Refresh

This website www.voicetv.co.th/read/PQfmuWjbG is currently offline. Cloudflare\'s Always Online™ shows a snapshot of this web page from the Internet Archive\'s Wayback Machine. To check for the live version, click Refresh.

ไม่พบผลการค้นหา
เวทีเสวนาการเมืองไทยภายใต้รัฐบาล นายทะเบียน พปชร.รับเอง รธน. 60 ริบอำนาจประชาชน ด้าน 'พงศ์เทพ' ชูประชามติรื้อทั้งฉบับ จวกเลขาฯ กกต.ชื่อโผล่สำรอง ส.ว.ลากตั้ง ขณะที่ 'ธนาธร' ขู่รัฐประหารเมื่อใดลุกขึ้นต่อต้านทันที ชี้ความแตกแยกมาจาก 2 ชุดความคิด

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในงาน 70 ปี สถาปนาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ “วิชาการเพื่อราษฎร์ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย” มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่การเมืองของความหวังหรือจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งต่อไป” โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ร่วมเสวนา 

นายนายวิเชียร กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เกิดขั้นมาได้เพียง 6-7 เดือนก่อนการเลือกตั้งโดยมีความมุ่งหมายที่เกี่ยวเนื่องกับทิศทางการเมืองประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลทั้งที่ประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2475 นำมาสู่การเลือกตั้งการปฏิ���ัติวนเวียนอยู่อย่างนี้ ที่สำคัญคือปี 2516 หลังมีการปฏิวัติเรามีความรู้สึกว่ามันคือความหวังอันรุ่งโรจน์ไพศาลและเป็นความเฟื่องฟูของประชาธิปไตย แต่เวลานี้หลังจากที่หยุดไป5 ปีหลังจากการเลือกตั้งกลับมีความรู้สึกเฟื่องฟูอีกครั้ง ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 นั้นเราไม่ได้ให้สิทธิสภาหรือประชาชนมีอำนาจเหมือนปี 2540 แต่มีทั้งสภาและองค์กรอิสระที่มาทำหน้าที่ตรงนี้เป็นลูกผสมกับระบอบประธานาธิบดีไปในตัว 

นายวิเชียร กล่าวว่า บรรยากาศการเมืองที่น่ากลัวเวลานี้ไม่ใช่เรื่องผลการเลือกตั้งคะแนนปริ่มน้ำเท่ากับเรากำลังดำเนินการต่อสู้โดยการโจมตีกล่าวหาเพื่อนน้อยที่สุด เป็นบรรยากาศการที่ดีมากแต่หลังการเลือกตั้งที่ได้สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ปรากฎว่าบรรยากาศนั้นกำลังเปลี่ยนไปการอภิปรายในสภาไม่ได้บอกว่าตัวองดีอย่างไร แต่บอกว่าเพื่อไม่ดีอย่างไร หากท่านสังเกตจากการประชุมสภาซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกเขาต้องต่อสู้จนเป็นคดีสู่ศาลสุดท้ายก็กลายเป็นการสู้รบปรบมือแต่หากเราทำการเมืองให้เป็นการโฆษณาให้เขาเคารพรักศรัทธาก็จะไม่นำการคนไปสู่ท้องถนนซึ่งเราต้องเคารพสิทธิของคนอื่น 

ธนาธร

'ธนาธร' ชี้หลัง 2549 เป็นความแตกแยก 2 ขั้วความคิด

ด้าน นายธนาธร กล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤตครั้งใหม่แต่เป็นวิกฤติเดิมที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549 นี่เป็นวิกฤตเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ซึ่งใจกลางปัญหาไม่ได้อยู่ที่บุคลิกหน้าตาหรือท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร20 ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐธรรมนูญ5 ฉบับเป็นการบอกว่าเราตกลงกันไม่ได้ว่าอำนาจของประเทศอยู่ที่ใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่าแต่เชื่อว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่คนแต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจปืนมีรถถังถือตราชั่งทางกฎหมายนี่คือปัญหาใจกลางของสังคมไทยที่ยังแก้ไม่ได้ 

“นี่คือการเข้าสู่เฟสใหม่ระหว่าง 2 ชุดความคิดสมรภูมิความคิดเป็นสมรภูมิเดิม แต่สมรภูมิทางการเมืองเปลี่ยนไปโดยไม่มีองค์กรที่ชื่อว่า คสช.จากการที่มีรัฐบาลใหม่แต่ระบอบ คสช.จะยังอยู่กับเรา 2 วันที่ผ่านมามีการเคลื่อนตัวทางความคิดขนาดใหญ่ของสังคมจากอนุรักษนิยมมาฝั่งที่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชนเห็นได้จากพานไหว้ครูซึ่งน่าเหลื่อเชื่อมากว่าการตื่นตัวทางสังคมและการเมืองถูกปลุกขึ้นแล้วโอกาสที่ตัดมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ผมนึกไม่ออกเลยว่าฝ่ายที่เชื่อว่าอำนาจมาจากประชาชนจะแพ้ได้อย่างไรทุกปีมีคนบรรลุนิติภาวะปีละ 700,000 คนซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาเห็นคืออะไรและได้แสดงออกมาแล้ว”

วิเชียร

ลั่นเดินสายปฏิรูปกองทัพ - ยุติเกณฑ์ทหาร

เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับงานแปรอักษรหรือการตรวจตรวจสอบทุจริตอุทยานราชภักดิ์ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้านแต่วันนี้มีซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งโชคดีที่พรรคเรามี ส.ส.มากกว่า20 คนซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือการปรับแก้ รัฐธรรมนูญ มาตรา272 และ279 ในเรื่องอำนาจของส.ว. และคำสั่งคสช.มีอำนาจชั่วกาลปาวสานต่อไป เราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหารยุติระบบราชการรวมศูนย์และการกระจายอำนาจ ซึ่งเราเชื่อว่ามันเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้องระบบราชการและการเมืองยึดโยงด้วยกันอย่างน้อยเรามีช่องทางมากขึ้นและอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด5 ปีจะใช้ไม่ได้

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกกับพี่น้องประชาชนว่าภูมิใจไทยจะไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมถามจริงๆว่าหากใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์แบบที่นักวิชาการหรือสื่อมวลชนทั่วไปคำนวณกลุ่มพรรคที่ร่วมเสียงข้างมากในสภาล่างได้คือกลุ่มพรรคที่ต้าน คสช.ดังนั้นหากใช้ตรรกะนี้นายอนุทินจะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เลยซึ่งการใช้อำนาจของ กกต.ในการคำรวณสูตรทำให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ

นายธนาธร กล่าวว่า การกระจายอำนาจถามว่าตั้งแต่รัฐประหาร2549 และ5 ปีของคสช.อำนาจถูกกระจายไปท้องถิ่นมากขึ้นหรือถูกดึงเข้ามายังส่วนกลางผมเติบโตมากับหนังสืออาจารย์โกวิทย์อาจารย์อยู่ผิดพรรคแล้วครับความเหลื่อมล้ำที่กระจุกตัวอยู่กับส่วนกลางคือปัญหาแล้วรัฐเผด็จการที่จะสืบทอดอำนาจจะกระจายอำนาจนั้นคงเป็นไปไม่ได้ทุกพรรคการเมืองต่างพูดเรื่องการกระจายอำนาจส่วนเรื่องเทคโนโลยีถ้าทำไม่ได้ผมทำให้เองก่อนออกจากบริษัทมีหุ่นยนต์1,600 ตัวผมพร้อมพาประเทศไทยต่อกรกับเทคโนโลยีได้มากกว่านี้ 

“ส่วนคำถามว่าจะเกิดรัฐประหารอีกหรือไม่นั้น สุดวิสัยที่ผมจะตอบได้แต่หากเกิดขึ้นอีก ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อต้านการรัฐประหารไปด้วยกันศตวรรษที่21 ไม่ควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว” นายธนาธร กล่าว

ธนาธร

'เพื่อไทย' ลุยสอบร่างทรง คสช.เข้มข้น - ประชามติ แก้ รธน.

ขณะที่นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เมื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จมาตรา 44 ที่ปิดปากสื่อมา5 ปีการตรวจสอบไม่ได้จะหมดไป แม้คสช.จะหมดไปแล้วแต่ร่างทรงและวิญญาณของ คสช.ยังอยู่ในชื่อเดิมพล.อ.ประยุทธ์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อยู่ในคณะรัฐมนตรีเดิม ถ้าอยู่กับ สนช.จะถูกประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่ในสภาผู้แทนฯนั้น พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่จะตรวจสอบร่างทรง คสช.อย่างเข้มข้นที่ผ่านมาเรามีข้อสงสัยไปพึ่งองค์กรอิสระก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ในสภาฯข้อสงสัยของพี่น้องประชาชนจะได้รับการเปิดเผยผ่านการตั้งกระทู้ทุกสัปดาห์สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องทำหน้าที่พิทักษ์ร่างทรงคสช.อย่างหนัก ส่วนส.ว.นั้นมีความกังวลใจไม่มีการเปิดเผยทำอะไรลับๆล่อๆทำให้สังคมคลางแคลงใจสงสัยคณะกรรมการสรรหาและหลักเกณฑ์ แต่นายวิษณุ เครืองาม เนติบริกรอาวุโสพยายามบิดไม่ยอมตอบจนยิ่งสงสัย 

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า "ภายใต้รัฐบาลผสม19 พรรคแค่จัดทำนโยบายก็น่าเป็นห่วงแล้วการทำงานต้องดูว่าจะมีเอกภาพหรือไม่อย่างประชาธิปัตย์ก็คงไม่พอใจกับ 52 ส.ส.แน่ ความสามารถพล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการยอมรับจากพรรคร่วมหรือไม่ ฝ่ายค้านทำได้อย่างเก่งก็ตรวจสอบการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ คงไม่แก้ไม่ได้ เขาไม่ได้เขียนมาให้แก้แต่เขียนมาให้ฉีกจึงต้องยกร่างใหม่ แต่กลไกนั้นถูกปิดต้องทำประชามติถามประชาชนว่าพร้อมจะทำกติใหม่ที่เป็นธรรมร่วมกันหรือไม่"

โกวิทย์

ด้านนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการรวมศูนย์อำนาจรัฐที่ส่วนกลาง และพรรคมีนโยบายหลัก คือ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่จะลดความเหลื่อมล้ำได้ ส่วนรัฐบาลใหม่จะไปรอดหรือไม่ อยู่ที่การสร้างศรัทธาให้กับประชาชนว่านำนโยบายที่จะแถลงไปปฏิบัติให้เป็นจริงได้หรือไม่ นอกเหนือจากความซื่อสัตย์สุจริตและตัวบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ถ้าไปไม่รอดก็ยุบสภาผู้แทนราษฎรหรืออาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ควรปรับท่าทีให้สอดคล้องกับการเป็นนายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภาด้วย

นายโกวิทย์ ยืนยันว่า วิธีคิดและแนวทางแก้ปัญหาแตกต่างกันได้ แต่ต้องแก้ในสภาฯ ซึ่งสภาฯยุคนี้ต่างจากอดีตเพราะมีความหลากหลายทั้ง ส.ส.และพรรคเกิดใหม่และถือเป็นสิ่งที่ดี ที่สำคัญบางเรื่องสามารถทำงานร่วมกันได้ระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล โดยไม่ต้องต่อสู้นองเลือดบนท้องถนนอย่างในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง