ไม่พบผลการค้นหา
กต.เผยยังคงดำเนินการเจรจาช่วยเหลือตัวประกันอย่างต่อเนื่อง รับ เป็นไปได้ยากที่ตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้ เหตุอิสราเอลยังไม่มีท่าทีจะหยุดยิง

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ว่าสถานการณ์การอพยพขณะนี้ค่อนข้างนิ่ง แต่หากพี่น้องคนไทยประสงค์จะขออพยพกลับเพิ่มเติม สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อให้เราได้สำรองตั๋วที่นั่ง และอำนวยความสะดวกให้ได้ 

ทั้งนี้ ภายหลังจากปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ โรงแรมเดวิดฯ เทลอาวีฟ ไปเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีคนไทยติดต่อแจ้งความประสงค์กลับมา ประมาณ 251 คน ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จึงได้ดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่เมื่อวานมีสำนักข่าวจากต่างประเทศเผยแพร่ภาพของตัวประกันชาวไทย 1 คน ที่ถูกจับกุมตัวไปและได้รับบาดเจ็บนั้น ย้ำว่า ยังไม่ได้รับการยืนยัน หากมีข้อมูลก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องการเจรจาปล่อยตัวประกัน กาญจนา กล่าวว่า ทุกฝ่ายยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่กรณีที่มีกระแสข่าวว่าตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัวเร็วๆนี้ ส่วนตัวมองว่า อาจจะยังเป็นไปได้ยาก เพราะด้วยเงื่อนไขการปล่อยตัว อิสราเอลจะต้องหยุดยิงก่อน แต่ขณะนี้ทางการอิสราเอลยังไม่มีท่าทีหยุดยิงเลย ดังนั้นขอให้ติดตามต่อไป ว่าในเร็ววันนี้จะมีการหยุดยิงหรือไม่

กาญจนา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือและอพยพคนไทยกลับมาจากเล่าก์ก่าย เมียนมา ว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศจึงไม่ได้ให้ข้อมูลในเชิงลึกมากนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่รัฐบาลยึดเป็นหลักในการดำเนินงาน คือไม่ว่าคนไทยที่ไปจะเป็นเหยื่อ หรือ ไปทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ แต่เมื่ออยู่ในภาวะเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อชีวิต เราก็ต้องช่วยไว้ก่อน

เมื่อคืนนี้เราจึงได้ดำเนินการอพยพคนไทยในเล่าก์ก่ายกลับมา จำนวน 266 คน ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ไม่ง่ายเลย เพราะต้องประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง จึงไม่สามารถลงพื้นที่ไปช่วยเหลือได้ จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยส่วนหนึ่งได้กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ และผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ตามขั้นตอน จึงอาจใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย

ทั้งนี้ สำหรับคนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมียนมา นางกาญจนา กล่าวว่า คาดว่ายังมีติดค้างอยู่ แต่คิดว่าไม่น่าจะถึง 100 คน ดังนั้นเราก็จะเดินหน้าช่วยเหลือตามกระบวนการต่อไป พร้อมกับประสานกับมูลนิธิเอ็มมานูแอล สนัลสนุนเงินทุน เพื่อจัดส่งเสบียงและอาหารช่วยเหลือให้กับพี่น้องคนไทยที่ได้รับผลกระทบ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูตฯเร่งรัดการทำงาน เพื่อนำพาทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย