ไม่พบผลการค้นหา
'อนุทิน' ตั้งเป้า 3 เดือน วัคซีนโควิด-19 ของไทย ต้องมีความคืบหน้าชัดเจน เชื่อคนไทยเก่งและทำได้ ด้านคณะกรรมการวัคซีน ชี้สถานการณ์แพร่ระบาดในไทยจะยังน่ากลัวจนกว่าจะมีวัคซีน

วันที่ 22 เม.ย. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวง ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 โดยมีวาระการส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความร่วมมือ เพื่อการบริหารจัดการ การจัดหา การกระจายวัคซีน และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน พ.ศ. 2562 

รวมทั้งหารือนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2563 – 2565 พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทำงานด้านค้นคว้าวิจัยวัคซีน ภายใต้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ 

หลังการประชุม นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นที่น่ายินดีที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพียง 15 ราย และเป็นที่น่าดีใจ มีผู้รักษาหายและสามารถกลับได้ 240 ราย ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมรัฐบาลในการรับมือกับโควิด-19 สิ่งที่ทุ่มเทไปไม่เสียหลายทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาอยู่ในระดับดี

เมื่อวานนี้ ได้ลงนามในหนังสือที่ได้หารือกับคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์หลายสถาบัน เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการคลายล็อก บนพื้นฐานของความเหมาะสมสูงที่สุด เพราะเรื่องการระบาดของโรค เรายังประมาทไม่ได้

ในเรื่องของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ขอย้ำว่าโควิด-19 จะน่ากลัวไปจนถึงวันที่ไทยมีวัคซีนดังนั้น คณะกรรมการชุดนี้คือความหวังของประชาชนที่จะเข้าถึงวัคซีนได้ ซึ่งหากทำการทดลองได้สำเร็จจะเป็นวันที่น่ายินดีในชีวิตของคณะทำงานฯ ที่ผ่านมา ไทยได้ต่อยอดองค์ความรู้ ร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีการระบาดก่อนเป็นที่แรก และอยู่ระหว่างการพัฒนาวิจัยวัคซีน โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติอยู่ระหว่างการลงนามความร่วมมือกับจีน 

ในขณะนี้ ไทยไม่รอเพียงทำการวิฉัยวัคซีนเอง หรือเจรจาร่วมพัฒนาวัคซีนกลับต่างประเทศเท่านั้น แต่เตรียมหาวิธีร่วมทุน และทำ MOU ร่วมกับต่างประเทศ ทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่สัญญา ที่สุดแล้ว ไทยต้องเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม 

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้เสนอพิมพ์เขียว The Brain ในการจัดทำแผนงาน วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งการจัดทำวัคซีนดังกล่าวจะต้องมีแผนการทดลอง และต้องเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ เรามองไปถึงการกระจายวัคซีน ที่ไทยต้องได้รับในระยะเวลาที่รวดเร็ว ประชาชนทุกคนต้องได้สิทธิในการเข้าถึง ชัดเจนว่าหลายหน่วยงานของไทย เริ่มพัฒนาวัคซีนกันแล้ว มีการเสนอว่าจะเห็นความคืบหน้าใน 6 เดือน แต่ที่ประชุมแห่งนี้ ขอเห็นความคืบหน้าใน 3 เดือน เราเชื่อว่าคนไทยเก่งมาก และจะทำได้ในที่สุด