ไม่พบผลการค้นหา
ส.ส.สกลนคร เพื่อไทยชูแนวคิดสร้างเงินจากดิน - รดน้ำที่รากใช้ตลาดนำนวัตกรรมพลิกวิกฤตอาหารโลก เป็นโอกาส ฟื้นเศรษฐกิจไทย ให้ไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารโลก

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร และคณะทำงานด้านนโนบายการเกษตร กล่าวถึงแนวทางการดำเนินนโยบายด้านการเกษตรพรรคเพื่อไทย ในหัวข้อ อินทรีย์-เคมี โอกาสของไทยภายใต้วิกฤตอาหารโลก จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ตัวแทนนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย พรรคภูมิใจไทย พรรคก้าวไกล นักวิชาการ และข้าราชการด้านการเกษตร ว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับนโยบายการเกษตร และทราบดีว่าท่ามกลางวิกฤตอาหารโลก การยกเครื่องภาคการเกษตร รดน้ำที่ราก คือโอกาสรอดของประเทศไทย การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร คือโจทย์ที่ท้าทาย ปัจจุบันภาคการเกษตรไทยใช้ทรัพยากรแรงงานและที่ดินกว่า 40% แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพียง 8% ของ GDP ประเทศ รัฐบาลปัจจุบันอุดหนุนสินค้าเกษตรปีละกว่าแสนล้าน แต่ผลสุดท้ายเกษตรกรยังคงเป็นหนี้ครัวเรือนละกว่า 2 แสนบาท เพราะปัญหาใหญ่คือประเทศไทยยังผลิตสินค้าเกินความต้องการ และสินค้าที่ผลิตนั้นยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่การเกษตรของประเทศไทยต้องเปลี่ยนทั้งโครงสร้าง เปลี่ยนทั้งวิธีคิด โดยใช้ ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ฟื้นเศรษฐกิจไทย’ ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยมีความต้องการพืชอาหารสัตว์ปีละ 19 ล้านตัน และยังคงต้องนำเข้ากว่า 14 ล้านตัน แต่ถ้าหากเราผลิตตามความต้องการเพื่อทดแทนการนำเข้า ทั้งพืชอาหารคน พืชอาหารสัตว์ และพืชพลังงาน ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ทำให้เกษตรกรเข้าใจธุรกิจ และเข้าถึงแหล่งทุน ก็จะสามารถเปลี่ยนชีวิตพลิกฟื้นเกษตรกรไทยได้เกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เราได้นำวิทยาการนำสมัยและเกษตรแม่นยำ (precision agriculture) เข้าจับการผลิตคราม จากที่เคยใช้การสังเกตพืชด้วยสายตา เป็นการใช้เครื่องมือคำนวณการเก็บเกี่ยวถูกเวลา จึงสามารถทำให้เก็บเม็ดสีน้ำเงิน จากพืชสีเขียวคือต้นคราม ได้เม็ดสีคุณภาพสูงเพิ่มผลผลิต 2 เท่า หรือการปลูกฟ้าทะลายโจร แล้วสามารถเก็บเกี่ยวถูกวิธี ตากแห้งถูกต้อง จึงทำให้ได้สารแอนโดรกราโฟไลด์ปริมาณสูง ขายได้จากราคาปกติ 50 บาท/กิโลกรัม เป็น 200 บาท/กิโลกรัมทันที

“พรรคเพื่อไทยมีวิธีพลิกฟื้นภาคการเกษตรไทย โดยไม่ต้องอาศัยเพียงแค่งบประมาณ แต่พรรคเพื่อไทยมีนโยบาย สามารถสร้าง Multiply Effect ทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 2.5 เท่า เพื่อตอบโจทย์อนาคตประเทศไทยท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางความมั่นคงทางอาหารโลก เป้าหมายเพื่อวันพรุ่งนี้เพื่อไทย ประเทศไทยจะไม่เป็นเพียงครัวของประเทศไทย หรือครัวของโลกเท่านั้น แต่เราจะก้าวไปสู่การเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารของโลก ด้วยการบริหารอย่างมืออาชีพ พูดแล้วทำได้จริง อย่างที่เคยทำประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต” สกุณา ระบุ