ไม่พบผลการค้นหา
'สุชัชวีร์' ร่วมเวทีดีเบต Nation Election DEBATE ประกาศ หากได้เป็นนายกฯ ประเทศไทยจะได้เห็น “ครม.ในฝัน ครม.มืออาชีพ” เป็นรูปธรรมทันที ชูปราบโกงที่ต้นตอ ถ้าโกง ปลดทันที ดำเนินคดีไม่ละเว้น

เวที Nation Election DEBATE : จุดเปลี่ยนประเทศไทย ที่สนามกีฬาเวสน์ 1 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมดีเบตพร้อมประกาศ หากได้เป็นนายกฯ ประเทศไทยจะได้เห็น “ครม.ในฝัน ครม.มืออาชีพ” เป็นรูปธรรมทันที

ดร.เอ้ ย้ำว่า "กระดุมเม็ดแรก" ของการเปลี่ยนประเทศ คือ คนทำงานต้องตรงกับงาน นักการศึกษา ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ นักวิจัยชั้นนำ รับผิดชอบกระทรวง อว. คนจากภาคเอกชนที่เข้าใจเทคโนโลยีและ AI นั่งกระทรวงดิจิทัล ไม่ใช่โควตาบ้านใหญ่ หรือคนที่ขาดความรู้ เพราะแบบนั้น 100 วันก็ไม่เห็นผล และ 4 ปีก็ไม่เปลี่ยน "ถ้ามีนายกรัฐมนตรีชื่อ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ท่านจะได้เห็น ครม.ในฝัน เป็นมืออาชีพทุกตำแหน่ง"

ภายใน 30 วันแรก ดร.เอ้ ประกาศขออาสา

- สร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย หยุดอุบัติเหตุซ้ำซาก เครนถล่ม หลุมยุบ ที่ทำให้ประเทศอับอาย

- ลูกออกจากบ้าน ต้องได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

- จัดการ “สแกมเมอร์” ที่ดูดเงินคนไทยกว่า แสนล้านบาทต่อปี ให้จบเด็ดขาด

ด้วยเทคโนโลยีของรัฐที่นำโดย วิศวกรและนักเทคโนโลยีตัวจริง ประเทศไทยต้องไม่แพ้โจรไซเบอร์ และต้องไม่ยอมแพ้การเมืองแบบเดิม

ทั้งนี้ 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ย้ำแนวคิด 'การเมืองสร้างสรรค์' พร้อมตั้งคำถามต่อสังคมถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งมองว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยถดถอยจนถึงปัจจุบัน พรรคไทยก้าวใหม่ต้องการเห็นทุกพรรคการเมืองนำจุดแข็งของตนเองมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาประเทศ ด้วยความสามัคคีมากกว่าการเผชิญหน้า พร้อมเสนอแนวคิดการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพจากหลากหลายพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม การร่วมงานทางการเมืองต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน คือ ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีต้องเป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสายงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ

ดร.เอ้ ยืนยันว่าตนเองไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง และพร้อมทุ่มเทกำลัง ความรู้ และประสบการณ์ในช่วงวัยที่ยังมีศักยภาพเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่สามารถรอได้อีกต่อไป เปิดโอกาสให้ทีมงานได้ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ยังได้แสดงจุดยืนชัดต่อคำถาม “จะแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างไร และจะทำอย่างไรหากมีคนในพรรคหรือรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าทุจริต” ว่า พรรคไทยก้าวใหม่ไม่ยอมรับคนโกง หากพิสูจน์ไม่ได้ต้อง ปลดออกทันทีและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมชี้ว่าการแก้คอร์รัปชันต้อง ตัดที่ต้นตอ ไม่ใช่แก้ปลายเหตุ

หัวใจนโยบายคือการ ผลักดันรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) ให้เกิดผลภายใน 1 ปี เพื่อลดช่องว่างทุจริต เพิ่มความโปร่งใส และตรวจสอบได้จริง ควบคู่กับการ ปลูกฝังวินัยและคุณธรรมตั้งแต่วัยเด็ก สร้างสังคม “ไม่โกง” อย่างยั่งยืน “การแก้คอร์รัปชันที่ดีที่สุด ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ให้เห็นแบบอย่างที่ดี มีวินัย ไม่โกหก นี่คือรากฐานสำคัญของอนาคตประเทศไทยที่ปลอดคอร์รัปชัน” พรรคไทยก้าวใหม่ยืนยัน เอาจริง ไม่ประนีประนอมกับการทุจริต เพื่ออนาคตประเทศที่โปร่งใสและเชื่อถือได้

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ย้ำว่า “ความเหลื่อมล้ำ” คือดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ความเหลื่อมล้ำไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่สะท้อนอยู่ในชีวิตจริงของประชาชน โดยเฉพาะโอกาสของลูกหลาน ซึ่งทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว

ในด้านกฎหมาย ดร.เอ้ ย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความเท่าเทียมภายใต้กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่เลือกปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ ผลักดันนโยบายรัฐบาลดิจิทัล เพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และปิดประตูคอร์รัปชันให้ได้มากที่สุด โดยเชื่อว่าความโปร่งใสคือกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ กล่าวถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติ โดยย้ำว่าประเทศต้องมีระบบ “Single Command” หรือการบัญชาการจากศูนย์เดียว เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีผู้รับผิดชอบโดยตรง

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ชี้ว่าน้ำท่วมคือวิกฤตชาติที่ไม่อาจปล่อยให้หน่วยงานต่างคนต่างทำหรือปัดความรับผิดชอบได้ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะกำกับสถานการณ์ด้วยตนเอง โดยยึดข้อมูลและความเห็นผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก เสนอระดมทรัพยากรข้ามพื้นที่ นำเครื่องสูบน้ำจากจังหวัดที่ยังไม่ประสบภัยมาช่วยกรุงเทพฯ และภาคกลางอย่างเร่งด่วน พร้อมใช้ข้อมูลดาวเทียมและระบบควบคุมเดียว เชื่อมการทำงานของการระบายน้ำและการสูบน้ำให้เป็นเอกภาพ ย้ำว่าผู้นำในภาวะวิกฤตต้องกล้าตัดสินใจบนฐานวิทยาศาสตร์และข้อมูลจริง เพื่อ ลดความสูญเสียโดยไม่ต้องแลกด้วยชีวิตหรือพื้นที่ของประชาชน

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ เห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่อง “กิโยตินกฎหมาย” หรือการยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของรัฐและภาคธุรกิจ ย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ระบุว่า หากมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะผลักดันการสร้างรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการรวมศูนย์ข้อมูลของภาครัฐและเชื่อมโยงระบบต่างๆ แบบไร้รอยต่อ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลโครงการ ไปจนถึงการบริหารงบประมาณทั้งหมดให้อยู่บนระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดช่องว่างการทุจริต

ทั้งนี้ 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ประเมินว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้ประมาณ 80% แต่ย้ำว่าอีก 20% ที่เหลือขึ้นอยู่กับ “ผู้นำทางการเมือง” หากยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง หรือแต่งตั้งบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่โปร่งใสเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เทคโนโลยีก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ยืนยันจุดยืนว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่แต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมหรือภาพลักษณ์ส่อไปในทางทุจริต พร้อมเชื่อว่าการเริ่มต้นจากผู้นำที่สุจริต ควบคู่กับระบบรัฐบาลดิจิทัล จะสามารถปิดประตูคอร์รัปชันได้ครบทั้ง 100% และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศในระยะยาว

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ได้ระบุถึงบรรยากาศการดีเบตว่า เข้มข้น เปี่ยมพลังสร้างสรรค์ และมองว่า เวทีดีเบตไม่ใช่แค่การโต้แย้งทางการเมือง หากคือพื้นที่ “ระดมสมองของประเทศ” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและทางออกที่เป็นรูปธรรมให้คนไทย

'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ ขอบคุณผู้จัด ผู้แทนพรรคการเมือง และประชาชนที่ติดตามจนจบ พร้อมย้ำสาระสำคัญ —ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ หากยัง คิดแบบเดิม เลือกแบบเดิม เมื่อถามว่า “เลือกไทยก้าวใหม่ ประเทศไทยจะได้อะไร” คำตอบคือประเทศที่ Strong ขึ้นจริง ทั้งการยกระดับการศึกษา การจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ และการปราบคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง ก่อนความเสียหายจะเกิดบนหลักความยุติธรรม —คนไทยต้องไม่สูญเสียโดยไร้ความรับผิดชอบ และผู้กระทำผิดต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ที่มา : พรรคไทยก้าวใหม่