ไม่พบผลการค้นหา
การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 21-22พ.ค.นี้ โดยค้างคืนที่ ม.ธรรมศาสตร์ เพื่อเดินทางมายัง ทำเนียบรัฐบาล ในวันสัญลักษณ์ ครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 22พ.ค.2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

สิ่งที่กำลังเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น คือ จะมีการนำของ ‘นักการเมือง-นักเลือกตั้ง’ ด้วยในครั้งนี้ ไม่ใช่มีเพียงแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอย่าง นายรังสิมันต์ โรม หรือ ‘จ่านิว’นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ‘ทนายอานนท์’นายอานนท์ นำภา และ ‘โบว์’น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา อีกต่อไป

โดยนักการเมืองที่มาร่วมนี้ ว่ากันว่าเป็นพวกที่ไม่โดน ‘พลังดูด’ จาก คสช. ที่กำลังตามดูดอยู่

ทำให้เป้าตกไปที่นักการเมืองที่มี ‘จุดยืน ต้านคสช.’ หรือที่ออกมาวิพาษ์วิจารณ์ คสช. อย่างหนักทันที แต่ครั้งนี้ต้องจับตาดูให้ดี เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายความมั่นคงก็ได้สืบค้น ‘ท่อน้ำเลี้ยง’ ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งแล้ว แต่ยังไม่ออกมาเปิดเผยชัด

โดยฝ่ายความมั่นคงมี ‘หลักฐาน’ ต่างๆพอสมควร ที่เป็นเรื่อง ‘ธุรกรรมการเงิน’ หรือ ‘การเดินทาง’ ต่างๆ ด้วย

ซึ่ง คสช. เองก็ไม่ได้วิตกกังวลมากนัก แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะสิ่งที่ต่างเกรงกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ ‘มือที่สาม’ ที่อาจเข้ามาสวมรอยสร้างสถานการณ์ได้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงยืนยันไม่อยากให้เดินขบวนมายังทำเนียบรัฐบาล เพราะเกรงถึงปัญหาการจราจร ด้วยเป็นวันเวลาทำงานราชการต่างๆ

“ส่วนตัวรู้สึกว่าการเคลื่อนขบวนออกมานั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะวันดังกล่าวเป็นวันราชการเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อีกทั้งการเคลื่อนขบวนออกมาเมื่อมีคนจำนวนหนึ่งก็จะประสบปัญหาในเรื่องของการจราจร และการดูแลความปลอดภัย รวมถึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจจะมีผลทางกฎหมายตามมากับแกนนำ ดังนั้นถ้าขอร้องได้ก็ไม่ควรจะมีการเคลื่อนขบวน” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าว

โรม คนอยากเลือกตั้ง กองทัพบก 0180324_Sek_10.jpg

การเดินขบวนในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเคยเดินขบวนจาก ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มายังกองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน แล้ว เพื่อยื่น 3 ข้อเสนอกับกองทัพบก หนึ่งในนั้น คือ ให้กองทัพยุติการสนับสนุนคสช. เพื่อเป็นกองทัพของประชาชน โดยพับแผ่นใบปลิวเป็นจรวดโยนเข้าไปในรั้ว บก.กองทัพบก ด้วย

ข้อเสนอทั้งหมดได้รับการ ‘ปฏิเสธ’ ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็เป็นหนึ่งใน สมาชิกคสช. ด้วย

ครั้งนั้นฝ่ายความมั่นคงขอไม่ให้ใช้รถขยายเสียงและขอให้ผู้ชุมนุมเดินบนทางเท้า แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะสุดท้าย กลุ่มผู้ชุมนุมก็ใช้รถขยายเสียงและเดินบนถนนด้วย

แต่จุดสำคัญครั้งนั้นอยู่ที่บริเวณแยก จปร. ก่อนถึง บก.กองทัพบก ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็กมากั้น จนสุดท้ายต้องยอมให้ผู้ชุมนุมผ่านแนวรั้วเข้าไปถึงหน้า บก.กองทัพบก ก่อนปราศรัยและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ก่อนยุติการชุมนุมตามเวลาที่ขออนุญาตไว้

ส่วนการนัดเคลื่อนไหวไปทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22พ.ค.นี้ ‘โรม’ ได้ขับรถสำรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้วว่าจะไปจุดใดบ้าง แน่นอนว่าจุดสำคัญคงหนีไม่พ้นสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นจุด ‘หน้าด่าน’ สุดท้าย ก่อนประชิดทำเนียบรัฐบาล แต่ในครั้งนี้แตกต่างจากการชุมนุมวันที่ 5พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะในช่วงเวลานั้นมีกระแสข่าวว่าจะรวมกับกลุ่มพีมูฟเพื่อกดดันรัฐบาลด้วย

โดยสรุปผลงานและการบริหารงานที่มีปัญหาของ คสช. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีวาระหลัก คือ ‘การหยุดยื้อเลือกตั้ง หยุดระบอบ คสช.’ แต่สุดท้ายการชุมนุมก็อยู่ในรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ เท่านั้น และไม่มีการผสมโรงกับกลุ่มพีมูฟ

ซึ่งในเวลานี้กลุ่มพีมูฟได้ยุติการชุมนุมเรียบร้อยแล้ว หลังคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้ส่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ไปเจรจากับแกนนำกลุ่มพีมูฟ นำมาสู่การลงนามร่วมในข้อเสนอต่างๆในการดูแลปัญหาที่ทำกิน เช่น โฉนดที่ดิน และผลกระทบจากโครงการฟื้นฟูป่าด้วย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามการดำเนินงาน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม ‘ยอมถอย’ กลับภูมิลำเนา เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา

ล่าสุดกลุ่ม ‘บก.ลายจุด’นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมการเมือง เตรียมจัดการชุมนุมที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาราชประสงค์ และป้ายสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553 การสลายการชุมนุม ‘คนเสื้อแดง’ ด้วย โดยทาง สน.ลุมพินี ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม เพราะ ขัดคำสั่งคสช. ที่ห้ามชุมนุมทาง ‘การเมือง’ เกิน 5 คน ซึ่ง ‘บก.ลายจุด’ ได้ระบุว่าจะมีการชุมนุมกว่า 30,001 คน

ซึ่งตัวเลข 30,001 คน ล้อมาจากตัวเลขที่ชาวบุรีรัมย์มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการลงพื้นที่ ครม.สัญจร 7-8พ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าว ‘พลังดูด’ ที่ไปถึง ‘ตระกูลชิดชอบ’ และ ‘เสี่ยหนู’นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อมาเป็น ‘กองหนุน’ ให้กับพรรคทหารและการดัน พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็น นายกฯอีกสมัย ด้วย 

สุดท้าย ‘บก.ลายจุด’ เปลี่ยนแผนให้มวลชนระบุว่ามากัน 3 คน แต่มารวมตัวที่เดียวกันแทน

ประยุทธ์ บุรีรัมย์ b Cover Template.jpg

สิ่งที่ต้องจับตา ในเดือนมิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมแม่น้ำ 5 สาย มาพูดคุยเพื่อกำหนดทิศทางปูทางเลือกตั้ง จะมี ‘วาระ’ ใดบ้าง และมีบทสรุปอย่างไร แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะระบุถึงการ ‘ปลดล็อกพรรค’ ให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ก็เป็นการ ‘ปลดล็อกแบบมีเงื่อนไข’ โดยให้เหตุผลเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก โดยย้ำว่าการ ‘ปลดล็อก’ จะทำไปทีละขั้นตอน

เพราะการ ‘ปลดล็อกพรรค’ จะต้องนำมาสู่การแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนด้วย เป็นผลผูกมัดไปหมด แม้ก่อนหน้านี้จะ ‘คลายล็อก’ กับพรรคการเมืองสามารถทำ ‘ธุรการพรรค’ ได้แล้วก็ตาม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ง้อหากพรรคใดจะไม่มาร่วม โดยให้ประชาชนพิจาณาเอาเอง

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม มือกฎหมาย คสช. เปรยว่าหากมาน้อยก็อาจะต้อง ‘เลื่อน’ ออกไป แต่จะต้องดูกฎหมายส.ส.-ส.ว.ด้วย ที่อยู่ในขั้นการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีความชัดเจนในเดือนมิ.ย.นี้ แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งได้หรือไม่

ล่าสุด คสช. เตรียมเอาผิด แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่แถลงข่าว 4 ปีคสช. ในที่ทำการพรรคด้วย ได้แก่ 1.ตามประกาศ คสช. เรื่องห้ามพรรคการเมือง ดำเนินกิจกรรมใดๆ ทางการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคเก่าที่ไม่ได้จดทะเบียนใหม่ จึงไม่ได้รับอนุญาตในขั้นตอนนี้ และการดำเนินการนอกเหนือจากประกาศคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการชุมนุมทางการเมือง อันเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ประกอบกับการชุมนุมดังกล่าว มีการนำเผยแพร่ในเว็บไซต์ของพรรคด้วย จึงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ภูมิธรรม Cover Template.jpg


ที่สำคัญการเข้าไป ‘ฟังแถลง’ พร้อมสวมเครื่องแบบครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจเป็น ‘บรรทัดฐาน’ ในการดำเนินการของฝ่ายความมั่นคงในอนาคตหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการแถลงข่าวในที่ทำการพรรคมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการดำเนินคดีใดๆ

“ก็ต้องฟัง จะไม่ฟังได้อย่างไร ในเมื่อเขาแถลงให้ประชาชนได้รับรู้ แล้วทำไมเจ้าหน้าที่ถึงเข้าไปรับฟังด้วยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะฟังที่ไหนก็ได้ หรือจะไปฟังที่พรรคก็ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักว่าจะเป็นการ ‘สร้างเงื่อนไข’ ต่อการ ‘ปลดล็อกพรรค’ ในอนาคตด้วยหรือไม่

อีกทั้งการ ‘สกัด’ กลุ่มต่างๆในเวลานี้ ก็ตอกย้ำได้อย่างดีว่า จะไม่มีการ ‘ปลดล็อก’ แบบปล่อยฟรี 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน

เข้าสำนวน ‘ปิดประตูตีแมว’ เต็มๆ !!

ปริศนา ลายพราง
102Article
0Video
25Blog