ไม่พบผลการค้นหา
สมาคมคราฟท์เบียร์ไทย ชี้มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ทำรายได้ลดลงกว่า 90% ส่งผลกระทบร้านคราฟท์เบียร์ 500 แห่ง กระทบผู้ประกอบการ และพนักงานกว่า 5 พันชีวิต จี้ ศบค. และ กทม. เร่งผ่อนปรน

เวลา 10.30 น. สมาคมคราฟต์เบียร์แห่งประเทศไทย นัดหมายรวมตัวที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นที่ทำการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อยื่นหนังสือทวงคืนความเป็นธรรม หลังจาก ศบค. และ กทม. ซึ่งออกมาตรา ให้เปิดร่้านอาหารโดยสามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ถึงเวลา 21.00 น. และห้ามไม่ให้ขายเครื่องดืมแอลกอฮอล์เพื่อบริโภคในร้านอาหาร โดยมาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร้านอาหาร และผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ประกอบการคราฟท์เบียร์ทั่วประเทศ

ตัวแทนสมาคมคราฟ์เบียร์ฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่เดินทางมาเรียกร้องความเป็นธรรมในครั้งนี้ว่า ต้องการให้ ศบค. เข้าไปชี้แจงกับทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ยกเลิกมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางสมาคมฯ ได้พูดคุยกับทาง ศบค. แล้ว ทราบเรื่องว่า ทาง ศบค. ไม่ได้เป็นผู้ออกมาตรการดังกล่าว แต่เป็นอำนาจที่ผู้ว่าราชการเป็นผู้กำหนดขึ้นมา จึงต้องการให้ ศบค. แสดงความชัดเจนต่อมาตรการดังกล่าว จากนั้นช่วงบ่ายจะเดินทางไปศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้ว่าราชการนำไปพิจารณาต่อ

สำหรับหนังสือ ที่สมาคมคราฟต์เบียร์ฯ ยื่นต่อ ศบค. ระบุว่า ช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ทำให้ร้านคราฟท์เบียร์ไม่สามารถทำธุรกิจได้ตามปกติ รายได้ลดลงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากรายได้หลักของธุรกิจคราฟท์เบียร์มาจากการบริโภคภายในร้านเป็นหลัก ขณะที่ต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบรรดาผู้ประกอบการไม่ได้ลดลง สถานการณ์นี้ส่งผลให้ร้านคราฟท์เบียร์ไม่น้อยกว่า 500 แห่งได้รับผลกระทบ และมีผู้ประกอบการ พนักงาน ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 5,000 คน

กลุ่มคราฟท์เบียร์หน้า  ก.มหาดไทย_๒๑๐๑๒๕_0.jpgกลุ่มคราฟท์เบียร์หน้า  ก.มหาดไทย_๒๑๐๑๒๕_1.jpg

ทั้งนี้ สมาคมคราฟท์เบียร์ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2564 ซึ่งทางกรมควบคุมโรคมีข้อเสนอแนะว่าร้านอาหารสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อการบริโภคในร้านได้ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

1.) มีการเว้นระยะห่างของลูกค้าตามมาตรของรัฐ

2.) ไม่มีการแชร์แก้วเครื่องดื่มโดยเด็ดขาด

3.) ไม่ให้มีการลุกขึ้นเต้นภายในร้าน

จากข้อเสนอแนะในที่ประชุมดังกล่าว ทางสมาคมคราฟท์เบียร์มีความมั่นใจ ว่าผู้ประกอบการทุกร้านจะสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขได้ ทางสมาคมฯ จึงใคร่ขอความกรุณา ศบค. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โปรดผ่อนปรนให้ร้านอาหารสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อการบริโภคภายในร้านได้ ถึงเวลา 22.00 น. และอนุญาตลูกค้านั่งได้ถึง 23.00 น. เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารและพนักงานสามารถอยู่รอดได้