ไม่พบผลการค้นหา
'เจตน์'ชงนายกฯชะลอซื้อวัคซีนอีก 50 ล้านโดส ห่วงมีปริมาณวัคซีนล้นเกินความต้องการ ด้าน 'ประยุทธ์' แจงวุฒิสภา ยืนยันรัฐบาลตนเองใช้หนี้มากกว่ารัฐบาลอื่นด้วยซ้ำ

วันที่ 14 มิ.ย. ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564  5 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 205 งดออกเสียง 2 เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 207 คน

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า สำหรับประเด็นหนี้สาธารณะนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กู้เงินซักบาทเลย หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นได้อย่างไร และการกู้เงินก็มีความจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นคงไม่กู้

“หลายคนก็บอกว่าหนี้สาธารณะเกิน มันเกิน มันเกิน ถ้ามันกู้มากกว่านี้ มันก็เกิน แล้วมันจำเป็นหรือไม่ ไม่จำเป็นจะกู้ทำไม ก่อนหน้าผมมีหนี้สาธารณะเท่าไหร่ ผมเป็นคนสร้างหนี้ทั้งหมดนี้หรือเปล่า ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง ผมใช้หนี้มากกว่ารัฐบาลอื่นด้วยซ้ำไป"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลายคนบอกว่ารัฐบาลเป็นเทคโนแครต ทำงานโดยข้าราชการ แต่ข้าราชการนั้น จะทำให้เราไม่ต้องติดคุก เพราะถ้าเราครอบงำเขามากๆ ก็ติดคุกทั้งหมด ถามว่าใครจะทำงาน ถ้าข้าราชการไม่ทำ เราต้องให้กำลังใจข้าราชการ แต่ถ้าข้าราชการโกง ก็ต้องรับผิดชอบ

ด้าน วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานกรรมการธิการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง วุฒิสภา อภิปรายว่า อดีตที่ผ่านมา มีการปรับเพดานหนี้สาธารณะขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยในปี 2540 ขึ้นไปมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP ก่อนจะค่อยๆปรับลงมา ในยามไม่ปกติ สามารถปรับให้มีความยืดหยุ่นได้ โดยหลายประเทศ มีเพดานที่สูงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ จึงเสนอแนะให้ปรับเพื่อความยึดหยุ่นขึ้น ซึ่งไม่มีความยุ่งยาก เพราะตามกฎหมาย ได้ให้อำนาจคณะกรรมการการเงินการคลัง ที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม และกำหนดว่าทุก 3 ปี ต้องมีการทบทวน โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด

111.JPG

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมการธิการด้านสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.สาธารณสุข มีความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ ที่กฎหมายกำหนดว่าต้องไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่สงบลง รัฐบาลจึงอาจจะมีการออก พ.ร.ก.กู้เงินอีกในอนาคต จึงเสนอให้ปรับกรอบวงเงินหนี้สาธารณะ เพราะรายได้ของรัฐไม่สามารถจัดเก็บได้ตามเป้าอย่างแน่นอน

นพ.เจตน์ ยังกล่าวถึงการจัดหาวัคซีนว่า การจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม 50 ล้านโดส เมื่อรวมกับวัคซีนเดิม ของแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ซิโนแวค 7.5 ล้านโดส ไม่รวมที่จะสั่งเพิ่มอีก 1 ล้านโดส อาจทำให้มีปริมาณวัคซีนล้นเกินความต้องการ และอาจมีปัญหาจำนวนผู้ฉีดวัคซีนน้อย อันเกิดจากผู้ที่กลัวและไม่ต้องการฉีดวัคซีน

“รัฐอาจเตรียมมาตรการจูงใจและชะลอการสั่งซื้อวัคซีน เพื่อรอดูสถานการณ์ เพราะความต้องการวัคซีน มักจะมีมากในระยะแรก หรือใน 2 เดือนแรก และหลังจากนั้น จะค่อยๆลดลง เหมือนกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีการระบาดมาก่อน โดยเฉพาะประเทศทางยุโรป"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง