ไม่พบผลการค้นหา
แฟนคลับ BTS ชมมิวสิกวิดีโอ Dynamite ซิงเกิลภาษาอังกฤษเพลงแรกของวง ทุบสถิติ 44 ล้านวิวใน 6 ชม. ส่วนต้นสังกัดเผยรายได้ครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 47% สะท้อน 'พลังวัฒนธรรม' Soft Power กู้วิกฤตได้หลังโรคโควิด-19 แพร่ระบาด แต่ปัจจัยที่ทำให้ BTS โดนใจแฟนๆ ทั่วโลก ไม่ใช่แค่หน้าตา-ท่าเต้น

Music Ally เว็บไซต์บันเทิงรายงานว่า Big Hit Entertainment บริษัทต้นสังกัดบอยแบนด์เกาหลีใต้ชื่อดังอย่างวง BTS เพิ่งเปิดเผยผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าจะการจัดคอนเสิร์ตในหลายประเทศจะถูกเลื่อนและยกเลิกเพราะวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่บิ๊กฮิตฯ ยังสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว

รายได้หลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการไลฟ์สตรีมคอนเสิร์ตของ BTS ออนไลน์ โดยใช้ชื่อว่า ‘Bang Bang Con: The Live' เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีประกาศเพิ่มเติมอีกว่า BTS จะมีคอนเสิร์ตทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ทั้งยังจะเปิดตัวแอปพลิเคชันเกมในมือถือสมาร์ตโฟน BTS Universe Story ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นภาคต่อของเกม BTS World ที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2562

ส่วนหมุดหมายสำคัญอีกประการที่แฟนคลับ BTS ทั่วโลกเฝ้ารอกันอย่างมาก ก็คือกำหนดปล่อยซิงเกิล Dynamite ในเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้ ซึ่งตรงกับเวลาไทย 11.00 น. และจะเป็นเพลงแรกของ BTS ที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ

The Jakarta Post รายงานว่า ทีเซอร์ผลงานใหม่ของ BTS ความยาวเพียง 0.29 วินาที ซึ่งเพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. มีผู้ชมออนไลน์กว่า 41 ล้านครั้งในเวลาเพียง 2 วัน จึงเป็นที่คาดเดาได้ว่าซิงเกิล Dynamite จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามไม่แพ้กัน

เมื่อมิวสิกวิดีโอ Dynamite ที่เป็นทางการเผยแพร่ออกมาตามเวลาที่รอคอย ก็มีผู้เข้าชมสูงถึง 44 ล้านครั้งในเวลาเพียง 6 ชม.เท่านั้น

ทั้งนี้ แม้ว่า 'อาร์เอ็ม' หัวหน้าวง BTS จะเคยให้สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วว่าพวกเขายังไม่คิดจะทำเพลงภาษาอังกฤษทั้งเพลง แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งนำไปสู่มาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมืองและปิดกั้นการเดินทางในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้พวกเขาทบทวนใหม่

'ชูก้า' สมาชิกอีกคนหนึ่งของวง ระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกต้องเผชิญเหมือนๆ กัน พวกเขาจึงคิดหาทางกันใหม่ว่าจะทำอะไรได้บ้าง และการทำเพลงภาษาอังกฤษทั้งเพลงก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะที่ผ่านมา ผลงานของ BTS จะมีเนื้อเพลงเกาหลีเป็นหลัก


'ซอฟต์เพาเวอร์' พลังทางวัฒนธรรม หนุนเสริมธุรกิจ

หลังจากเผยผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกได้ไม่กี่วัน 'บิ๊กฮิต' ก็ประกาศแผนธุรกิจใหม่ โดยระบุว่าจะเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในเร็วๆ นี้ และตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้เปิดเผยด้วยว่า IPO ดังกล่าวจะมีบริษัทดูแล 3 แห่ง คือ NH Investment & Securities, Korea Investment & Securities และ JPMorgan Chase ขณะที่ Mirae Asset Daewoo จะเข้ามาเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมด้วย และนักวิเคราะห์ประเมินว่านี่อาจจะเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในปี 2563

บีทีเอส-BTS-บังทันบอยส์-เคป๊อป-เกาหลีใต้-อุตสาหกรรมดนตรี-บอยแบนด์

ขณะที่เว็บไซต์ด้านการลงทุน The Investor ของอังกฤษ ประเมินว่า BTS เป็น 'พลังทางวัฒนธรรม' (Soft Power) อันเข้มแข็งของเกาหลีใต้ เพราะนอกจากจะได้รับความนิยมในระดับโลกแล้ว ยังเป็น 'สินค้า' ที่สร้างรายได้สวนทางการเติบโตของธุรกิจอื่นในประเทศอีกหลายแวดวง

'บังชีฮยอก' ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบิ๊กฮิต เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2562 ว่าคอนเสิร์ตของ BTS ดึงดูดแฟนเพลงชาวต่างชาติให้เดินทางมายังเกาหลีใต้ประมาณ 187,000 คน และการใช้จ่ายของแฟนเพลงที่เรียกตัวเองว่า A.R.M.Y. สร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจการท่องเที่ยวและผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับวงอีกประมาณ 100,000 ล้านวอน 

ส่วนเว็บไซต์ Korea Times รายงานด้วยว่า ผู้บริหารบิ๊กฮิต รวมถึงผู้บริหารค่ายเพลงอื่นๆ ในเกาหลีใต้ ต่างหันมาใช้โมเดลธุรกิจแบบต่อยอด ไม่เน้นที่การทำผลงานดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดรายได้เพิ่มเติม

ทั้งนี้ บิ๊กฮิตกำลังพิจารณาผลักดันการออกแบบเกมและสินค้าใหม่ โดยใช้แนวคิด 'จักรวาล BTS' แบบเดียวกับ 'จักรวาลมาร์เวล' การ์ตูนคอมิกอันโด่งดังของฝั่งสหรัฐฯ เพื่อที่ศิลปินในสังกัดจะได้รับผลประโยชน์ต่อเนื่อง แม้แต่ช่วงที่ว่างเว้นจากงานแสดงดนตรี โดยเฉพาะในยุคที่โควิด-19 ยังไม่หยุดแพร่ระบาด


ผลงานโดนใจคนหมู่มาก รัฐช่วยผลักดัน

BTS ได้รับการยกย่องเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับบอยแบนด์เกาหลีใต้ ในฐานะวงแรกที่ได้รับเชิญให้ร่วมเวทีประกาศรางวัลดนตรีแกรมมี่ของสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีผลงานติดอันดับชาร์ตเพลงยอดนิยมทั้งฝั่งอเมริกาและยุโรป และได้รับเชิญจากองค์การยูนิเซฟให้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมใหญ่ว่าด้วยประเด็นทางสังคมต่างๆ

AFP-BTS Bangtan บังทันซอยอนดัน บอยแบนด์ เคป็อป K-Pop

จุดแข็งของ BTS ตั้งแต่ดั้งเดิม คือ การฝึกฝนพัฒนาความสามารถในฐานะเด็กฝึกของค่าย บิ๊กฮิตจนกระทั่งเดบิวต์เข้าสู่วงการเต็มตัวเมื่อราวสิบปีก่อน ทักษะการร้องและเต้นจึงแม่นยำและยังคงพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อผนวกรวมกับหน้าตาอันโดดเด่นของสมาชิกทั้ง 7 คน ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากที่วงได้รับความนิยมอย่างสูง

ทว่าปัจจัยที่ทำให้ BTS ไปได้ไกลในต่างแดน อ้างอิงทัศนะของแฟนคลับอีกเป็นจำนวนมากทั่วโลก ระบุว่าเกิดจากเพลงที่มีเนื้อหาปลอบใจ ทำความเข้าใจ และกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่รู้จัก 'รักตัวเอง' เคารพตัวเองและผู้อื่น ซึ่งค่อนข้างจะสอดคล้องกับสภาพสังคมโลกยุคเทคโนโลยีปั่นป่วน (technology disrupt) จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยอีกประการที่ทำให้ศิลปินเคป็อปอย่าง BTS และกลุ่มอื่นๆ ได้รับความนิยมไปได้ไกลถึงระดับโลก คือ มาตรการส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาลเกาหลีใต้ หลังผ่อนคลายมาตรการกีดกันภาพยนตร์และศิลปะบันเทิงจากต่างประเทศในยุคทศวรรษ 90 เป็นต้นมา รัฐบาลของเกาหลีใต้ก็เปิดกว้างให้บุคลากรในประเทศเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายเพิ่มขึ้นจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม

ขณะเดียวกันก็มีความพยายามให้ส่งออกละครซีรีส์ ภาพยนตร์ และนักร้องนักดนตรีของเกาหลีใต้ไปยังประเทศต่างๆ เพื่อให้อุตสาหกรรมบันเทิงก้าวหน้า จนกระทั่งกระแสความนิยมในวัฒนธรรมบันเทิงเกาหลีใต้เป็นที่รู้จักในฐานะ K-Pop ซึ่งอาจเรียกได้ว่ามาแทนที่กระแส J-Pop วัฒนธรรมป็อปและความบันเทิงของญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดเอเชียและอีกหลายประเทศทั่วโลกมาก่อนหน้านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: