ไม่พบผลการค้นหา
กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 18 ‘พายุปาบึก’ ขึ้นฝั่งแล้ว ที่เข้าปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล้ว จากเดิมคาดว่าเข้าเย็นนี้ ขณะที่ศูนย์อพยพปากพนัง ลมพัดแรงประตูศูนย์อพยพเสียหาย เตรียมเพิ่มศูนย์ฯ หลังประชาชนทยอยอพยพเพิ่มจำนวนมาก กังวลอาหารไม่เพียงพอ

ก่อนหน้านี้ นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ที่จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศไทย พร้อมออกประกาศฉบับที่ 17 ว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทวีความรุนแรงขึ้น และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่ง บริเวณ จ.นครศรีธรรมราช เร็วขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 15.00-16.30 น. ก่อนช่วงค่ำของวันนี้ ( 4 ม.ค.) 

จุดแรกที่จะได้รับผลกระทบ คือ อ.หัวไทร ร้อยละ 40 และขึ้นไปทาง อ.ปากพนัง อ.ท่าศะลา แล้วพายุปาบึกจะเคลื่อนตัวต่อไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี จ.ระนอง แล้วลงทะเลวันพรุ่งนี้ ( 5 ม.ค.) ช่วงบ่าย อย่างเร็วสุดไม่น่าเกินเที่ยงของวันพรุ่งนี้ ( 5ม.ค.) ซึ่งพายุลูกนี้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบถึง 400 กิโลเมตร จึงทำให้พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงได้รับผลกระทบไปด้วย สร้างความเสียหายในวงกว้างรัศมี 200-400 กิโลเมตร

ส่วนวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค. 2562) จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตลู คาดปริมาณฝนสะสมจะมีมากถึง 200-300 มิลลิเมตร พร้อมเตือนประชาชนพยายามอย่าออกนอกบ้าน หากจะบันทึกภาพควรอยู่ในที่ปลอดภัย อย่าอยู่ที่กลางแจ้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ขณะที่ ศูนย์อพยพโรงยิมเทศบาลเมืองอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีลมแรงและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนต่างพากันตกใจ โดยประตูบานใหญ่ถูกลมพัดจนพังเสียหายทำให้น้ำเข้ามาในศูนย์ นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนที่ยังไม่ยอมทิ้งบ้าน หลังจากที่เกิดลมแรงและฝนตกหนัก ทำให้หลังคาบ้านเปิด ได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไปรับตัวมายังศูนย์อพยพเป็นการด่วน



นครศรีธรรมราช


ด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เตรียมปรับแผนที่ศูนย์อพยพ เพราะเริ่มมีจำนวนผู้ที่เข้ามาเกินกว่า 3,000 คน และยังมีประชาชนทยอยมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาจพิจารณาเปิดศูนย์ผู้อพยพเพิ่มอีก เพราะที่นี่คนล้นแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องของอาหารที่อาจจะไม่เพียงพอ ทั้งนี้พบว่าไฟฟ้าในศูนย์อพยพฯ ดับ เนื่องจากความแรงของพายุและฝน

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 18 ว่า เมื่อเวลา 12.45 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว หรือที่ละติจูด 8.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.2 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมจังหวัดสุราษฎรธานีในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยมีผลกระทบดังนี้

ในวันที่ 4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :