ไม่พบผลการค้นหา
'เสธ. แมว' เชื่อมั่นฝ่ายประชาธิปไตยได้ตำแหน่งประธานสภาฯ เพิ่มความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล ยอมรับมีโอกาสเป็นฝ่ายค้านสูง แต่จะใช้โอกาสนี้ทำให้ 'พล.อ.ประยุทธ์' รู้ว่าการเป็นรัฐบาลไม่ใช่สวรรค์อีกต่อไป

พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและหัวหน้าศูนย์สื่อสารข่าวสารเฉพาะกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสืบทอดอำนาจในการแย่งชิงการจัดตั้งรัฐบาล โดยฝ่ายประชาธิปไตยมีความชอบธรรมตามครรลองทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายไม่มีความชอบธรรม แต่กำลังดื้อดึงที่จะจัดตั้งรัฐบาล ตอนนี้การต่อสู้จึงมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งยุทธศาสตร์ของฝ่ายประชาธิปไตยยังมีความชัดเจนว่าจะต้องตัดวงจรการสืบทอดอำนาจให้ได้

ดังจะเห็นได้จากการจับมือกันอย่างชัดเจนของ 7 พรรคการเมือง การช่วงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ เวลานี้จึงมีความสำคัญ เพราะจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีได้ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร คือประธานรัฐสภาที่จะเป็นผู้กราบบังคมทูลฯเสนอตัวนายกรัฐมนตรี หากฝั่งประชาธิปไตยได้ประธานสภาฯ จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจะยิ่งเพิ่มความชอบธรรมว่าตัวนายกรัฐมนตรีต้องมาจากฝั่งประชาธิปไตย

พลโทภราดร ยังเชื่อมั่นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้ตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะขณะนี้มีเสียงจาก 7 พรรคการเมืองถึง 245 เสียง และหากสองพรรคการเมืองใหญ่เข้าใจในหัวใจของประชาชน ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในตอนหาเสียง แล้วหันมาหนุนฝ่ายประชาธิปไตยด้วยการโหวตเลือกประธานสภาฯ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะสามารถชนะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เอื้อให้ฝ่ายสืบทอดอำนาจใช้เสียงเพียง 126 เสียง บวกกับเสียงจาก ส.ว. 250 เสียงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 

แต่ที่ฝ่ายประชาธิปไตยพยายามต่อสู้นี้ นอกจากการให้ประชาชนเห็นถึงความชอบธรรมแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน และเมื่อไปไม่ได้หรือไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลไ��้ ฝ่ายประชาธิปไตยจะสามารถอธิบายต่อสังคมได้ว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญที่มาปิดกั้นโอกาสการจัดตั้งรัฐบาล

พลโทภราดร กล่าวต่อว่า เมื่อฝ่ายประชาธิปไตยมีโอกาสที่จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็เป็นฝ่ายค้านเสียงส่วนใหญ่ การดำเนินกลยุทธ์ในการจัดการกับรัฐบาลเสียงข้างน้อยจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องรอถึงจังหวะในช่วงการพิจารณากฎหมายสำคัญ หรือกฎหมายงบประมาณ เพราะคนที่มาเป็นผู้นำมีจุดอ่อนและแผลเต็มตัวอยู่แล้ว ฝ่ายค้านสามารถนำเรื่องเดิมมารื้อฟื้น ขุดคุ้ย ตั้งกระทู้ ตั้งญัตติสอบถามได้ เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ตัวผู้นำก็แทบจะเดินต่อไปไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะในภาวะที่ไม่มีมาตรา 44 มาคุ้มกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะรู้ว่าการเป็นรัฐบาลไม่ใช่สวรรค์อีกต่อไป

ดังนั้นการต่อสู้ทั้งที่รู้ว่าจะไม่ชนะนี้จะยิ่งทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ใจมวลชนมากขึ้น เพราะเท่ากับว่าฝ่ายประชาธิปไตยได้ต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว เหตุผลที่ไม่ได้รับชัยชนะประชาชนจะเกิดความเข้าใจ ดีกว่าการถอดใจตั้งแต่ต้นโดยที่ไม่ได้ต่อสู้อย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :