ไม่พบผลการค้นหา
'อนุทิน' เผยรู้สึกดีใจ 'ประยุทธ์' หวนคืนเก้าอี้นายกฯ มั่นใจเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่ หลังยุบสภาในเวลาเหมาะสม ปัดจีบ ส.ส.พรรคใหญ่ร่วมงาน ลั่นมองคนมีความรู้ความสามารถ ลั่น ภท.ทำงานเต็มที่ หลัง 'เนวิน' อวยพรให้ได้ ส.ส. 120 ที่นั่ง

วันที่ 4 ต.ค. 2565 ที่สวนศิวลึงค์ ปราสาทสายฟ้า จ.บุรีรัมย์ หลังเสร็จสิ้นพิธีปะกำช้าง เนื่องในวันเกิด เนวิน ชิดชอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ รัฐมนตรี และ ส.ส. สมาชิกพรรคภูมิใจไทยมาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดของเนวิน ชิดชอบ นั้น ไม่ได้เป็นเหตุที่ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จัดขึ้นทุกวันอังคารต้องเลื่อน เพราะตนได้แจ้งแล้วว่าจะขอทำการประชุมผ่านระบบออนไลน์

อนุทิน กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากกลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี คงต้องการจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนใน จ.อุบลราชธานี และจ.ขอนแก่น 

อนุทิน เผยอีกว่า ตนรู้สึกดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุด เพราะพรรคภูมิใจไทย ได้ทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี และต้องขอให้กำลังใจท่าน และอยากให้สมาชิกใน ครม. มีความสามัคคี อยากให้คนในประเทศรักกันมากๆ

ในด้านของผู้เห็นต่างที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรือยุบสภานั้น อนุทิน มองว่า หากต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด และบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด ก็คือการที่ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อตัดสินใจว่าจะให้ใครเข้ามาบริหารบ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

อนุทิน กล่าวอีกว่า หากมีปัญหามากมาย และมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็อาจทำให้การเลือกตั้งยืดเยื้อออกไป ซึ่งเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น และหากไม่มีการยุบสภาก็จะหมดวาระของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 มี.ค. 2565 ซึ่งก็สามารถจัดการเลือกตั้งตามกำหนดได้ แต่หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แล้วมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กำหนดแนวทางไว้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป คราวนี้สถานการณ์ความไม่ชัดเจนต่างๆ ก็จะยิ่งลากยาว

"สถานการณ์เป็นไปแบบนี้ก็ดีแล้ว เพราภายหลังการประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ก็ตาม แต่อีก 3 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้" อนุทิน กล่าว 

ทั้งนี้ อนุทิน ยังได้แสดงความมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยกล่าวว่า แม้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง จะยังไม่แล้วเสร็จก็ตาม เพราะที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการเลือกตั้งไปแล้ง ทั้งการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 100 ก็เปลี่ยนมาแล้ว อีกทั้งการได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ก็มองว่า การยุบสภาควรเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ส่วนกระบวนการเลือกตั้งหลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีนายกรัฐมนตรีรักษาการเป็นเวลามากกว่า 1 ปี

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทย และการไปจีบ ส.ส. พรรคใหญ่อื่นๆ เพื่อมาร่วมงาน อนุทิน ตอบว่า ไม่ได้มีการไปจีบ ส.ส. พรรคใหญ่เพื่อมาเข้าพรรค แต่เรามองถึงคนที่มีความรู้ความสามารถ คนที่ตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง หากเจอคนเก่งพรรคก็ต้องการชวนเข้ามาร่วมทำงานด้วย ส่วนกรณีที่ นพ ชีวานันท์ ส.ส.อยุธยาฯ พรรคเพื่อไทยมาร่วมงานนั้น ก็มาเพื่อร่วมอวยพรวันเกิดท่านเนวิน เท่านั้น 

ส่วนกรณีที่ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อวยพรให้พรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้ ส.ส. 120 ที่นั่งจากการเลือกตั้งในปีหน้า อนุทิน กล่าวว่า ก็ขอให้สมพรปาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าท่านเนวินอวยพรอะไร ส่วนใหญ่ก็เป็นไปอย่างนั้น ซึ่งก็ขอพรรคภูมิใจไทยตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ 

"เราต้องคิดนโยบายที่ดีที่สามารถทำได้ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาจะทำเรื่องนี้ให้กับเขาได้ ประชาชนก็จะให้โอกาสเรา ทุกอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก ต้องรอผลการเลือกตั้ง" อนุทิน ระบุ 


เล็งสอบปม รพ.แถบอีสานใต้ หักหัวคิวค่าเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงาน

อนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อความจากไลน์กรุ๊ปบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (อีสานใต้) ระบุถึงปัญหาการเบิกจ่ายเงินค่าเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงานโควิด-19 ว่า ตนได้ขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้คนไปสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องพฤติกรรมผิดอยู่แล้ว ในทางราชการการเบิกเงินสดไม่มีอยู่แล้วก็ต้องดูว่ามีเหตุอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพบความผิดจะลงโทษอย่างเต็มที่ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า จะมีคณะกรรมการเรื่องของวินัย และการดำเนินการกับข้าราชการ และพนักงานของรัฐที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งมีอยู่ทุกวาระการประชุมสำคัญ 

“ผมยืนยันว่าไม่มีเรื่องหัวคิว ถ้ามีก็คือคนขี้โกง เรื่องพวกนี้ในสมัยนี้ ถ้าลองขี้โกงเงินเดือน และค่าเสี่ยงภัยหักหัวคิวพยาบาล ก็ออกเฟซบุ๊กกันให้มันระเบิดเลย ผมว่าไม่มีใครกล้าทำหรอก หรือถ้าทำไปก็ไม่มีทางรอด” อนุทิน กล่าว

ส่วนที่หลายพื้นที่ออกมาระบุว่า ยังไม่ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัยนั้น อนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปได้เมื่อหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คือได้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็มีขั้นตอนเงินมาที่กระบวนการก็ต้องโอนเงินมาที่กระทรวงสาธารณสุขจากนั้นทางกระทรวงฯก็จะโอนไปในพื้นที่ ตนยืนยันว่าได้รับเงินแน่นอน และไม่มีขาดด้วย

เมื่อถามย้ำว่า แต่ในโซเชียลมีการเผยว่าเป็นการหักเงินสด อนุทิน กล่าวว่า หักไม่ได้เพราะเงินพวกนี้เข้าบัญชีธนาคารถามว่าจะไปหักได้อย่างไร ไม่ใช่ก้อนหนึ่งไปฝากไว้ก่อน แล้วซอยออกมาไปใส่ซองให้เพราะค่าเสี่ยงภัยค่าตอบแทนค่าตอบแทนค่าเวรเหล่านี้จดชัดเจนว่าเป็นชื่อของใครบ้าง ซึ่งเขาก็มีเงินเดือนในฐานะเป็นข้าราชการพนักงานของรัฐ มีเลขบัญชีทุกอย่างเข้าไปตามระบบอยู่แล้ว 

อนุทิน กล่าวต่อว่า ไม่ใช่การที่กระทรวงสาธารณสุขจะเบิกมาแล้วไปฝากแพทย์หัวหน้าเวรแล้วนำไปแจกลูกน้อง นี่ไม่ใช่ค่าทิป แต่เป็นค่าที่เขาต้องได้ตามแบบที่เขามีอยู่ ขอให้ไม่ต้องห่วง หากทำผิดจริงก็ต้องมีการสอบสวน ถ้าเกิดเงินเข้าไปในบัญชีของแต่ละคนถูกต้องก็ไม่ต้องตั้งกรรมการสอบอะไร เราไม่รู้ว่าใครเป็นหนี้ใคร ถ้าเขาเอาไว้จ่ายกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตราบใดที่เงินเข้าบัญชีเจ้าตัวก็ไม่มีปัญหา