ไม่พบผลการค้นหา
นายกฯ ย้ำแก้ปัญหาโควิด-19 สั่งการทุกมิติผ่าน ศบค. แม้ตัวเลขติดเชื้อรายใหม่ลดลง ยังวางใจไม่ได้ เพราะยังรอตรวจสอบสะสม เผยผู้เสียชีวิตเริ่มมีอายุน้อยลง ถือว่ามีความเสี่ยง ย้ำยังไม่ประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง รอประเมินผลก่อนว่าเคอร์ฟิวรอบแรกได้ผลหรือไม่

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด- 19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยในช่วงแรก ได้เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และในฐานะประธานศูนย์ฯ ได้ย้ำถึงการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลและคณะรัฐมนตรียังคงต้องใช้ ระบบการบริหารราชการแผ่นดินปกติซึ่ง นายกรัฐมนตรีได้บูรณาการการแก้ปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด 19 ผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ในทุกมิติ ข้อสั่งการต่างๆ ของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานศูนย์ฯเมื่อสั่งการกับผู้รับผิดชอบแล้ว จะต้องนำไปปฏิบัติและขับเคลื่อนโดย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน

นายกรัฐมนตรีได้กำกับดูแล ติดตาม และอำนวยการการปฏิบัติการ การจัดทำแผนงานโครงการ มาตรการ แผนงานงบประมาณต่างๆ ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และ งบประมาณกลางที่ได้อนุมัติจัดสรรไปแล้วอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยนายกฯมุ่งหวังให้ประชาชนเข้าใจวางใจและเชื่อมั่นในทั้งระบบ และตัวบุคคลทั้งข้าราชการฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นว่า ประชาชนต้องสู้ไปด้วยกัน อย่าเชื่อสื่อโซเชียลบางสำนักที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคมการโทษกันไปมา จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง การทำงานแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้างและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ย่อมมีปัญหา แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าจะนำสู่การแก้ไขให้ได้โดยเร็ว

ส่วนสถานการณ์โรค นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 51 ราย ใน 66 จังหวัด สะสม 2,220 ราย รักษาหายแล้ว 793 ราย แม้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จะน้อยลง แต่ยังวางใจไม่ได้ ยังน่าเป็นห่วง เพราะยังรอตัวเลขสำรวจโรคสะสมอยู่ แต่ถ้าแนวโน้มลงมากจริงๆ จึงค่อยวางใจ ส่วนผู้เสียชีวิต 3 ราย สะสม 26 ราย ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเริ่มมีอายุต่ำกว่า 60 ปี และมีโรคประจำตัว ดังนั้นทุกอย่างถือเป็นความเสี่ยง 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ยังคงต้องเข้มงวดสำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เพราะตัวเลขการติดเชื้อคนไทยที่กลับมายังอยู่สูง 20-25 ราย ต่อวัน ดังนั้นต้องทำตามมาตรการอย่างเข้มงวด ไม่ใกล้ชิดกัน นอกจากนี้ยังพบว่าหลังการประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน จนถึงช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจรายงานว่า มีผู้ที่ฝ่าฝืนออกนอกเคหะสถาน 5 เม.ย. ทั่วประเทศ 919 ราย และรวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคในเคหะสถานอีก 79 ราย

ส่วนคนไทยที่ตกค้างในสนามบินต่างๆ ทั่วโลก นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ล่าสุดตกค้างที่ประเทศญี่ปุ่น 12 คน ประเทศเกาหลี 35 คน ประเทศเนเธอร์แลนด์ 1 คน ทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีจากสถานทูตไทยประจำประเทศต่างๆ นอกจากนี้เวลา 11.00 น. จะมีเที่ยวบินจากประเทศอินโดนีเซียจำนวน 111 คน ลงที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งได้จัดศูนย์อีโอซี รอรับและจัดสถานที่ให้อยู่ตามมาตรการแล้ว

นพ.ทวีศิลป์ ยืนยันยังไม่มีเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เพราะเพิ่งประกาศใช้ในช่วย 22.00-04.00 รซ แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง อาจจะปรับเวลาเพิ่มในโอกาสต่อไป ส่วนที่มีการแชร์ออกไปเชื่อมโยงกับเรื่องประกาศของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวเป็นการสื่อสารไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดให้แปลงจากนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติ จึงได้เขียนเป็นข้อๆ ชัดเจนว่าจะเตรียมการยกระดับอย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลข้อมูลธรรมดา การใช้คำที่ถูกต้อง แต่มีการไปแปลงสื่อกันเอง เมื่ออ่านเอกสารราชการไม่ออก ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะขึ้นมา ทำให้เกิดการกักตุนสินค้า เกิดความตื่นตระหนก เกิดความไม่เหมาะไม่ควร ซึ่งการแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงมีโทษ