ไม่พบผลการค้นหา
ให้เข้าเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม ฉีดไขว้ก็ไปได้

ทำเนียบขาวประกาศอย่างเป็นทางการ สหรัฐอเมริกาจะเปิดพรมแดนอีกครั้ง โดยอนุญาตให้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเข้าประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่งสัญญาณถึงระยะใหม่ของการฟื้นตัวจากโควิด-19 หลังจากปิดประเทศเป็นเวลาเกือบ 19 เดือน

ตามข้อกำหนดใหม่ที่ระบุว่า สหรัฐฯ จะต้อนรับเฉพาะผู้มาเยือนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น เบรียน ฮิกกินส์ ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐนิวยอร์ก ผู้แทนของเขตที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศแคนาดา ถามหน่วยงานที่เกี่ยวของของรัฐว่าจะยอมรับขนาดวัคซีนผสมหรือไม่ โดยระบุว่า “ชาวแคนาดาเกือบ 4 ล้านคน หรือประมาณ 10% ของประชากรที่ได้รับวัคซีนทั้งหมด ได้รับวัคซีนแบบผสม ซึ่งรวมถึงวัคซีน AstraZeneca ด้วย"

จนถึงตอนนี้ วัคซีนที่ผ่านการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) มี 3 ชนิด คือ Pfizer, Moderna, Johnson and Johnson โดยไม่มี AstraZeneca อยู่ในลิสต์


ฉีดแบบไขว้ก็เข้าสหรัฐฯ ได้

ล่าสุดเมื่อ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ประกาศว่าการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาครั้งนี้ สหรัฐฯ จะยอมรับวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกา และองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งอนุญาตให้คนที่ฉีดสูตรไขว้เข้าประเทศได้ด้วย

“ในขณะที่ CDC ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนแบบผสม แต่เราตระหนักดีว่าสิ่งนี้เริ่มเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นในประเทศอื่นๆ” โฆษกของ CDC กล่าว พร้อมระบุว่า บุคคลใดที่ได้รับวัคซีนสองเข็มไม่ว่าจะเป็นการผสมของชนิดใดที่ FDA ของสหรัฐฯ หรือองค์การอนามัยโลกอนุมัติ ถือว่าเป็นบุคคลที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว"

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แก่ AstraZeneca, Johnson and Johnson, Moderna, Pfizer, Sinopharm, Sinovac

เปิดประเทศหวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ

กระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันศุกร์ (15 ต.ค.64) ว่า ปริมาณผู้โดยสารทางอากาศระหว่างประเทศของสหรัฐฯ โดยรวมลดลง 21% จากระดับก่อนเกิดโรคระบาด และลดลงถึง 43% ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหลังช่วงการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา

สมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐฯ ประเมินว่า จำนวนผู้มาเยือนจากต่างประเทศที่ลดลงนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้สูญเสียรายได้กว่า 250 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8.4 ล้านล้านบาท

ที่ผ่านมา รัฐและเขตที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงรายได้จากการเดินทางเข้ามาเยี่ยมญาติและการซื้อสินค้าในชุมชนชายแดนสหรัฐฯ กับแคนาดาและเม็กซิโก  นักการเมืองในเขตและรัฐดังกล่าวพยายามขอให้รัฐบาลของไบเดนยกเลิกข้อจำกัดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับธุรกิจต่างๆ

วุฒิสมาชิกเคิร์สเทน กิลลิแบรนด์ จากพรรคเดโมแครตในรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้เขตหนึ่งในรัฐของเธอต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 660 ล้านดอลลาร์ต่อปี

“การเปิดพรมแดนครั้งนี้จะเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ครอบครัว และคนที่คุณรักนับไม่ถ้วนที่ต้องเดินทางข้ามพรมแดนทางเหนือ”

 

ฉีดไม่ครบเข้าสหรัฐฯ ไม่ได้

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยอนุญาตให้นักเรียนและคนขับรถจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งแคนาดาและเม็กซิโกเดินทางเข้าประเทศได้ แต่กฎใหม่ที่ออกมานี้ กำหนดให้คนทั้งสองกลุ่มต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อข้ามพรมแดนด้วยเช่นกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปีหน้า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า เพื่อ “ให้พวกเขามีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับกฎใหม่”



ที่มา:

https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/us-will-accept-mixed-doses-vaccines-international-travelers-2021-10-15/

https://www.aljazeera.com/news/2021/10/15/us-to-lift-curbs-on-vaccinated-foreign-travellers-beginning-nov-8

https://www.nytimes.com/2021/10/12/us/politics/us-canada-mexico-borders-open.html

https://www.reuters.com/world/us/exclusive-us-partly-lift-international-travel-curbs-nov-8-official-2021-10-15/