ไม่พบผลการค้นหา
“สุวินัย ภรณวลัย” ถึงกับโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า “พรรคไทยภักดีประเทศไทย จะเป็นตัวแปรการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า”

“พรรคไทยภักดีประเทศไทย” แปรสภาพจาก “กลุ่มไทยภักดี” กลุ่มอันเป็นที่หยัดยืนของ “หมอวรงค์” ตลอดปลายปี 2563 

กลุ่มไทยภักดี ถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อกรกับม็อบปลดแอก มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยนัยนี้ พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นจึงมีเป้าหมายเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่เปลี่ยนพื้นที่เล่นใหม่ จากท้องถนนสู่รัฐสภา 

“กลุ่มไทยภักดี” 

เมื่อไม่อาจขึ้นสู่จุดสูงสุดในพรรคสีฟ้า “หมอวรงค์” มือปราบจำนำข้าว จึงหันไปซบอก “ลุงกำนัน” ใช้ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” เป็นฐานที่มั่นในการโจมตี “ธนาธร-ปิยบุตร-พรรคอนาคตใหม่” 

แต่เมื่อประเด็นในการ “ปลดแอก” ถูกยกระดับให้สูงยิ่งขึ้นไปชนิด “ไร้เพดาน” กลางเดือนสิงหาคม 2563 “กลุ่มไทยภักดี” จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ 

ในวันนั้นพวกเขาประกาศจุดยืนในการ “ปกปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์-ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับสังคมไทย-พัฒนาประเทศบนพื้นฐานหลักวิถีไทย-ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียง” 

ให้หลังจากนั้น “หมอวรงค์” ออกเดินสายระดมมวลชนผู้จงรักภักดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตัวเขาเองได้รับ “สัญญาณพิเศษ” ให้เดินหน้าส่ง “สาร” ทางการเมืองได้เต็มที่ 

139077986_2827586597512373_1527609821424971895_o (Custom).jpg

“หมอวรงค์” บันทึกถึงความสำเร็จของ “กลุ่มไทยภักดี” ในปี 2563 ไว้ว่า 

“1.สถาบันพระมหากษัตริย์ ยังแข็งแกร่งดุจหินผา ที่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน แม้จะมีความพยายามจ้องทำลายจากกลุ่มที่ไม่หวังดี แต่สถาบันก็มีการปฏิรูปตนเอง ให้อยู่ในหัวใจของประชาชนตลอดไป

2.ความล้มเหลวของม็อบปลดแอก ที่เปิดมาต้องการประชาธิปไตย อ้างเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกล้วนไม่หวังดี มีแต่ความหยาบถ่อย สุดท้ายไม่รู้จะเป็นสาธารณรัฐ หรือคอมมิวนิสต์ และไม่รู้ว่าจะเป็นสามนิ้วหรือค้อนเคียว และแล้วกำลังแปรสภาพเป็นม็อบรำคาญ

3.การลุกขึ้นมาใส่เสื้อเหลือง ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ....

4.การล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2560 ...ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะล้มล้างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ 16.8 ล้านเสียงได้

เสื้อเหลือง ธงชาติ กปปส

5.ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของกลุ่มก้าวหน้า ในการเลือกตั้งอบจ. 42 ต่อ 0 เป็นปรากฏการที่สร้างความยินดีของคนไทยทั้งประเทศ ที่ชี้ให้เห็นว่าเพลงหนักแผ่นดิน มีพลังจริง ไม่คิดว่าจะถูกไล่ทั้งแผ่นดิน กระแสไม่เลือกพวกล้มล้างสถาบันได้ผล” 

“กลุ่มไทยภักดี” ยังหนุนให้บังคับใช้ ม. 112 อย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมเก็บหลักฐานดำเนินคดี ต่อผู้เข้าข่ายกระทำความผิด พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

“1.กระทรวงศึกษา ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนแก่ผู้บริหารทุกระดับ ของโรงเรียนและสถานศึกษา ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง และเครือข่ายใช้โรงเรียนและสถานศึกษาในการปลุกระดม จาบจ้วงสถาบันหลักของชาติ

2.กระทรวงศึกษาต้องมีนโยบาย ที่ชัดเจนต่อครูและบุคคลากรทางการศึกษา ในการพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะครูหรือบุคคลากรทางการศึกษา ที่มีจิตใจเอนเองสนับสนุนผู้ที่ไม่หวังดี เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะเป็นอันตรายต่อความคิดของนักเรียน

3.กระทรวงศึกษาควรมีการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อสร้างสำนึกของความภูมิใจในความเป็นชนชาติไทย 

4.กระทรวงศึกษาควรมีกิจกรรมรณรงค์ สร้างจิตสำนึกต่อนักเรียน ครู ตลอดจนบุคคลากรทางการศึกษา ให้เห็นถึงความสำคัญ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ของสถาบันหลักของชาติ

5.ถ้าหากเกิดกิจกรรมทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ในโรงเรียนหรือสถานศึกษาใด ควรต้องให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ” 

“พรรคไทยภักดีประเทศไทย” ขนานไปกับกระบวนการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ “หมอวรงค์” โจมตีไปที่ข้อเสนอของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่ออกมาเคลื่อนไหวยกเลิก ม. 112 

“หยุดเถิดคุณปิยบุตร ที่จะมาสร้างวาทกรรมบิดเบือน ให้คนเข้าใจผิดเรื่องมาตรา 112 วันนี้สังคมไทยเขาตื่นรู้ และรู้ไปถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของพวกคุณทั้งประเทศแล้ว ถ้าแน่จริงพวกคุณน่าจะออกมาเล่นเองได้แล้ว ไม่ใช่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง และปล่อยให้เด็กๆ ต้องไปเผชิญชะตาตามยถากรรม” 

“ถ้าใครคิดว่าจะแก้ไขมาตรา 112 หรือ คิดจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาแผ่นดินนี้ ให้ลองเอาหัวไปทุบกำแพงวัดพระแก้วดูว่า กำแพงพังไหม ถ้ากำแพงพังเมื่อไร ค่อยมาคิดแก้ไขมาตรา112” 

112  สถาบัน 5.jpg

“สาร” ของ “กลุ่มไทยภักดี” ได้รับการตอบสนองมากเพียงใด อาจพิจารณาได้จากรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

 “นับตั้งแต่เริ่มมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 63 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 49 ราย ใน 36 คดี (นับคดีที่มีผู้ได้รับหมายเรียก แต่ยังไม่ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วย)” อ่านละเอียดได้ที่ ศูนย์ทนายความฯ

พรรคการเมืองใหม่ที่ใกล้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการกดปราบผู้เห็นต่างผ่านพื้นที่ที่เป็นทางการมากยิ่งขึ้น และผ่านระเบียบกฎหมายที่มีบทลงโทษชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในรัฐสภาจำเป็นต้องมีผู้แทนที่มีจุดยืนอย่างแข็งขันในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ส.ว. จากการแต่งตั้งแต่ฝ่ายเดียว อย่างที่เป็นมาก่อนหน้านี้

พรรคไทยภักดีประเทศไทย จะเข้าสู่สภาฯ ได้กี่ที่นั่งในการเลือกตั้งรอบหน้า ไม่สำคัญเท่ากับในระยะเฉพาะหน้านี้ พรรคการเมืองใหม่พรรคนี้จะเป็น “ตัวแปร” สำคัญ ในการเป็น “ผู้นำ” และเสนอ “วิธี” ในการนำ “เพดาน” กลับสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

วยาส
24Article
0Video
63Blog