ไม่พบผลการค้นหา
เกิดเหตุเรือผู้อพยพพลิกคว่ำบริเวณชายฝั่งประเทศซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 34 คน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (22 ก.ย.)

ซาเมอร์ คูบรูซลี ผู้อำนวยการกรมท่าเรือของซีเรียระบุว่า ผู้รอดชีวิตให้การว่า เรือลำดังกล่าวได้ออกจากประเทศเลบานอนเมื่อหลายวันก่อน 

ปัจจุบันภารกิจช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากมีผู้รอดชีวิตกล่าวว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกผู้อพยพไว้กว่า 150 คน ทั้งนี้ มีการนำตัวผู้อพยพที่สามารถให้การช่วยเหลือได้แล้วประมาณ 20 คนเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลบาเซล เมืองตาร์ตัส ประเทศซีเรีย

ผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นชาวเลบานอนและซีเรีย บางคนไม่มีเอกสารระบุตัวตน เช่น พาสปอร์ต หรือบัตรประชาชน

เหตุการณ์ในครั้งนี้ อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่มีการอพยพของชาวซีเรีย เลบานอน และปาเลสไตน์มายังยุโรป เพื่อหลบหนีวิกฤติการณ์ในเลบานอน

ตั้งแต่ปี 2563 เลบานอนประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ทำให้ 3 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะความยากจน และทำให้ประชากรบางส่วนจากจำนวนทั้งหมด 6 ล้านคนทั่วประเทศ ต้องเสี่ยงชีวิตนั่งเรือเข้ามายังทวีปยุโรปอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในจำนวนผู้อพยพทั้งหมดนี้ ยังรวมถึงผู้ที่ได้อพยพที่อพยพจากซีเรียมายังเลบานอนแล้วกว่า 1 ล้านคนด้วย

ในเดือน เม.ย. เรือของกองทัพเรือเลบานอนได้ไล่ตามเรือผู้อพยพ และทำให้เรือผู้อพยพจมลงบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของประเทศเลบานอน เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 6 คน

นอกจากนี้ ในเดือน ก.ย. หน่วยตระเวนชายฝั่งของประเทศตุรกีออกแถลงการณ์ว่า มีผู้อพยพ 6 คนเสียชีวิต ซึ่ง 2 ใน 6 คนนั้นเป็นเด็กทารก พร้อมกันกับที่ตุรกีได้ช่วยอีก 73 คนที่เหลือบนเรือ ในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางเข้ายุโรป ผ่านบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ทั้งนี้ มีการรายงานว่าเรือลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร ที่เป็นผู้อพยพจากเมืองทริโปลีในเลบานอน โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นประเทศอิตาลี


ที่มา:

https://www.dw.com/en/migrant-boat-from-lebanon-sinks-off-syria-34-dead/a-63212914?fbclid=IwAR23xpL_WKm9Eu9wGv2g264psVZonVR37fWFEPpSAi7Lm0bGDirT5-BB7j8