ไม่พบผลการค้นหา
นอกจากเทรนด์รถพลังงานไฟฟ้าจะมาแรง อีกหนึ่งเทรนด์ที่คาดว่าจะกลายเป็นการปฏิวัติท้องถนนในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็คือแท็กซี่ไร้คนขับ ที่ตอนนี้เริ่มการทดลองวิ่งแล้วในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก

World Economic Forum ประเมินว่าขณะนี้ กำลังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การปฏิวัติเงียบ" บนท้องถนนทั่วโลก นอกจากรถยนต์พลังไฟฟ้าจะแพร่หลายขึ้นมาก ภายในปี 2025 รถไร้คนขับจะมีจำนวนร้อยละ 2 ของยานพาหนะบนถนนในเมืองใหญ่ของโลก และเพิ่มเป็นร้อยละ 8 ในปี 2030 หรือหากรัฐบาลปรับตัวได้เร็ว จำนวนรถไร้คนขับอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ได้ภายในปี 2030 และสิ่งที่ตามมาก็คือระบบขนส่งมวลชนไร้คนขับจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสะดวก ปลอดภัย และราคาถูกสำหรับการสัญจรในเมืองใหญ่ เช่นในเบอร์ลิน รถแท็กซี่หรือรถเมล์ไร้คนขับ อาจกลายเป็นทางเลือกในการสัญจรของผู้โดยสารกว่าร้อยละ 60 ในเมือง

แม้ตอนนี้รถไร้คนขับจะยังไม่ใช่บริการที่แพร่หลายนัก แต่บริษัทชั้นนำของโลกอย่างกูเกิล ก็ลงทุนในเวย์โม (Waymo) บริษัทลูกที่ทำหน้าที่พัฒนาระบบรถโดยสารไร้คนขับโดยเฉพาะ เป็นเม็ดเงินมหาศาล และทดลองขับไปแล้วเป็นระยะทางกว่า 4 ล้านไมล์ ส่วนเดมเลอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ก็ลงทุนในแอป Mytaxi เตรียมพัฒนารถแท็กซี่ไร้คนขับเพื่อให้บริการภายใน 2 ปีข้างหน้า ขณะที่อูเบอร์และแกร็บ บริการเรียกรถโดยสารส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชั่นรายใหญ่ของโลก ก็เริ่มทดลองให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับเช่นกัน

เหตุที่ทั้งผู้ผลิตรถยนต์และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโยโลยี ต่างก็หันมาสนใจการให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ เป็นเพราะตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ค่านิยมของคนเริ่มเปลี่ยนไป ความต้องการรถยนต์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับการขยายตัวของเมืองใหญ่ ที่ทำให้การใช้รถส่วนตัวเริ่มไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

World Economic Forum ระบุว่า สิ่งสำคัญที่จะกำหนดว่าเทรนด์รถแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแต่ละประเทศเป็นสำคัญ ว่าจะออกกฎหมายรองรับรถไร้คนขับได้เร็วแค่ไหน และมีนโยบายส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ส่วนในภาคเอกชน ก็ต้องมีความร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรถไร้คนขับ รถพลังงานไฟฟ้า และผู้ผลิตพลังงานทางเลือก เพื่อทำให้เทคโนโลยีรถไร้คนขับเป็นทางเลือกที่ราคาถูก เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และลดต้นทุนการประกอบการของระบบขนส่งมวลชนแห่งอนาคตอย่างแท็กซี่ไร้คนขับ