ไม่พบผลการค้นหา
นายกฯ อารมณ์เสียถูกซักสลายม็อบทะลุฟ้า เปิดทางถ่ายภาพหมู่ ครม. แจงเหตุสลายมีผลกระทบการจราจร โรงเรียนรอบข้างโวยมา ย้ำเป็นการขอคืนพื้นที่ ถามสื่อหนุน 'จตุพร' นัดชุมนุม 4 เม.ย. อยากให้กลับเป็นแบบเดิมหรือไม่ ปัดไทยหนุนเมียนมาใช้ความรุนแรงกับประชาชน

วันที่ 29 มี.ค. 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง (รมว.) กลาโหม กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมว่า ตนถามว่ากฎหมายว่าอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่ากฎหมายทุกฉบับเพื่อปวงชนชาวไทย และปวงชาวไทยคือคนทั้งประเทศ ได้รับสิทธิเสรีภาพ ทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญกำหนด และกฎหมายลูกก็เขียนไว้ว่าอะไรที่สามารถทำได้หรือไม่ได้ รวมถึงมีผลกระทบต่อบุคคลอื่นหรือไม่ และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนทั้งเรื่องการจราจรและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอให้พิจารณาตรงนี้ด้วย

ส่วนที่สังคมตั้งคำถามเรื่องการใช้ความเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วันนี้ได้มีการดำเนินคดีแล้ว ขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิจารณา ส่วนการสลายม็อบทะลุฟ้าเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุเพราะนายกรัฐมนตรีต้องการจะถ่ายรูปรวมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในวันอังคารที่ 30 มี.ค. ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ถามกลับอย่างมีอารมณ์ ว่า คิดอย่างนั้นได้อย่างไรตนไม่เข้าใจวิธีการคิดแบบนี้ แต่คิดแบบนี้ไม่ได้ กลุ่มผู้ชุมนุมอยากทำอะไรก็ทำไปที่ผ่านมาทนอดทนมาตั้งหลายอาทิตย์แล้วแต่วันนี้มีปัญหามีผลกระทบต่อการจราจร มีโรงเรียนร้องเรียนเข้ามา และใน พ.ร.บ.การชุมนุมที่สาธารณะที่สาธารณะ ก็ระบุกฎหมายชัดเจนว่าจะต้องห่างจากสถานที่ราชการเท่าไหร่และต้องดูกฎหมายอื่นประกอบด้วย หากตนเองไม่ทำ คนอื่นก็เดือดร้อน

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าประชาชนคนไทยทุกคนก็ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 28 มี.ค. เป็นเพียงการขอคืนพื้นที่และได้มีการเตือนไปหลายครั้งแล้วจึงขอให้เข้าใจด้วย จำว่าเป็นคนละเรื่องกันกับการถ่ายรูปหมู่ ครม.

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การจัดกิจกรรม "ใส่ชุดไทย ไถเซิร์ฟสเก็ต" ของ วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า ว่ามีการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคหรือไม่ หรือเป็นเพราะเป็น ส.ส. จึงได้รับอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรีระบุเพียงสั้นๆว่า "จะรับไปพิจารณาให้"

ลั่นไม่ยุบสภา เตือนสื่อหนุน 'จตุพร' อยากให้บ้านเมืองกลับไปแบบเดิม

พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่จำนวนมาก สะท้อนว่าจะมีการยุบสภาฯ หรือไม่ ยังไม่มีการยุบสภาฯ ทั้งนี้การตั้งพรรคการเมืองเป็นเรื่องของทุกคนที่มีสิทธิ์จะทำอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ประกาศนัดชุมนุมในวันที่ 4 เม.ย. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “คุณสนับสนุนเขาหรือไม่ อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบเดิมอีกหรือไม่ ถ้าอยากให้บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้นแบบเดิมก็ช่วยเขาขยายไปให้เขาแล้วกัน”

ส่วนกรณีที่ ชัยวัฒน์ เป้าเปื่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ทำร้ายร่างกาย อาจารย์ ม.ราชภัฏราชนครินทร์ จนได้รับบาดเจ็บ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนได้มีการพูดคุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว และมีเรื่องคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่ปรากฏ และในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็ต้องมีการตรวจสอบภายในของเขาเอง อย่างไรก็ตามใครก็ตามจะทำผิดกฏหมาย ทำร้ายร่างกายคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว

ประยุทธ์ สื่อมวลชน  .jpg

นายกฯ แจงส่งตัวแทนร่วมวันกองทัพเมีียนมาเป็นช่องทางการทหาร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงนโยบายของไทยในการดูแลผู้อพยพชาวเมียนมา รวมถึงกรณีที่ไทยระบุว่า หากมีแกนนำของเมียนมาเข้ามาในพื้นที่ไทยแล้วจับกุม เพื่อส่งคืนให้ทางการเมียนมาด้วยว่า เรื่องนี้ไทยทราบถึงปัญหาในเมียนมา ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้อยู่ โดยขอให้เป็นเรื่องภายในของเราไปก่อน เพราะไม่อยากให้มีการอพยพเข้ามาในพื้นที่ของเรา แต่ก็ต้องดูแลในเรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วย จึงขอให้ระมัดระวังด้วย

ส่วนกรณีการที่ไทยส่งตัวแทนเข้าร่วมวันกองทัพเมียนมา ในขณะกองทัพนานาชาติ 12 ชาติมหาอำนาจ ประณามกองทัพเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นช่องทางทางการทหารที่เราจำเป็นต้องติดตาม และต้องหากลไกต่างๆที่สามารถติดตามในเรื่องพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาและความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เราเป็นประเทศที่มีดินแดนติดกันก็ต้องมีผลกระทบ เมื่อมีการสู้รบก็ต้องมีการอพยพ ดังนั้นเราต้องเตรียมแก้ปัญหาตรงนี้ โดยเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในชั้นต้นของเราก่อน และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องว่ากันอีกครั้ง ส่วนการคาดการณ์ตัวเลขของผู้อพยพและการเตรียมการรองรับนั้น เราก็ต้องเตรียมพื้นที่ไว้ ส่วนจะอยู่ตรงไหนหรือจะมากน้อยเกียงใดก็ค่อยว่ากันอีกที ขออย่าเพิ่งพูดไปถึงการจัดสถานที่พักพิงหรือศูนย์อพยพ ยังไม่พูดตรงนั้น เพราะวันนี้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องจัดเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว

ปัดหนุนเมียนมาใช้ความรุนแรง

ส่วนการเมืองในเมียนมาที่เริ่มทวีความรุนแรง ทางการไทยจะกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างไร ในการทำงานตามแนวชายแดนให้รอบคอบ เพราะหลายกรณีถูกเชื่อมโยงว่าไทยสนับสนุนทหารเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทราบดีและติดตามทุกวัน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานมาโดยตลอด ฝ่ายความมั่นคงก็รายงานขึ้นมา ซึ่งขณะนี้ไทยสนับสนุนทหารเมียนมาตรงไหน ตนไม่เข้าใจ เพราะคงไม่มีใครที่จะไปสนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่ไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดเมียนมา ขณะนี้ยังคงย้ำในจุดยืนเดิม คือวินๆ ทั้งเศรษฐกิจและประชาชนอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ยังมีการค้าขายกันอยู่ตามปกติ ซึ่งต้องดูคนที่อยู่ในวงจรเหล่านี้ด้วย ซึ่งคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนคนไทยและเมียนมา ที่ต้องอยู่ต้องกิน รวมทั้งสินค้าก็ยังมีความต้องการอยู่ จึงเป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการอาเซียน หรือประชาคมอื่นๆ โดยย้ำว่าต้องระมัดระวังอย่างที่สุด

ส่วนกรณีเรือขนส่งสินค้า “Ever Given” ขวางเส้นทางการเดินเรือในคลองสุเอชจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ว่า เป็นเรื่องที่เราต้องรู้ปัญหาเกิดขึ้นในภูมิภาค ซึ่งเรื่องของคลองสุเอช ถึงแม้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในขณะนี้ และสร้างความเสียหายจำนวนมาก แต่ไทยได้นำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาตั้งแต่แรกแล้ว โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทั่วไปอาจได้รับผลกระทบบ้าง การส่งมอบล่าช้า ค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ต้องอ้อมไปเส้นทางอื่น ซึ่งได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด หามาตรการดูแลผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้า ถ้าสถานการณ์คลี่คลายในระยะเวลาอันสั้นก็ไม่น่าจะกระทบมากนัก 

ส่วนเรื่องปัญหาพลังงานยังไม่มีผลกระทบในขณะนี้ โดย ปตท. มีคาโก้น้ำมันดิบในลิเบียซึ่งได้แก้ไขขายให้ในยุโรปไปแล้ว ส่วนการซื้อขาย LNG ใช้การซื้อขายแบบที่ผู้ขายต้องจัดหามาให้ครบตามสัญญาซึ่งผู้ขายต้องจัดหามาให้ครบ 

ส่วนเรื่องของการค้าขายและการส่งออกสินค้าไปยุโรป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจจะเสียเวลาแต่ก็สามารถอ้อมได้ หากติดค้างในคลองสุเอชอาจต้องรอประมาณ 10-15 วัน เนื่องจากต้องลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ออกจากเรือที่อับปาง ซึ่งยังไม่มีผลกระทบกับเรามากนักในเรื่องเหล่านี้ รัฐบาลก็ติดตามแก้ไขมาทุกเรื่อง ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ทั้งในอาเซียน รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจทุกเรื่อง ทุกอย่างตนทราบดี ได้สั่งการทุกหน่วยงานเตรียมการแก้ปัญหาไว้ หลายอย่างคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าก่อนดีกว่า เพื่อจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา ตนทำเชิงรุก หมดทุกเรื่อง

ประยุทธ์ 9115503000000.jpg

'ชัยวุฒิ' รับสานต่อจับตาผู้กระทำผิด ม.112

ด้านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยภายหลังทำงานวันแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยระบุว่าเป็นการประชุมร่วมกันกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งเป็นเงินทุนที่จะไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่วนเรื่องอื่นไม่มีอะไร โดยตนจะเข้าไปยังกระทรวงในช่วงบ่าย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการต่างๆที่คั่งค้างอยู่ 

ชัยวุฒิ ยืนยันว่า ไม่รู้สึกหนักใจในประเด็นที่สังคมออนไลน์มีการจาบจ้วงสถาบัน รวมไปถึงโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยระบุว่าทุกอย่างต้องค่อยๆแก้ปัญหาไป และหาทางออกร่วมกันทุกฝ่าย รวมไปถึงยังไม่ได้มีการพูดคุยว่าจะมีการตั้งศูนย์มอนิเตอร์ หรือตั้งวอร์รูมแต่อย่างไร 

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการจับตาผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 อะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ชัยวุฒิระบุว่า เท่าที่ทำอยู่ก็ทำดีอยู่แล้ว ก็จะไปสานต่อ อะไรที่เป็นอุปสรรค ก็จะต้องมีการแก้ไขต่อไป