ไม่พบผลการค้นหา
'พิชัย' ชี้ ไทยจะเป็นรัฐสวัสดิการได้ รัฐต้องมีรายได้มากกว่านี้หลายเท่า แนะเลิกโจมตีประชานิยม เพราะต้องใช้ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มและเฉพาะเรื่อง เย้ยรัฐบาลนี้โจมตีประชานิยมหนัก สุดท้ายหนีไม่พ้นต้องทำตาม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) กล่าวในงานเสวนา “(รัฐ) สวัสดิการไทย เท่าไหร่ถึงจะพอ” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นรัฐสวัสดิการได้ รัฐบาลต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกมาก ซึ่งรัฐจะมีรายได้มากได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีรายได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้จ่ายภาษีบุคคลธรรมดาจริงจำนวนน้อยมากเพียงประมาณ 3 ล้านกว่าคนจากประชากร 69 ล้านคน และ ภาษีจากนิติบุคคลก็ไม่มากนัก รัฐมีสัดส่วนรายได้ต่อจีดีพีเพียง 16-18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งต่ำมาก ประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการได้รัฐจะต้องมีสัดส่วนรายได้ต่อจีดีพีถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก หลายประเทศที่เจริญแล้วในโลกก็ไม่ได้เป็นรัฐสวัสดิการ 

ดังนั้น สิ่งที่รัฐต้องทำคือ จัดสวัสดิการให้กับประชาชนตามรายได้ของรัฐเท่าที่กำลังความสามารถทำได้ เมื่อรัฐมีรายได้เพิ่มก็ช่วยเพิ่ม และอยากให้กำหนดเป็นสัดส่วนของจีดีพีเช่น 3-5 เปอร์เซ็นต์เลย โดยควรจะช่วยเฉพาะกลุ่มและเฉพาะเรื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งในอดีต 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน กองทุน เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรนำมาต่อยอดเพื่อให้ประชาชนมีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ไทยประสพปัญหาอย่างมาก และความเหลื่อมล้ำนี้จะสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากการโจมตีและไม่เข้าใจการช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยกล่าวหาว่าเป็นประชานิยมที่เลวร้าย ทั้งๆ ที่เป็นความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งหากจำกันได้ 

ตนเรียกร้องให้รัฐบาลนี้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตั้งแต่ปีแรกที่ปฏิวัติ แต่รัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรมาเกือบ 4 ปี เพราะเคยโจมตีประชานิยมไว้ สุดท้ายรัฐบาลนี้ก็ต้องหันมาทำประชานิยมเสียเอง แถมยังแจกหนักกว่าเดิม อีกทั้งยังแจกสะเปะสะปะ เพราะกลัวแพ้เลือกตั้ง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศและประชาชนมากนัก เพราะไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนและสร้างรายได้ที่มั่นคงเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น จึงอยากให้เข้าใจว่านโยบายรัฐในอดีตที่ถูกเรียกว่าประชานิยม จริงๆ แล้วคือการให้สวัสดิการแก่ประชาชน จึงอยากให้วิจารณ์ว่านโยบายนั้นดีหรือไม่ แต่ไม่ใช่ไม่ช่วยเลย เพราะประชาชนรายได้น้อยยังต้องการการช่วยเหลือในทุกด้าน จึงขอเสนอแนวทางประเทศดังนี้

1. การปรับโครงสร้างประเทศ โยกประชาชนไทยจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เข้าสู่ภาคบริการ เพื่อเพิ่มรายได้ 

2. การลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี เพราะ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งจะเป็นปัญหาของประเทศในอนาคตได้ 

3. การนำไทยกลับไปเป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยเฉพาะใน CLMV เป็นแบบ regional integration 

ซึ่ง 3 แนวทางนี้จะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น และรัฐมีรายได้มากขึ้น แล้วนำไปเพิ่มสวัสดิการในด้านต่างๆได้