วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2568) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เมื่อวาน (28 พ.ย.68) มติ ทปอ.ไม่เลื่อนสอบ TCAS เด็กในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยตั้งคำถามถามต่อ (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ในสถานการณ์ภัยพิบัติ การ “จัดสอบตามปกติ” ไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียม แต่คือการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำโดยไม่ตั้งใจ แม้น้ำจะลดลงในหลายพื้นที่ แต่สภาพแวดล้อมของเด็กจำนวนมากไม่ได้ “กลับสู่ปกติ” ตามปฏิทินสอบของ ทปอ. ชีวิตที่ต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน การสูญเสียทรัพย์สิน การพลัดที่พัก หรือการติดต่อครอบครัวที่ยังไม่เป็นระบบ รวมถึงอาการเครียด–หวาดกลัวหลังภัยพิบัติ (post-disaster stress) ล้วนส่งผลต่อ “สภาพจิตใจและสมาธิ” ของผู้เข้าสอบโดยตรง
การคาดหวังให้นักเรียนที่เพิ่งผ่านคืนอันโหดร้ายจากน้ำท่วมขึ้นห้องสอบในสัปดาห์ถัดไป โดยเชื่อว่าสามารถ “สอบได้เหมือนเดิม” คือการประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างร้ายแรง และไม่สะท้อนความเข้าใจต่อบริบทชีวิตของผู้เรียนอย่างแท้จริง
ทปอ. เองมีศักยภาพสูงมากในการออกข้อสอบมาตรฐาน มี data bank จำนวนมาก และมีระบบการจัดสอบที่ยืดหยุ่น การจัด “รอบสอบเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ” จึงเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงนโยบาย โดยไม่กระทบความยุติธรรมของรูปแบบข้อสอบ ไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล และไม่สร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มเติม
ขออนุญาตยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น กรณีเกิดแผ่นดินไหว โคลนถล่ม หรือไต้ฝุ่น สนามสอบสามารถ “เลื่อนสอบเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ” ได้ทันที กระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมข้อสอบสำรอง (make-up exam) ซึ่งผ่านกระบวนการเทียบความยากเท่าเทียม (equating) เพื่อให้คะแนนของนักเรียนในพื้นที่ภัยพิบัติ “ไม่เสียเปรียบ” ผู้เข้าสอบพื้นที่อื่น ระบบสอบยังคงความโปร่งใส มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งหลักประกันความเท่าเทียมอย่างแท้จริง
เพราะความเท่าเทียม ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคน “สอบวันเดียวกัน”
แต่คือการทำให้ทุกคน “พร้อมสอบอย่างเท่าเทียมกัน” ต่างหากค่ะ