ไม่พบผลการค้นหา
'เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ' จุดเทียนนำทาง ก่อนเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลพิจารณาไม่รับคำร้องของ กกต. เรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้จุดเทียนนำทางก่อนเดินทางไปยื่นหนังสือให้กับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาไม่รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค ทษช. โดยเชื่อว่าประเทศยังคงมีทางออกตามระบอบประชาธิปไตย แม้หลายฝ่ายจะมองว่าหนทางต่างๆ เกิดความมืดมนแล้วก็ตาม 

นายเรืองไกร ระบุว่า ได้ตรวจสอบคำร้องของ กกต.ที่อ้างมาตรา 92 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ในการลงมติยุบพรรค ทษช.แล้ว พบว่าอาจจะยังไม่ได้มีการดำเนินการตาม พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2560 ในหมวดที่ 2 ที่กำหนดให้ กกต.มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง โดยในการไต่สวนต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาทราบข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิที่จะให้ถ้อยคำหรือแสดงพยานหลักฐาน และมีสิทธิที่จะให้ทนายความหรือบุคคลซึ่งไว้วางใจเข้าร่วมฟังการไต่สวนได้ รวมทั้งอาจจะยังไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 69 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 และหากศาลดำเนินการพิจารณาต่อไป อาจจะขัดต่อมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่บัญญัติว่า รัฐสภา ครม. ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศชาติ 

หากคำร้องของ กกต.อาจมีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีการนำคำว่าปฏิปักษ์ไปตีความเกินเลยว่าตัวหนังสือที่ปรากฎในพยานหลักฐาน จึงต้องการร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือจำหน่ายคดีตามความใน พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 

นอกจากนี้ ตนกำลังพิจารณาที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หากการดำเนินการของ กกต. ครั้งนี้ทำให้ตนในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช.ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายในอนาคต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง