ไม่พบผลการค้นหา
“หมอชลน่าน”แนะ “ประยุทธ์” แก้โควิดไม่ได้ก็ควรลาออกให้คนอื่นมาทำแทน อัดรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลการ์ดตกติดโควิด ชี้วัคซีนรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพหยุดเชื้อไม่ได้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยถึงกรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่า การป้องกันการระบาดไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลล้มเหลว ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาล ประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระยะเวลานานกว่า 1 ปี กลับไม่สามารถที่จะแก้ไขการระบาดของไวรัสโควิดได้ ชัดเจนว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีนัยยะแอบแฝงทางการเมืองและการจัดซื้อจัดจ้างมากกว่า


สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพ

กรณีที่รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลหลายคนติดเชื้อโควิด-19 สะท้อนชัดเจนว่า ตัวคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ปล่อยปละละเลย แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ กระทบไปถึงการบริหารจัดการวัคซีน รัฐบาลยิ่งช้ายิ่งเสียโอกาส รวมทั้งไปมุ่งในวัคซีนยี่ห้อใด ยี่ห้อหนึ่งส่งผลให้มาตรการการควบคุมโรคจากวัคซีน ไม่ประสบความสำเร็จ และวัคซีนที่ฉีดก็ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อได้ 100% เห็นได้จากรัฐมนตรีที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ก็ยังติดเชื้อได้อีก


หยุดปิดกั้นเอกชน

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรเปิดทางเลือกให้กับภาคเอกชน จนถึงประชาชนเกี่ยวกับหาจัดหาวัคซีนโควิด ไม่จำกัดเพียงแค่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง รัฐต้องสนับสนุนภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีนไม่ควรปิดกั้น หากโรงพยาบาลเอกชนใดมีความพร้อมและความสามารถในการจัดหาวัคซีน รัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้กับเขานำเข้าวัคซีนที่ดีที่สุดเพื่อบริการประชาชน

“ กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าการระบาดของไวรัสโควิดรอบนี้อะไรจะเกิดก็เกิด การพูดเช่นนี้คือการสารภาพ กับประชาชนว่าหมดปัญญาแล้ว คนเป็นผู้บริหารประเทศจะพูดเช่นนี้ไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน การพูดเช่นนี้หมายถึงการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชน 

"ดังนั้นวิกฤติโควิด-19 จะหนักขึ้น หากพล.อ.ประยุทธ์ หมดปัญญาแก้ปัญหาและไร้ความสามารถก็ควรที่จะลาออกหรือหาคนที่มีความสามารถเข้ามาช่วยทำงาน อย่าดื้อดึงเพราะประเทศจะเสียหายมากกว่านี้” ชลน่าน กล่าว


นภาพรถามทำไม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาผิดได้เฉพาะกับม็อบเด็ก

ด้าน นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่าไม่ได้เป็นสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด แต่กลับถูกนำไปตั้งข้อหาเอาผิดทุกครั้งที่มีการชุมนุม ล่าสุดมีการแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับนจตุพร พรหมพันธุ์กับพวก ที่ชุมนุมด้วยความสงบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่กับรัฐมนตรี ส.ส.รัฐบาลหรือบรรดา VIP ที่มีข่าวว่าไปเที่ยวสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา ฝ่าฝืนทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ กลับไม่เห็นผู้นำประเทศจะสั่งการให้มีการตรวจสอบหรือเอาผิดแต่อย่างใด

“เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีไว้เป็นเครื่องมือจัดการกับผู้ชุมนุมที่เห็นต่างกับรัฐบาลเท่านั้น โดยเฉพาะกับการชุมนุมของเด็กๆ ที่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไล่ล่าเอาผิดแบบเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีข่าวว่าม็อบเด็กเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด แต่ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกัน แม้จะมีพฤติกรรมเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด

"พล.อ.ประยุทธ์ก็จะทำเป็นเฉยๆ ทำทีเป็นพูดบ่ายเบี่ยงว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหรือทำเป็นใส่อารมณ์ชี้นิ้วโทษชาวบ้านเพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่เกิดจากพวกเดียวกัน นี่แหละคือระบอบประยุทธ์ที่มักจะปล่อยให้ฝ่ายเดียวกันอยู่เหนือกฎหมาย แต่ถ้าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามก็จะบังคับใช้กฎหมายแบบเอาจริงเอาจัง โดยไม่มีอนุโลม” นภาพรกล่าว