ไม่พบผลการค้นหา
กรมบัญชีกลางจับมือสาธารณสุขแถลงข่าว แจงปม 'ระเบียบ ก.คลัง เรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณ 2561' ยืนยันเป็นการจัดระเบียบ ไม่กระทบลูกจ้าง ไม่มีการลดอัตราจ้าง อนาคตหากจำเป็น สามารถขอเพิ่มอัตราได้

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยหลังประชุมหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้เงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561 โดยยืนยันว่า ระเบียบที่ออกมาไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อพนักงานและลูกจ้างหน่วยงานราชการ เพราะรัฐต้องการแค่จัดระเบียบข้อมูลพนักงานและลูกจ้างนอกงบ ว่ามีจำนวนเท่าไร กี่คน ใช้เงินงบประมาณเท่าไร โดยเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข จะไม่ได้รับผลกระทบใหญ่ 

พร้อมกับชี้แจงว่า เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ได้แจ้งคลังมาแล้วว่า จะจ้างพนักงานและลูกจ้างนอกเงินงบประมาณแบบ 1 ปี จำนวน 7,939 อัตรา และแบบ 4 ปี จำนวน 31,000 อัตรา ซึ่งน่าจะได้รับอนุมัติทั้งหมด อีกทั้งยังมีระเบียบการใช้เงินบำรุง ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณของตัวเองกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่งด้วย

"ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความเข้าใจ การสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ระหว่างคนเขียนกฎหมาย และคนที่อ่านกฎหมาย ทำให้เกิดการสื่อความที่คลาดเคลื่อนกัน ทั้งที่จริงแล้วหากทำความเข้าใจกันได้ ระเบียบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร" นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว

สำหรับระเบียบกระทรวงการคลัง ได้กำหนดการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ หน่วยงานที่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น กระทรวงสาธารณสุข ก็ให้ดำเนินการตามข้อตกลง และหน่วยงานใดที่ยังไม่ตกลงกับกระทรวงการคลัง แต่มีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างไปแล้ว ก็ให้ว่าจ้างลูกจ้างดังกล่าวต่อไปจนสิ้นสุดสัญญา 

แต่หากจะต่อสัญญาใหม่ก็ต้องทำเรื่องเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วหากอัตรากำลังมีความเหมาะสมกับเนื้องานก็จะพิจารณาให้ แต่ถ้าหน่วยงานไหนไม่พอใจก็สามารถขอทบทวนได้

นายเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอให้ทุกคนสบายใจ ทำงานให้เต็มที่ เพราะกรมบัญชีกลางยืนยันแล้วว่าจะไม่กระทบกับการว่าจ้างพนักงานชั่วคราวของโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีการลดอัตรา และที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลางไปเรียบร้อย รวมถึงการจ้างพนักงานลูกจ้างที่ใช้เงินบำรุงก็ปฏิบัติเหมือนเดิม และในอนาคต หากมีความจำเป็น ก็ยังสามารถขออนุมัติเพิ่มอัตราให้เพียงพอต่อการบริการถึงประชาชนได้ด้วย

นายธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แรงกระเพื่อมครั้งนี้เกิดจากการเผยแพร่ระเบียบในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดการตีความคลาดเคลื่อน แต่จากการหารือกับกรมบัญชีกลาง ได้รับความชัดเจนแล้วว่าไม่มีปัญหา โดยในส่วนแพทย์ชนบทที่จะประท้วงเพราะกังวลว่าลูกน้องจะได้รับผลกระทบนั้น เมื่อทำความเข้าใจชัดแล้วก็จะแจ้งข่าวไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลาง ยังทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง 'ซ้อมความเข้าใจระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ. 2561' โดยระบุว่า ระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว กำหนดให้ส่วนราชการหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงาน หรือ ลูกค้า โดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ สำหรับกรณีที่ได้ดำเนินการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณก่อนระเบียบฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ ซึ่งมิใช่กรณีที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังไว้เป็นการเฉพาะ ให้ส่วนราชการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างต่อไปได้ ตามกำหนดระยะเวลาเดิม และเมื่อพนักงานหรือลูกจ้างลาออกหรือส่วนราชการหมดความจำเป็นในการจ้างให้ยุบเลิกตำแหน่งพนักงาน หรือลูกจ้างนั้น แต่ในกรณีส่วนราชการมีความจำเป็นต้องจ้างพนักงานหรือลูกจ้าให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน โดยต้องแสดงเหตุผล ความจำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย 

กรมบัญชีกลางแจ้งว่า การจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุขเป็นการจ้างจากเงินนอกงบประมาณประเภทเงินบำรุงตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 ซึ่งได้รับการอนุญาตกับกระทรวงการคลังไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้นในเรื่องกรอบอัตรา ค่าจ้าง และการจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทนให้แก่ลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานสาธารณสุขจากเงินบำรุง จึงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่ต้องถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงาน หรือลูกจ้าง โดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ. 2561 แต่อย่างไร

ทั้งนี้ ในเรื่องกรอบอัตราการจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงฯ ได้มีหนังสือขอความเห็นชอบกรอบอัตราการจ้างในเบื้องต้น เป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 7,939 อัตรา (จำนวนขาด 31,755/4ปี) มายังกระทรวงการคลังแล้ว โดยขณะนี้กรมบัญชีกลางได้เร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่ ซึ่งระหว่างนี้กระทรวงสาธารณสุขสามารถจ้างลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :