ไม่พบผลการค้นหา
ฉันทราบดีว่าคนที่ทำศัลยกรรมอ่านบันทึก ส.ส กะเทยในตอนนี้อาจจะไม่สบอารมณ์ใน สิ่งที่ฉันกำลังจะเขียน แต่ฉันขอยืนยันว่าศัลยกรรมเป็น “สิทธิส่วนบุคคล” ถ้าอยากทำตรงไหน แบบไหน ก็แล้วแต่ตนเองต้องการและคุณคือคนที่ตัดสินใจ เพราะนั่นคือร่างกายของคุณเอง

ฉันไม่ได้บอกว่าการทำศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และ ไม่ควรทำ เพราะการศัลยกรรมมาด้วยหลายเหตุผล อาจใช้เพื่อเป็นการก้าวข้ามผ่านบางอย่าง ทั้งเรื่องเพศ สีผิว เพื่อปลดปล่อยตน เองจากกรอบของสังคมบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน การทำศัลยกรรม ก็เป็นเหมือน การทำให้ตนเองสวยขึ้นและต้องดูเป็นธรรมชาติ เป็นเส้นบาง ๆ ระหว่างก้าว เข้าสู่กรอบที่สังคมให้คุณค่าความสวยงามไว้ หรือทำให้ตนเองมีความสุขอย่างแท้จริง เป็นคำถามที่คุณจะต้องตอบตัวเอง

และตรงนี้เองที่เป็นปัญหาในการมองโลกความงามของฉัน 

“ความเป็นธรรมชาติ”

ฉันคือนักออกแบบท่าเต้น และกำกับการแสดงโชว์ ในรายการทีวี คอนเสิร์ต มิวสิกวิดีโอ งานโฆษณา หรืองานจัดแสดงสินค้าต่าง ๆ และแน่นอนที่สุด ฉันต้องเจอกับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ที่เป็นนักเต้น เด็กนักเรียนหัดเต้นตั้งแต่เด็ก ๆ จนไปถึงศิลปิน ดารา นักแสดง ที่ต้องร่วมงานกัน เป็นที่มาของคำว่า “ครู” ที่คนมักจะเรียกฉันติดปากว่า “ครูธัญ” ตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ฉันได้เห็นการพัฒนาของการศัลยกรรมจากคนรอบ ๆ ข้าง จากคำว่า “ทำแล้วดูธรรมชาติจริงๆ" จนบางครั้งในหมู่เพื่อนฝูง ก็จะแซะเพื่อนที่ไปทำมาว่า “นี่ทำแล้วหรอ เสียดายตังค์เนอะ” ทำนองว่าทำแล้วเปลี่ยนแปลงไม่มาก “ไม่สุดริด” ไม่เห็นจะสวยขึ้น หรือแตกต่างตรงไหนจากเดิม แล้วก็หัวเราะขำกัน มันอาจจะเป็นการแซะ กันเล่น ๆ ในหมู่เพื่อนฝูง แต่ในเวลาต่อมาฉันจึงเข้าใจได้ว่า ความเป็นธรรมชาติของเพื่อนฉัน และ ฉันอาจจะมีนิยามที่ไม่เหมือนกัน มันคือการแบ่งแยกทางความคิดจากจุดเริ่มตรงนั้น

จนวันนี้การศัลยกรรม คือ “การทำลายโครงหน้า” อย่างสิ้นเชิง

ฉันได้ดูโทรทัศน์บางรายการ ในบางตอนเห็นการผ่าตัดศัลยกรรม ที่มักจะใช้คำว่า “ชุบชีวิตใหม่” เปลี่ยนแปลงคนให้งามตามแบบฉบับความสวย เปลี่ยนคนให้มีความภูมิใจ ที่จะเดินเข้าสู่สังคม แต่ฉันสงสัยว่า แล้วไม่เคยมีใครคิดจะเปลี่ยนแปลงสังคม หรือ ถามสังคมบ้างหรือ ว่าทำไมคนคนหนึ่งที่ไม่สวย ไม่งาม จะเข้าสังคม หรือ ได้รับการยอมรับ ทำไมจึงเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน มันจึงเป็นคำถามในความคิดฉันตลอดมา นี่สังคมเรากำลัง ก่อรูปความไม่ธรรมชาติ ให้กลายเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างนั้นหรือ 

เหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายทางการทหารรัฐประหาร และแก้ไขเรื่อยมา โดย สนช หรือ องค์กรอะไรก็ตาม เหมือนกับการ ศัลยกรรมไปเรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น ฉันต้องขอยกคำพูดของ คุณแขก คำผกา ในรายการหนึ่งของ Voice TV ที่คุณแขกเคยพูดเมื่อหลายปีก่อนว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเรื่อย ๆ เหมือนกับผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่า ความสวยอยู่ตรงไหน” คำพูดประโยคนี้ มันสะท้อนสิ่งรอบตัวฉันมาก โดยเฉพาะเรื่องการ เปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเข้าสู่อะไรสักอย่าง ที่เราต่างไม่รู้ว่า อะไรคือความเป็นธรรมชาติ และ จะก้าวไปสู่อะไรก็ไม่แน่ชัด แต่แน่นอนที่สุด ฉันบอกได้ตรงนี้อย่างชัดเจนคือ

“รัฐธรรมนูญปี 60 มันช่างไม่ธรรมชาติ เอาเสียเลย”

ไม่ว่าจะเป็นกติกาการเลือกตั้ง ที่ไป ๆ มา ๆ ผลการเลือกตั้งนั้นก็ไม่สะท้อนเสียง ประชาชนอย่างแท้จริง หรือสูตรคณิตศาสตร์ในการคำนวณ ส.ส ที่ควรจะเป็นวิทยาศาสตร์ ก็กลายเป็นเรื่อง “ลึกลับ” ที่พิสูจน์ไม่ได้ ตลอดจนการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้เราได้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาคืนความสุขอีกคร้ง ก็มีเสียงต่อต้าน และไม่เห็นด้วย ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โพลล์หลายสำนัก ที่จัดทำผ่าน Facebook ก็ดูเหมือน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่สะท้อนเสียงประชาชนเอาเสียเลย จนหลายคนที่ฉันรู้จัก พบเจอ ใช้คำพูด ว่า “นี่เราจะเลือกตั้งทำไมกัน” บ่น ก่นด่า ด้วยความสิ้นหวัง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจ หากเราไม่ยึดความเป็นธรรมชาติของประชาธิปไตยที่มันควรจะเป็น ความไ่ม่เป็นธรรมชาติอันนี้ มันจะส่งผลเสียหายต่อประเทศอย่างกว้างขวาง และที่สำคัญ อีกประการ ต่างชาติก็ไม่ได้ยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้เสียเท่าไหร่ และแน่นอนส่งผลถึง เศรษฐกิจแน่นอน

ฉันคิดว่าโลกใบนี้ ยุคนี้ รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขให้เป็นไปธรรมชาติ จะฝืนยืนอยู่ในอำนาจ แบบนั้น มันวิ่งต่อไปไม่ได้ หรือวิ่งได้แต่ไม่นาน และรอเพียงวันที่จะพังทลายลงมา 

ความธรรมชาติ อย่างเช่นกฎหมายการสมรส ที่ต้อง เท่าเทียมทุกเพศ ก็มาจากหลักคิดที่ว่า เพศหลากหลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายเดิมที่มีแค่ เพศชาย และ หญิงจึงไม่ใช่เรื่องธรรมชาติทั้งหมด หรืออย่าง สิทธิมนุษยชน ที่ควรได้รับการปกป้อง และดูแล ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่โลกใบนี้เขาเรียนรู้ว่า คนเราเกิดมาบนโลกทุกคน ก็ควรมีสิทธิ์ ในการยืน อยู่บนโลกใบนี้ ไม่ควรมีการขับไล่ หรือต้อง ขอลี้ภัยด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่สิ่งฉันมองตอนนี้คือ ประเทศไทยกำลังสวนทาง ความเป็นธรรมชาติทั้งปวง การร่างรัฐธรรมนูญโดย สนช. ครั้งนี้ เท่ากับการทำลายรัฐธรรมนูญของประชาชน

วันนี้ประชาชนทำศัลยกรรมหน้าสวยจนคล้ายตุ๊กตากันเข้าไปทุกที และสิทธิเสรีภาพ ก็ไม่มี ขยับอะไรไม่ได้ แถมการเรียนรู้ หรือ การตั้งคำถามใด ๆ ก็ทำได้ยาก ก็ไม่ต่างจากตุ๊กตา ที่โชว์สวย ๆ ไม่คิด ไม่ขยับ ตาไม่เห็น หูไม่ได้ยิน ให้ผู้มีอำนาจจัดวางเราอย่างไรก็ได้ มันเป็น “ธรรมชาติ” ของมนุษย์ที่มีสมอง มีหู มีตา มีความคิด มีแขน มีขา อย่างนั้นหรือ 

ฉันค่อนข้างแปลกใจมากกับคนไทยหลายคนที่ยังไม่ตื่นรู้ ถึง “ความไม่เสรี” ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คุณจะทำตัวสวยหรือจะทำศัลยกรรมสวยก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไร 

“แต่อย่ากลายเป็นตุ๊กตาก็แล้วกัน”

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์
ครูธัญ - ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นักเต้น นักออกแบบท่าเต้น นักกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ และสส ปาร์ตี้ลิส ลำดับที่ 25 พรรคอนาคตใหม่
1Article
0Video
14Blog