ไม่พบผลการค้นหา
เข้าสู่วันที่ 5 สำหรับภารกิจไขปริศนาเครื่องบินโบอิง 777 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่หายไปจากจอเรดาร์อย่างไร้ร่องรอย
เข้าสู่วันที่ 5 สำหรับภารกิจไขปริศนาเครื่องบินโบอิง 777 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่หายไปจากจอเรดาร์อย่างไร้ร่องรอย จนถึงตอนนี้นอกจากปริศนาพาสปอร์ตปลอมที่คลี่คลายลงไปได้แล้วโดยไม่ได้เพิ่มเบาะแสใดๆให้กับการสอบสวนกรณีเครื่องบินหายสาบสูญ ยังคงไม่มีเบาะแสใดๆที่บ่งชี้ว่าเครื่องตกหรือไม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตกที่จุดใด 
 
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่าเรดาร์ของกองทัพมาเลเซียจับสัญญาณเครื่องบินครั้งสุดท้ายได้ที่ช่องแคบมะละกา ฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากมาเลเซียแอร์ไลน์ที่มั่นใจว่าเครื่องหันหัวกลับมายังสนามบินสุบัง ใกล้กัวลาลัมเปอร์ แต่ตกก่อนจะถึงที่หมาย  ทำให้คาดหมายได้ว่าเครื่องบินน่าจะตกบริเวณทะเลอันดามัน ไม่ใช่อ่าวไทยอย่างที่เข้าใจกันมาโดยตลอด
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อนักข่าวขอรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเรดาร์ ทางทหารกลับอ้ำอึ้ง ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และผ่านไปเพียงไม่ถึง 1 วัน ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซียก็กลับออกมายืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีการพบสัญญาณเครื่องบินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งๆที่ปฏิเสธข่าวนี้ ทางการมาเลเซียก็ได้หันมาทุ่มเทกับการหาซากเครื่องบินทางฝั่งอันดามันมากขึ้น โดยขอความร่วมมือจากกองทัพเรืออินเดีย ซึ่งมีเรือรบกระจายอยู่ทั้งในอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ และช่องแคบมะละกา ให้เข้าร่วมค้นหาซากเครื่องบิน ทำให้ล่าสุดมีประเทศที่เข้าร่วมทีมค้นหาถึง 12 ประเทศ รวมถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น
 
แม้มาเลเซียจะมั่นใจว่าเครื่องจมลงที่ฝั่งอันดามัน แต่เวียดนามก็ยังดำเนินการค้นหาต่อไป โดยจำกัดวงให้แคบลง เนื่องจากข้อมูลที่สับสนจากมาเลเซีย แต่มีข้อมูลชุดล่าสุดแจ้งมายังเวียดนาม ที่สนับสนุนว่าเครื่องอาจจะตกที่ฝั่งอ่าวไทย ใกล้กับชายฝั่งเวียดนาม ไม่ใช่ฝั่งมะละกา คือการให้ปากคำของพยานชาวนิวซีแลนด์คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในแท่นขุดเจาะน้ำมัน ใกล้เกาะวองเตาของเวียดนาม ซึ่งชายคนนี้ยืนยันว่าเห็นวัตถุเผาไหม้ลอยอยู่เหนือน้ำใกล้แท่นขุดเจาะ ห่างจากเกาะวองเตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร 
 
ความสับสนในด้านข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดที่เครื่องบินตก ทำให้ผู้บัญชาการทหารเรือสหรัฐฯ หนึ่งในผู้นำการปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน ยอมรับว่าภารกิจการนี้เริ่มยากลำบากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งข้อมูลสับสน ขอบเขตการค้นหาก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรคนในการปฏิบัติภารกิจขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่โอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตก็แทบไม่มีหวัง เพราะเวลาผ่านไปนานกว่า 100 ชั่วโมงแล้วนับจากเครื่องหายสาบสูญ ซึ่งเกินขอบเขตเวลาที่มนุษย์ปกติจะมีชีวิตอยู่ในทะเลได้โดยปราศจากน้ำหรืออาหาร
 
ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ลงอย่างต่อเนื่อง ญาติของผู้โดยสารบางส่วนเริ่มหันไปพึ่งไสยศาสตร์ตามประสาชาวเอเชีย โดยมีการเชิญหมอผีชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า "ชาแมนคิง" แห่งมาเลเซีย  มานั่งทางใน ติดต่อกับวิญญาณเพื่อหาจุดตกของเครื่องบิน แต่แม้แต่หมอผีเองก็ยอมรับว่ามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด และคาดว่าเครื่องบินอาจจะยังอยู่บนอากาศ หรือไม่ก็ตกลงสู่ทะเลแล้ว 
Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
190Article
76559Video
0Blog