ไม่พบผลการค้นหา
ศาลฏีกาสั่งปรับบริษัทสวนจันทบุรี 1.5 แสนบาท จากกรณีสร้างสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกป่าพื้นที่เขาสอยดาว ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯ ลุยฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 46 ล้าน ศาลนัดพิจารณาคดี 2 เม.ย. นี้

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริงคดีสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกพื้นที่ป่าเขาสอยดาว ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรีเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทำให้ราษฎรบริเวณใกล้เคียงขนาดแคลนน้ำใช้ 

โดยอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับบริษัทสวนจันทบุรี ในความผิดฐานบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือ ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2558 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 (บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด) เป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ 1 ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคดีหมายเลขดำที่ สวอ. 53/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1920/2558 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น

ต่อมาศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าวแล้ว มีผลให้บริษัทสวนจันทบุรี ต้องถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท รวมถึงคนงานคือ นายประยุธ ปุณศรี และนายธีรพงษ์ นวนวิลัย ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

อีกทั้ง ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้มอบหมายให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ดำเนินการฟ้องร้องคดีทางแพ่งที่ศาลจังหวัดจันทบุรี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป โดยเป็นเงิน 26 ล้านบาท รวมดอกเบี้ย 46 ล้านบาท และนัดพิจารณาคดีในวันที่ 2 เม.ย. 2561

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ มีผู้ร่วมถือหุ้นโดยบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด กลุ่มอิตาเลียนไทยของตระกูลกรรณสูต และกลุ่มทุนธนาคารใหญ่ 

ทั้งนี้ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2531 มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคในสวนเกษตรขายพืชผลการเกษตร โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ได้แก่ นาย พงษ์พิชัย พิทักษ์บุรี สัดส่วนถือหุ้น 30.86% บริษัท บิ๊ก เวิลด์ สยาม จำกัด 21.43% บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด 10% บริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด 8.57% และนาย สมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 4.5% นอกนั้น เป็นการถือหุ้นของบุคคลในตระกูลเริงพิทยา ตระกูลจรณะจิตต์ และตระกูลกรรณสูต อีกจำนวนหนึ่ง