ไม่พบผลการค้นหา
‘จิรายุ’ ประจานรัฐบาลตูดขาด ขยันสร้างหนี้ ลักหลับประชาชนกู้เงินกองทุนน้ำมันอีกแสนล้าน ซัดเทงบกระจุกตัวบางจังหวัด ด้าน ‘วีระกร’ ขอรัฐบาลสนใจเกษตรกร ดันสร้างโรงงานปุ๋ยใช้เอง ช่วย ‘ประยุทธ์’ ได้อยู่ยาวถึง 2568

วันที่ 17 ส.ค. 2565 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ในวาระที่ 2 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม และได้ดำเนินการประชุมมาถึงมาตรา 4 ว่าด้วยงบประมาณในภาพรวมของประเทศ 

จิรายุ ประชุมสภา งบประมาณ -1DC9-4BEF-B7EA-275992BFC5CD.jpeg

ทั้งนี้ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายขอปรับลดงบประมาณปี 2566 ลง 29% เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงรุนแรง มีหลายครอบครัวต้องเอาชีวิตตัวเองเนื่องจากไม่มีรายได้ ทำกินไม่ได้ ตนไม่ต้องการให้กู้หนี้ยืมสินเพิ่มอีก เนื่องจากเวลานี้รัฐบาลอยู่ในสถานะบักโกรก ไส้แห้ง ถังแตก ตูดขาด ที่เคยบอกได้ปีนี้เผาจริง ขณะนี้วนรอบเมรุ 3 รอบแล้ว เตรียมตัวเก็บกระดูกลอยอังคารสภาวะเศรษฐกิจไทย

จิรายุ ย้ำว่า เมื่อวานที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำลักหลับประชาชน กู้เงินลับเพื่อพยุงกองทุนน้ำมัน 1.25 แสนล้านบาท จึงต้องขอตัดลดงบประมาณลง 29% เพื่อไม่ให้รัฐบาลเพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศอีก พร้อมมองว่ารัฐบาลนี้ทำตัวแบบศรีธนญชัย ที่เอาขนมซึ่งยายฝากมาขายไปเทน้ำเทท่า เปรียบเหมือนการจัดสรรงบประมาณปี 2566 แบบเทกระจาด มีหลายหน่วยงานจัดงบแบบกระจุกตัวในจังหวัดซึ่งพรรคการเมืองเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตนขอเตือนว่าอะไรที่เบาก็เบาเถิด

“กรุณาเอาพอประมาณและกระจายให้ทั่วถึงหน่อยได้หรือไม่ พรรคการเมืองใดจะดูภาคไหนก็แล้วแต่ ก็เห็นหัวของประชาชนตาดำๆ บ้าง พรรคพวกท่านให้ 80 แต่ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องท่านให้สัก 50 ก็ได้ การพัฒนามันเป็นลูกโซ่โยงใยกัน เหนือ อีสาน กลาง ใต้ ตะวันออก ตะวันตก มันไม่ใช่พัฒนาที่เดียวแล้วจะเจริญทั้งประเทศ มันไม่ใช่” จิรายุ ระบุ


’วีระกร’ ขอโยกงบมาช่วยเกษตรกร ช่วย ‘ประยุทธ์’ อยู่ยาวถึง 2568

วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายขอตัดงบลง 1% เนื่องจากเห็นว่าการจัดสรรไม่ได้ตอบโจทย์ความจำเป็นของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นเกษตร เกือบ 50% ของประเทศ สิ่งที่ต้องตอบโจทย์ให้เกษตรกรเรื่องการดูแลน้ำ รัฐบาลนี้ถือว่าทำได้ดีพอสมควร ด้วยการดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานสำนักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตนเน้นย้ำคือโครงการผันน้ำยวมเพื่อปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ยังไม่คืบหน้า และอยู่ภายในการดูแลของกรมชลประทาน โครงการผันน้ำยวมไม่ได้ใช้งบประมาณมากมาย และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วหากกรมชลประทานเร่งรัดดำเนินการ อีกทั้งเรื่องทรัพยากรปุ๋ย ทั้งที่ประเทศไทยมีทรัพยากรปุ๋ยสมบูรณ์ ใช้เจ็ดชั่วโคตรยังเหลือ แต่ไทยยังต้องซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศอยู่ แต่โครงการงบฯ ไม่ปรากฏโครงการพัฒนาโรงงานผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมเลย มีแต่เหมือง แต่ขุดเหมืองมาไปขายใคร ขอเสนอแนะให้กรรมาธิการฯ พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร

“ฝากท่านกรรมาธิการฯ และฝากไปยังรัฐบาลด้วย สนใจเรื่องของเกษตรกรให้มากกว่านี้ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้ 8 ปีเต็มๆ ไปจนถึงปี 2568 ขอบคุณครับ” วีระกร กล่าวในตอนท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2566 ในมาตรา 4 ด้วยคะแนน 245 ต่อ 107 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง