ไม่พบผลการค้นหา
“หมดเวลานายกฯ ก่อนประเทศหมดเวลา” ฝ่ายค้าน คิกออฟ ! เดินสายรับฟังปัญหาประชาชนทั่วไทย บี้ “ประยุทธ์” ลาออก อย่ารอศาล รธน. ฟัน ครบวาระ 8 ปี

ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาเปิดงาน “ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทยเพื่อประชาชน” และมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นภายใต้หัวข้อ “หมดเวลานายกฯ ก่อนประเทศหมดเวลา” 

โดยวิทยากรผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ​รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ​​ประธานที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ​พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ​​รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ​ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ​หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ​​เลขาธิการพรรคประชาชาติ ​ เทวกฤต พรหมมา ​​รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นิคม บุญวิเศษ ​​หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และ พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดย นพ.ชลน่าน ระบุว่าหน้าที่ที่เหมือนกันของฝ่ายค้านและรัฐบาลคือร่วมกันออกกฎหมายให้กับฝ่ายบริหาร เป็นการถ่วงดุลทางการเมือง แต่รัฐบาลยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ก่อนหน้าใช้กฎหมาย ม.44 ออกกฎหมาย บังคับใช้ และตีความเอง ขัดแย้งต่อหลักประชาธิปไตย การเสวนาวันนี้ เป็นกลไกหนึ่งที่จะได้รับฟังเสียงของประชาชน ที่เป็นเจ้าของอำนาจ พร้อมเปิดเผยว่า ในอนาคตจะมีการจัดงานที่จังหวัดน่าน นครราชสีมา และชลบุรีต่อไป

LINE_ALBUM_220313_6.jpg

ขอยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านอยากรับฟังทุกอย่าง รวมถึงอยากให้ประชาชนทวงอำนาจด้วยตนเอง สิ่งที่ฝ่ายค้านต้องทำตอนนี้คือต้องชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่สามารถอยู่ในอำนาจเกิน 8 ปี “ตอนนี้ต้องหมดเวลานายก ก่อนประเทศจะหมดเวลา” 

นพ.ชลน่าน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากนายกรัฐมนตรีสามารถแก้ปัญหาได้ จะดำรงตำแหน่งไปต่อเนื่องก็ไม่มีใครว่า แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตโควิด-19 ความเป็นอยู่ หนี้สาธารณะ และหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น


วงเสวนาเห็นพ้อง 'ประยุทธ์' ต้องลาออก

ตอนหนึ่งของการเสวนา ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า โดยส่วนตัวมองว่าไม่ควรให้เวลานายกฯคนนี้ตั้งแต่แรก เพราะเข้ามาด้วยการยึดอำนาจรัฐประหาร ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะครบวาระ 8 ปี ในปีนี้ อยากถามประชาชนว่า เรามีความสุขดีแล้วหรือกับรัฐบาลแบบนี้  

LINE_ALBUM_220313_0.jpg

ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เพิ่มขึ้นทุกปี ความทุกข์ยากต่างๆ ไม่ว่าจะของแพง หนี้สินเพิ่มพูน ปัญหาภัยพิบัติ และกรณีทุจริตคอรัปชัน แต่ผู้นำออกมาแสดงวิสัยทัศน์แต่ละครั้ง ไม่สามารถสร้างความสุขให้กับประชาชนได้เลย นายกฯบอกจะสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติ แต่ก็เห็นว่ายิ่งแตกแยกมากกว่าเดิม เพราะกลายมาเป็นคู่ขัดแย้งกับคนในสังคมเสียเอง 

จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบผ่านการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเป็นการประกาศว่า พรรคใดยังหนุนนายกฯคนนี้ต่อ อาจจะสูญพันธุ์ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า


'พิจารณ์' ยก 'ประยุทธ์' เป็นผู้นำที่ดี แต่ไม่ใช่ยุคนี้

ด้าน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การวาระ 8 ปี ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะถูกตีความอย่างไร ต้องดูที่เจตนาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีนัยยะ 2 ประเด็น คือรัฐธรรมนูญนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อไม่ให้มีพรรคใดสามารถครองเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งมั่นใจว่าถูกร่างขึ้นมาเพื่อกีดกันพรรคเพื่อไทย แต่กลับมีสูตรคำนวณ ส.ส.ปัดเศษ แจกกล้วยงูเห่า และในตอนนี้รัฐบาลก็มีปัญหาด้านเสถียรภาพ

LINE_ALBUM_220313_7.jpg

ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจแทรกซึมลงไปในหน่วยราชการ ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ให้มีสามัญสำนึก รีบลาออกก่อนที่จะมีคนไปยื่นร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ

พิจารณ์ ย้ำว่า ในยุคศตวรรษที่ 21 ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใน มีทักษะบริหารจัดการวิกฤต และมีความเป็นพลเมืองโลก เคารพสิทธิเสรีภาพกันและกัน นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาบริหารประเทศ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นผู้นำที่ดี แต่ต้องไปดำรงตำแหน่งช่วงศตวรรษที่ 18-19 สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์ ไม่ใช่ยุคนี้

ในส่วนปัญหาด้านสังคม ยังมีกรณีการริดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออก คุกคามผู้เห็นต่าทางการเมือง ดัชนีทุจริตที่องค์กรระดับนานาชาติจัดทำ ระบุว่า จาก 180 ประเทศ ไทย อยู่ที่ 110 การกู้เงินก็มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ชัดเจนที่สุด คือการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ได้ถึง 2570 เท่ากับเป็นการจุดชนวนระเบิดเวลา


'เสรีพิศุทธ์' ยก 'ประยุทธ์' นักกู้เเห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ผู้นำจะต้องมี 3 สิ่งคือ ร่างกาย ความคิด และสติปัญญา จึงชวนตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีครบทุกอย่างหรือไม่ โดยส่วนตัว ขอนิยาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ร่างกายหมดสภาพ จิตใจหวั่นไว ความรู้ก็ไม่มี ความดีก็ไม่ปรากฏ” เพราะตอนนี้สังเกตเห็นว่า ภาพลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สง่างามและจิตใจอ่อนไหวเนื่องจากสร้างศัตรูทางการเมืองไว้จำนวนมากตั้งแต่ยึดอำนาจ ก็เป็นธรรมดาที่กังวลว่าจะถูกเอาคืน หากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะอยู่อย่างไร 

LINE_ALBUM_220313_15.jpg

และสาเหตุสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก เพราะการแสดงวิสัยทัศน์เหมือนคนไม่มีความรู้ ยกตัวอย่าง ยางพาราราคาตก ก็บอกให้ไปขายที่ดาวอังคาร / น้ำท่วมนาให้เลี้ยงปลา สวดมนต์ไล่พายุ ผักชีแพงให้ปลูกในค่ายทหาร เป็นต้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นตัวอย่างให้พี่น้องประชาชนเลย

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีความดีปรากฎ เห็นได้จากการกู้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จนได้ฉายา “นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” กู้มาแล้วก็โกง ทำให้หนี้สินเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้กู้เงินไปแล้ว 5.5 ล้านล้านบาท ประชาชนยากจนกว่าเดิม ส่วนตัวไปลงพื้นที่หาเสียงพบว่าตอนนี้ทุกคนเป็นหนี้กันถ้วนหน้า และตอนนี้ก็มีปัญหาขัดแย้งกันเองภายในฟากฝั่งรัฐบาล ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังปกครองคนในพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ แล้วจะไปปกครองประชาชนได้อย่างไร ขอเรียกร้องให้ลาออกเร็วที่สุด และขอให้จับตาว่าหลังจากนี้จะมีงูเห่าแสดงตัวอีกหรือไม่