ไม่พบผลการค้นหา
นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีจัดซื้อระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล "ไบโอเมตริกซ์" ของสตช. ยืนยันไม่มีการเอื้อประโยชน์ ดำเนินการตามขั้นตอน สามารถตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายระบุว่า การจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตริกซ์ ส่อทุจริตแพงกว่าราคาตลาด โดยระบุมีมาดามหลังบ้านเอี่ยวเรื่องนี้ เป็นภรรยาของคนสำคัญในรัฐบาล เพราะมีรุ่นเพื่อนร่วมรุ่น บยส.15 ที่เรียนด้วยกันมาที่ทำโครงการนี้ และเอื้อประโยชน์

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า การจัดซื้อดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องตรวจสอบได้ โดยโครงการดังกล่าวเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้งบประมาณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นระบบการคัดกรองบุคคลเพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ใช้สำหรับการตรวจสอบอาชญากรรมข้ามชาติตามมาตรฐาน โดยมีวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้พิจารณาความคุ้มค่าแล้ว และการดำเนินการผ่านตามขั้นตอนและระเบียบของราชการที่ถูกต้องครบถ้วน

ทั้งนี้หลังนำระบบนี้มาใช้ทำให้การตรวจสอบข้อมูลบุคคลเข้าออกในประเทศมีความแม่นยำและมีข้อมูลชัดเจน ส่งผลให้การป้องกันอาชกรรมข้ามชาติเกิดประสิทธิภาพสูงของการทำงานในภาพรวม

ส่วนที่กล่าวอ้างว่าผู้บริหารบริษัทที่จำหน่ายเครื่องดังกล่าวมีความสนิทส่วนตัวกับภรรยาของตนเองนั้น ยืนยันว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนอาจมีความสนิทกับภาคเอกชน แต่การบริหารราชการแผ่นดินของตนเองเป็นสิ่งที่ต้องแยกแยะออกจากกัน จึงไม่มีการเอื้อประโยชน์แต่อย่างใด