ไม่พบผลการค้นหา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเวทีหาทางออกการศึกษาไทย ด้านตัวแทนนักเรียน ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง 1 เงื่อนไข

บรรยากาศการดีเบตบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ระหว่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับกลุ่มนักเรียนเลว โดยมี ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ นักเรียนชั้นม.6 เป็นตัวแทนจากนักเรียน เป็นการเสวนาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดย ลภนพัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มนักเรียนขอเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.หยุดคุกคามนักเรียน 2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง และ 3.ปฏิรูปการศึกษา ส่วน 1 เงื่อนไขคือ หากทำไม่ได้ก็ขอให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง สำหรับการคุกคามนักเรียนหมายรวมถึงการลงโทษนักเรียนโดยไม่สมเหตุสมผล และมองว่ามาตราการของการออกมาปกป้องนักเรียนยังไม่ถึงขั้นเด็ดขาด จึงมีข้อเสนอแนะในเรื่องของการประเมินโรงเรียนโดยการเข้าไปไม่บอก และไม่กระทบกับการเรียน แต่ในปัจจุบันการประเมินโรงเรียน เป็นการทำงานแบบผักชีโรยหน้าและกระทบกับการเรียน พร้อมเห็นว่ากฎระเบียบที่มีอยู่ไม่เป็นปัจจุบัน เป็นกฎระเบียบที่ล้าหลัง รวมถึงการทำงานที่ล้าหลังด้วย และมีหลายโรงเรียนที่ไม่ยอมทำตามกฎของกระทรวง 

ด้าน ณัฎฐพล กล่าวว่า ตอนนี้ครูในโรงเรียนมีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจในการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มนักเรียน ทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาได้เปิดช่องให้มีการร้องเรียน ซึ่งเรื่องคุยอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจะไม่คุ้นเคยต่อประเทศไทย จึงต้องมีการปรับตัว อีกทั้งต้องจัดกระบวนการใหม่ทั้งหมด โรงเรียนไม่ปลอดภัยไม่ได้ ตนอยากยุติเรื่องต่างๆที่ผิด แต่ต้องมีการดำเนินการเป็นกระบวนการ ไม่สามารถหยุดได้ทันที ตนแก้ไม่ได้หากทุกคนไม่ช่วยกันร่วมกันแก้ และทุกคนสามารถส่งข้อมูลข้อเสนอแนะ มาได้เพื่อร่วมกันแก้ไข 

แฟลชม๊อบนักเรียนข้างกระทรวงศึกษาฯ_200905.jpg


สำหรับคลิปการลงโทษต่างๆ ของครูที่ทำเกินกว่าเหตุนั้น นักเรียนสามารถบันทึกภาพและส่งมายังกระทรวงศึกษาธิการได้ ซึ่งบางโรงเรียนไม่สามารถที่นำโทรศัพท์ไปโรงเรียนได้ ตนมองว่าเป็นเรื่องของโรงเรียนในการดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ทันที ส่วนเรื่องการแสดงออกของเด็กนักเรียน ทั้งการติดโบว์ขาวการพูดคุยทางการเมืองนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องไม่คุกคามหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน 

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมของนักเรียนในโรงเรียน แต่มีการแต่งกายนอกเครื่องแบบนั้น ก็ต้องดูจุดประสงค์ในการเข้าไป บางทีอาจจะเข้าไปตรวจสอบหายาเสพติด ทั้งนี้ขอให้เข้าใจในกระบวนการของโรงเรียนและกระทรวง เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ ในวันนี้กระทรวงศึกษาไม่ยอม และจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้อยู่ในวงจรของโรงเรียนไม่ได้ เพราะในอดีตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งนี้ก็มีการเข้มงวดกับกฎระเบียบมากขึ้น แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง