 เท่านั้น ทำให้อัตราการเสียชีวิตต่อผู้ติดโควิด-19 ทั้งหมดอยู่ที่ร้อยละ 2.3

ทางการจีนเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 93 ราย ทำให้ยอดอยู่ที่ 1,868 ราย และมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,807 คนมาอยู่ที่ 72,436 คน และมีผู้ป่วยที่หายดีแล้วมากกว่า 12,000 คน

ทั้งนี้ งานวิจัยนี้ระบุว่า การแพร่ระบาดอยู่ในช่วงพีคประมาณวันที่ 23-26 ม.ค. ก่อนจะค่อยๆ ลดลง จนถึงวันที่ 11 ก.พ.ที่เป็นวันสุดท้ายของการศึกษาชิ้นนี้ ซึ่งอาจหมายความว่า การปิดเมืองที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาด การให้ข้อมูลสำคัญแก่ประชาชน (ส่งเสริมการล้างมือ สวมหน้ากาก และพบแพทย์เมื่อมีอาการ) และความร่วมมือกันของหลายภาคส่วนสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่า เมื่อคนกลับไปทำงานหลังจากหยุดยาวจากช่วงตรุษจีน ทางการจีนจำเป็นต้องเตรียมพร้อมว่าโรคระบาดอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ที่มา : BBC, France24