ไม่พบผลการค้นหา
ชำแหละคุณสมบัติ ‘ประยุทธ์’ ส.ส.อนาคตใหม่ ต่างอภิปรายสับ ‘ประยุทธ์’ ฝ่าฝืนจริยธรรม ปิดกั้นเสรีภาพสื่อ ปิดสถานีข่าว14 ครั้งใน 5 ปี ขณะที่ ‘ปารีณา’ ลุกป้อง ‘ประยุทธ์’ ไม่สืบทอดอำนาจ ยก 15 ล้านเสียงเปิดทาง ส.ว. โหวตนายกฯ อัดบางพรรคเด็กเลี้ยงแกะตั้งโต๊ะแถลงเรื่องงูเห่า

บรรยากาศการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังประธานที่ประชุมเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายในประเด็นคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนดำเนินมาถึงเวลา 17.50 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความไม่เหมาะสมของการดำรงตำแหน่งนายกฯ ในแง่กระทำการอันเป็นที่เสื่อมเสียกิตติศัพท์ของนายกฯ ไม่เหมาะสม เช่น การระบุว่าจะใช้เครื่องประหารหัวสุนัขกับสื่อมวลชน จนถูกสื่อต่างประเทศนำไปรายงานอย่างกว้างขวาง

ทั้งยังมีการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของสื่อ ขัดต่อประมวลจริยธรรม ข้อ 13 ที่กำหนดให้ต้องอิสระเป็นยุติธรรมเป็นกลาง โดยคำนึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่กลับมีการลงโทษสื่อรวมทั้งสิ้น 59 ครั้ง มีการปิดสถานีข่าวทั้งสถานี 14 ครั้ง ในรอบ 5 ปี ซึ่งสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนย่อมได้รับการคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 35 นอกจากนี้ยังปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน รวม 200 ครั้งใน พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีพฤติกรรมขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมที่ใช้กับ ส.ส.องค์กรอิสระและรัฐมนตรี ซึ่งเกียรติภูมิของนายกฯ เป็นเรื่องสำคัญ ต้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของประเทศ

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการไปต่อสู้เรียกร้องของประชาชน ซึ่งตนมี 4 คดี ถูกส่งขึ้นศาลทหาร พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีจิตใจธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตยตามข้อที่ 5 ของประมวลจริยธรรม คุณสมบัติเช่นนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ นักกิจกรรมหลายคนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

แต่ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีการลอบประทุษร้ายคนเหล่านี้อย่างเป็นระบบ วางแผนเป็นอย่างดี กระทำต่อเป้าหมายอย่างต่อเนื่องกับคนที่เห็นต่างกับ คสช. การปิดปากประชาชนเกิดขึ้นตลอดเวลา นอกจากทำลายประชาธิปไตยแล้ว ยังสร้าง ส.ว.ขึ้นมา ทำให้เกิดคำถามว่า ส.ว.จะปฎิบัติหน้าที่อย่างอิสระได้หรือไม่ นอกจากปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย แล้วยังต้องการสืบทอดอำนาจผ่าน ส.ว.ด้วย

เวลา 18.25 น. ระหว่างที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม น.พ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ขอหารือต่อที่ประชุมถึงการปิดอภิปราย เพราะได้ผ่านการถกเถียงกันมายาวนานแล้ว ซึ่งนายพรเพชรชี้แจงว่า เหลือผู้อภิปรายที่ขออภิปรายอีก 15 คน แบ่งเป็น ส.ว. 2 คน ส.ส.ฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ 4 คน และฝ่ายสนับสนุนนายธนาธร 9 คน ซึ่งตัวแทน ส.ส.ของเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ตกลงกันว่า ฝ่ายสนับสนุนนายธนาธรจะใช้เวลา 60 นาที พรรคพลังประชารัฐ 40 นาที และ ส.ว. 20 นาที ก่อนที่นายพรเพชรจะสรุปว่า จะใช้เวลาการอภิปรายอีก 2 ชั่วโมง จะจบเวลา 20.30 น. แล้วจึงเริ่มลงมติเลือกนายกฯ ต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมเริ่มมีการประท้วงอีกครั้งขณะที่นายพรเพชร เป็นประธานควบคุมกาประชุมเมื่อเวลา 18.30 น. เมื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ใช้อภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพราะได้มีการเลือกตั้งไม่ใช่สืบทอดอำนาจแน่นอน ส่วนกรณีมีผู้อภิปรายเรื่อง ส.ว.เลือกนายกฯ นั้นก็เป็นบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ 5 ปี อีกทั้งประชาชนเป็นผู้ลงประชามติ 15 ล้านคนเห็นด้วย ส่วนการฝ่าฝืนจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ มีสมาชิกพูดวนไปวนมาพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ฝ่าฝืนซึ่งเป็นการพูดไม่เป็นจริง 

“ที่มีบางพรรคพูดเรื่องงูเห่าไม่มีเลยค่ะ เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ก่อนที่จะมีการตั้งพรรคพลังประชารัฐถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ดิฉันเข้าร่วมพรรคต้องการความสงบสุขของบ้านเมือง” น.ส.ปารีณา ระบุ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้สิทธิประท้วง น.ส.ปารีณาที่พาดพิงกรณีการลงประชามติ ในเรื่องการลงประชามติมีคนดำเนินคดี การลงประชามติมีปัญหา ส่วนอีกประเด็นเรื่อง ส.ว. ตนไม่ได้บอกว่า ส.ว.ไม่มีสิทธิโหวตนายกฯ แต่ตนเห็นว่ากระบวนการสรรหา ส.ว.มีปัญหา ส.ว.ที่เข้ามาไม่มีอะไรแตกต่างจากสมาชิก สนช. เป็นการประชุม สนช. กับ ส.ส.เท่านั้น ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ใช้สิทธิประท้วงน.ส.ปารีณาพาดพิงว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นเด็กเลี้ยงแกะ การแถลงข่าวของพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้นึกจะแถลงข่าว แต่คำพูดของน.ส.ปารีณา พูดให้พรรคอนาคตใหม่เสียหาย เรามีหลักฐานแต่ไม่ต้องการให้ใครเสียหาย จึงขอให้ถอนคำพูด

ขณะที่ น.ส.ปารีณา ระบุว่า ตนเห็นว่ากินปูนร้อนท้องไม่ถอนคำพูด ทำให้นายพรเพชร ตัดบทการตอบโต้ของสองฝ่ายโดยวินิจฉัยว่าตนไม่รู้ว่าใครเป็นงูเห่าใครเป็นเด็กเลี้ยงแกะพร้อมขอให้ทั้งสองฝ่ายจบเรื่องนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: