ไม่พบผลการค้นหา
แม่จ่านิวเผยอาการลูกชายยังทรงตัว รอเข้ารับการผ่าตัดบริเวณจมูกหลังหายใจติดขัด ขณะที่ดวงตาด้านขวายังน่าห่วง เลือดคลั่งกดทับเส้นประสาท ด้าน 'ทวี สอดส่อง' จี้ จนท.เร่งติดตามตัวคนร้าย เตรียมยื่นญัตติให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้าเยี่ยมนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ถูกลอบทำร้าย และให้กำลังใจนางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

นางสาวพัฒน์นรี เล่าถึงอาการล่าสุดของลูกชายว่า อาการยังทรงตัว รู้สึกตัวตลอด โดยวันนี้แพทย์ขอให้งดเยี่ยม เนื่องจากจะเข้ารับการผ่าตัดบริเวณจมูก เพราะกระดูกบริเวณดังกล่าวยุบทำให้หายใจติดขัด บริเวณที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ดวงตาด้านขวา ที่กระดูกแตก มีเลือดคลั่งทำให้ไปกดทับเส้นประสาทมีผลต่อการมองเห็น ซึ่งจะต้องรอผ่าตัดเช่นกัน อย่างไรก็ตามครอบครัวรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะร่างกายตอบสนองดี 

ทั้งนี้ จ่านิวยังปฏิเสธที่จะให้ปากคำกับตำรวจเพราะยังมีอาการปวดศรีษะ ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีขอให้ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องดูแลลูกชายก่อน

1.jpg

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีเพื่อหาข้อเท็จจริงและจับกุมผู้กระทำผิด เพราะเหตุที่เกิดขึ้นกับจ่านิวไม่ดีต่อภาพพจน์ของประเทศ เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจ และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมทุกอย่าง อย่างเสมอภาคเท่าเทียม

โดยในสัปดาห์หน้าพรรคประชาชาติจะเสนอญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรการขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้อำนาจรัฐ เพื่อค้นหาความจริงในเหตุการณ์นี้ให้เกิดความกระจ่างโดยให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะมีการเชิญฝ่ายความมั่นคงมาร่วมเป็นกันกรรมาธิการด้วย

สำหรับข้อเสนอที่จะให้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษนั้น จะต้องพิจารณาหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่องทางที่จะให้เป็นคดีพิเศษได้ คือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ อุกฉกรรจ์ โดยทางครอบครัวสามารถยื่นเรื่องต่อ DSI ได้ ในฐานะที่เป็นผู้เสียหาย และจะสามารถเอาข้าราชการหน่วยอื่นมาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน และนำผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาได้ 


2.jpg3.jpgประจักษ์-วิมุต-จ่านิว-โรงพยาบาลรามาจ่านิว-โรงพยาบาลรามา-นักการเมือง

นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประเทศไทย กล่าวว่าไทยมีพันธะกรณีที่ต้องคุ้มครองนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน แต่กรณีที่เกิดขึ้น ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกลับกลายเป็นเหยื่อของความรุนแรง และกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะกระทบกระเทือนต่อเรื่องของสิทธิมนุษยชนในไทย เพราะขณะนี้หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศรวมถึงฮิวแมนไรท์วอทช์ ประเทศไทยได้นำเสนอกรณีนี้เป็นกรณีเร่งด่วน และจะมีการซักถามผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :