เมื่อวานนี้ สุลต่านแห่งบรูไน ประกาศว่าจะเริ่มใช้กฎหมายชารีอะฮ์ หรือกฎหมายอิสลาม ในประเทศเป็นครั้งแรก หลายฝ่ายกังวลว่านโยบายนี้จะทำให้เสรีภาพในบรูไนถูกจำกัดครั้งใหญ่
เมื่อวานนี้ สุลต่านแห่งบรูไน ประกาศว่าจะเริ่มใช้กฎหมายชารีอะฮ์ หรือกฎหมายอิสลาม ในประเทศเป็นครั้งแรก หลายฝ่ายกังวลว่านโยบายนี้จะทำให้เสรีภาพในบรูไนถูกจำกัดครั้งใหญ่ กฎหมายชารีอะฮ์ คืออะไร? และชาวมุสลิมในโลกเห็นด้วยกับกฎหมายนี้หรือไม่?
กฎหมายชารีอะฮ์ เป็นกฎหมายทางศีลธรรมของศาสนาอิสลาม ที่ควบคุมความประพฤติคนทั้งที่เป็นการกระทำต่อสาธารณะ และความประพฤติส่วนตัว กฎหมายชารีอะฮ์ยังควบคุมรูปแบบการปกครอง สังคมและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย
เนื้อหาของกฎหมายชารีอะฮ์ มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน และตัวอย่างการดำเนินชีวิตขององค์ศาสดามูฮัมหมัดเป็นหลัก แต่บางครั้งก็ใช้ "ฟัตวา" หรือคำตัดสินของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอิสลามด้วย
การตีความกฏหมายชารีอะฮ์ แตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการกระทำที่นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง ได้แก่ การลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ มีเพศสัมพันธ์นอกสมรส และการดื่มแอลกอฮอล์
ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมุสลิมเกือบทั้งหมดถือว่าการหมิ่นศาสนาเป็นความผิด แต่ยังคงถกเถียงกันว่าเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ นอกจากนี้ กฎหมายชารีอะฮ์ยังควบคุมด้านการกินอาหาร การอดอาหาร การสวดมนต์ และเข้าพิธีกรรม สุขอนามัย การค้าขาย และการเงินด้วย
ปัจจุบันประเทศที่ใช้กฎหมายชารีอะฮ์อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ อัฟกานิสถาน อิหร่าน อิรัก มัลดีฟส์ ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย เยเมน มอริเตเนีย และซูดาน ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถืออิสลาม ใช้ระบบกฎหมายแบบไม่อิงหลักศาสนา หรือใช้กฎหมายชารีอะฮ์แบบจำกัด เช่น ใช้เฉพาะกับความผิดเกี่ยวกับการสมรสและมรดก
แต่มุสลิมส่วนใหญ่ในโลกมีทัศนคติอย่างไรต่อกฎหมายชารีอะฮ์?
สถาบันวิจัย พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ (Pew Research Center) สำรวจความคิดเห็นชาวมุสลิม 38,000 คนใน 39 ประเทศ พบว่าความเห็นของชาวมุสลิมเกี่ยวกับกฎหมายชารีอะฮ์ แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ ชาวมุสลิมในอัฟกานิสถานร้อยละ 99 สนับสนุนกฎหมายชารีอะฮ์ ขณะที่ชาวอาเซอร์ไบจานเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่สนับสนุน ในโมร็อกโก ตัวเลขอยู่ที่ร้อยละ 83 อียิปต์อยู่ที่ร้อยละ 74 อินโดนีเซียร้อยละ 72 และไนจีเรียร้อยละ 71
อย่างไรก็ตาม ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในโลกเห็นว่ากฎหมายชารีอะฮ์ ควรนำมาใช้กับชาวมุสลิมเท่านั้น มีเพียงอียิปต์ คีร์กีซสถาน อัฟกานิสถาน จอร์แดน และอินโดนีเซีย เท่านั้น ที่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่คิดว่ากฎหมายชารีอะฮ์ควรใช้กับผู้นับถือศาสนาอื่นด้วย
นอกจากนี้ ชาวมุสลิมก็เห็นไม่ตรงกันว่ากฎหมายชารีอะฮ์ควรนำไปใช้อย่างไร ในจำนวนชาวอียิปต์ที่สนับสนุนกฎหมายชารีอะฮ์ มีร้อยละ 81 ที่สนับสนุนให้ประหารชีวิตผู้ที่มีเพศสัมพันธ์นอกสมรสด้วยการขว้างหินใส่ ส่วนในอินโดนีเซีย มีไม่ถึงครึ่งที่สนับสนุนแนวคิดนี้
ที่น่าสนใจคือ ในหลายประเทศ ชาวมุสลิมส่วนใหญ่มองว่ากฎหมายชารีอะฮ์ ไม่ได้ขัดกับเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยในไทย ชาวมุสลิมที่สำรวจร้อยละ 77 สนับสนุนให้ใช้กฎหมายชารีอะฮ์ แต่ร้อยละ 79 ก็สนับสนุนเสรีภาพในการนับถือศาสนา ส่วนในปากีสถานชาวมุสลิมร้อยละ 84 สนับสนุนกฎหมายชารีอะฮ์ แต่ร้อยละ 75 ก็สนับสนุนเสรีภาพในการนับถือศาสนาเช่นกัน