ไม่พบผลการค้นหา
นายกฯ ใช้เวลา 28 นาทีลุกขึ้นแจงกลางสภาฯ ปมไม่แสดงที่มารายได้ในการแถลงนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ตอบกรณีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตาม รธน. พร้อมปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้ร่าง รธน.เอง ขณะที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านรุมฉะนายกฯ จ้องจะยึดอำนาจอีกถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ แนะทางลงควรลาออก เตือนระวังเป็น 'โจราธิปไตย'

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะ ปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำ ครม.ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายขื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ต้องพิจารณากันว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องโมฆะ หากรัฐบาลทำตามแนะนำของฝ่ายค้านได้ก็จะเป็นการดี สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ นอกจากนี้ ในทางอาญาก็ถือว่ามีความผิดฐานปลอมเอกสาร การนำไปถวายสัตย์ ก็ใช้เอกสารปลอมอีก ซึ่งดูเหมือนว่า รัฐบาลไม่สนใจยึดมั่นในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำให้ตนคิดไปว่า นายกฯอาจคิดทำรัฐประหารอีก เพราะเคยทำมาแล้ว นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่พล.อ.ประยุทธ์ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนประโยคสุดท้ายก็ได้ ที่ผ่านมาบอกให้คนไทยต้องยึดกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดินต้องอิงกฎกติกาสากล แต่เมื่อนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบก็แถลงนโยบายไม่ได้ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ 

"พวกเราฝ่ายค้านปล่อยให้ท่านทำประเทศชาติเสียหายไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่ต้องทำให้นายกฯปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะนี้ก็ฝืนบริหารราชการแผ่นดิน โยกย้ายคนไปจำนวนมาก ใครได้รับผลกระทบ ผมขอแนะนำให้ฟ้อง เพราะไม่มีมาตรา 44 ปิดปากอีกต่อไป ส่วนที่มีรัฐมนตรีเตือนฝ่ายค้านอภิปรายถวายสัตย์ให้ดี ถามว่า ทำไมรัฐบาลนี้นักเลง ปล่อยให้คนมาข่มขู่ นายกฯต้องระวังให้ดี มิเช่นนั้นคนจะเรียกว่า โจราธิปไตยแม้จะตัดรุ่นผม แต่ผมไม่ตัดท่าน อยากขอนายกฯในฐานะรุ่นพี่ ให้เอาอย่างป๋าเปรม บอกผมพอแล้ว ลาออกเถอะครับ"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว  

เสรีพิสุทธ์ รัฐสภา

'วันนอร์' ตะเพิด 'ประยุทธ์' ลาออก แนะ ส.ว.อุ้มกลับมาใหม่

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ตนเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะอาจเป็นนายกฯ ครั้งแรกในระบบรัฐสภา ก็อยากให้อดทน กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวคำปฏิญาณฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ นอกจากผิดรัฐธรรมนูญแล้ว ยังผิด พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 ด้วย ซึ่งในมาตรฐานจริยธรรมดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ ก.ม.จ. ซึ่งนายกฯเป็นประธานโดยตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทราบหรือไม่ว่า ท่านเป็นถึงประธาน ก.ม.จ.ที่เป็นผู้ตรวจสอบมาตรจริยธรรมผู้อื่น รวมไปถึงองค์กรกลางอื่นๆด้วย แต่กลับเป็นผู้กระผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตนอยากถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วประเทศนี้จะอยู่อย่างไร  

“ผมกำลังหวั่นวิตกว่า มาตรฐานจริยธรรมที่ท่านสั่งออกมาเพื่อทิ่มแทงฝ่ายการเมือง หวังจะเอาไว้ฟันพวกผมนั้น แต่ไม่รู้ว่า ท่านทำกรรมอะไรไว้ เพราะดาบที่ท่านยื่นมาจะสนองกลับไปในเร็ววันนี้ เพราะในระเบียบของศาลฎีกา เปิดช่องไว้ให้สมาชิกรัฐสภา  จำนวน 1 ใน 5 ของรัฐสภาเข้ายื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ เหมือนกันคดีทุจริต ซึ่งผมบอกไว้เลยว่า คำร้องนี้จะถึงท่านประธานในเร็ววันนี้แน่นอน และหากคำร้องดังกล่าวถึงมือศาลฎีการับไว้พิจารณา เมื่อไหร่ นายกฯ และอาจร่วมไปถึง ครม.จะต้องยุติปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาด้วย" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว 

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ดังนั้น ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น ตนอยากช่วยโดยการแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกเลยวันนี้ เพราะการลาออก ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะเป็นนายกฯต่อไม่ได้ เพราะเมื่อลาออก สภายังสามารถโหวตเลือกท่านกลับมาใหม่ได้ แม้พวกตน ส.ส.ฝ่ายค้าน จะไม่ลงคะแนนให้ หรือ รัฐบาลจะเสียงปริ่มน้ำยังไง ท่านก็ยังมี 250 ส.ว.โหวตให้ท่านมาใหม่ได้ เป็นการลาออกเพื่อโละสิ่งพะรุงพะรังที่จะเสี่ยงต่อไปในอนาคตใหม่ เมื่อท่านกลับมาก็แต่งตั้งครม.ชุดเดิมได้ ส่วนคนที่มีปัญหาก็ตัดทิ้ง ก่อนที่จะนำครม.ไปถวายสัตย์ปฏิญาณตนให้ครบถ้วนจะดีที่สุด

ชวลิต รัฐสภา

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายโดยยกความเห็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ว่าอย่าเอาพระราชดำรัสตีความเป็นพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณตน และเรียกร้องไปถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งกระทำการขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง ควรลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมของผู้นำประเทศ

ครม.ประยุทธ์

นายกฯ ลุกแจงเมินตอบปมถวายสัตย์ฯ อ้าง รธน.ไม่ได้เขียนเอง

เวลา 15.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงหลังรับฟังฝ่ายค้านอภิปรายมาเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง โดยระบุในประเด็นการแถลงนโยบายของรัฐบาล ต่อรัฐสภา โดยไม่ชี้แจง ที่มาของรายได้ ว่า ประเด็นที่มารายได้ ที่ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 - 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า รายได้ของรัฐบาลนั้นมาจากส่วนต่าง ๆ อาทิ งบประจำปี ภาษี และ และที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งแหล่งเงินนอกงบประมาณ ตลอดจนการให้เอกชนร่วมลงทุน เป็นต้น แต่ไม่อาจแถลงได้ว่า นโยบายในเรื่องใด จะไปใช้เรื่องใดเป็นการเฉพาะ โดยอ้างถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ที่รวบรวมไว้ เป็น 12 ด้าน ซึ่งหาก ทำทั้งหมด จะต้องใช้เงินมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น จึงต้องพิจารณา ว่า นโยบายใด ทำได้หรือไม่ พร้อมยืนยัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ร่างมาเพื่อตนเอง และตนเองก็ไม่ได้เป็นผู้ร่างด้วย

ระหว่างที่นายกฯ ชี้แจงนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประท้วง นายกฯ พูดนอกประเด็น ไม่ได้ชี้แจงเรื่องการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน และเรื่องการไม่แจงที่มารายได้ในการทำนโยบายรัฐบาล แต่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นประธานในที่ประชุมวินิจฉัยว่า นายกฯทนฟังพวกเรามาหลายชั่วโมงแล้ว ขอให้พวกเราทนฟังท่านบ้าง ก่อนปล่อยให้นายกฯชี้แจงต่อจนจบ โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที โดยที่ไม่ได้ชี้แจงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน จากนั้นจึงเดินทางออกจากรัฐสภาไปปฏิบัติภารกิจอื่นต่อ

จิรายุ

'จิรายุ' ติงนายกฯแจงรายได้ไม่จริง ซัดมุ่งแต่แจกเงิน ชี้ 'บิณฑ์' ทำงานเก่งกว่า รบ.

จากนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องที่มาของงบประมาณในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล หลายข้อมูลที่อ้างมาไม่เป็นความจริง เช่น การกู้เงินเนื่องจากใช้งบประมาณสมดุล ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมีจำนวนมากเป็นเรื่องที่ดี ทั้งที่ในความเป็นจริงทำให้ค่าเงินบาทแข็งตัว แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วรายได้ของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายไม่ใช่มาจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่มาจากรายได้จากการลงทุน ตั้งแต่ปี 2557-2558 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เงินไป 2.5 ล้านล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจของประเทศไม่ชัดเจน เอาแต่แจกเงิน ทำให้ต่างประเทศไม่มาลงทุนในประเทศ แล้วก็จะมาอ้างว่าคนที่วิจารณ์ไม่รักชาติ ทุกคนรักชาติเหมือนกัน แต่ต้องดูที่วิธีการ เพราะงบประมาณที่ต้องใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายมาจากภาษีประชาชน และยังกู้เงินมาแล้วตั้งแต่บริหารประเทศมาเป็นจำนวน 2.19 ล้านล้านบาท

นายจิรายุ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่ยอมแจงว่าแสดงงบประมาณไว้ที่ไหน ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศหดหาย ต่อให้แจกเงินเท่าไไหร่คนก็ไม่กล้าใช้จ่ายเงินและไม่กล้าลงทุน รวยกระจุก จนกระจาย ตระกูลที่ค้าขายกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในสมัย คสช. รวยขึ้นแต่ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ตายลงๆ นอกจากนี้ สาเหตุรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ต้องกำหนดให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงเพราะท่านทั้งหลายใช้เงินของประชาชน และประชาชนมีหน้าที่ถามผ่านผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในรัฐสภา 

“ประเทศไทย 60 กว่าล้านคน ทุกวันนี้ท่านดูข่าวโทรทัศน์สิครับ โอ้โหผมเห็นพี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทำงานเก่งรัฐบาลอีก คนจน ท่านแจกเงินไปแล้ว ประเด็นก็คือว่าแจกไว้ก็เก็บไว้ก่อนเพราะยังไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไหร่” นายจิรายุ กล่าวถึงประเด็นเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลในวิธีการแจกเงินแก้ปัญหา แต่ประชาชนไม่กล้าใช้เงินเพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง