ไม่พบผลการค้นหา
อดีตโปรดิวเซอร์เพลงชื่อดัง นักปั้น 'ก๊อท-จักรพันธ์' และ 'ไมค์ ภิรมย์พร' ขอผันตัวมาเปิดร้านแกงป่า เชื่อหมดเวลาคนรุ่นเก่า เปิดทางคนรุ่นใหม่มีความสามารถเข้ามาทำงานเพลงในสื่อยุคใหม่

นายสมปอง เปรมปรีดิ์ ในวัย 67 ปี อดีตนักเรียบเรียงเสียงประสาน นักปั้นศิลปิน โปรดิวเซอร์ มือทอง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนักร้องมากมาย อาทิ 'ก๊อท - จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ' เจ้าของฉายาเจ้าชายลูกทุ่ง, 'ไมค์ ภิรมย์พร' เจ้าของฉายานักร้องขวัญใจคนใช้แรงงาน และ 'ลูกนก สุภาพร' เจ้าของเสียงร้องเพลงคุณลำใย ฯลฯ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก นอกจากร่างกายเริ่มแก่ชรา เรี่ยวแรงถอดถอยไปตามวัย

ย้อนไปสมัย ก๊อท-จักรพันธ์ อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อาจารย์สมปอง ได้เข้าไปเป็นทีมงานรุ่นบุกเบิกทำดนตรีชุด 'หัวแก้วหัวแหวน' ให้กับ 'แกรมมี่ โกลด์' จนขายดิบขายดี ก๊อท-จักรพันธ์ ดังระเบิด จากนักร้องสตริงขึ้นแท่นเป็นนักร้องลูกทุ่งขวัญใจแม่ยกเต็มตัว ค่ายเพลงจึงเดินเครื่องปั้นนักร้องหน้าใหม่ คือ ไมค์ ภิรมย์พร ซึ่งเขาคือคนสำคัญทำให้ไมค์ประสบความสำเร็จเป็นนักร้องคนดังมาถึงปัจจุบันนี้ ก่อนแยกตัวออกมาทำเพลงให้กับค่าย นพพงษ์ อินเตอร์เนชั่นแนล สร้างสรรค์งานให้กับนักร้องสาวจากคาเฟ่ อย่าง ลูกนก สุภาพร แจ้งเกิดดังระเบิดในบทเพลงสนุกๆ 'คุณลำใย' แถมยังผลักดันให้ 'เอกราช สุวรรณภูมิ' ที่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ตอนอยู่กับแกรมมี่ โกลด์ เป็นที่รู้จักโด่งดังกับเพลงกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง 

พอค่ายน้องใหม่ในเวลานั้นปิดตัว ชีวิตอาจารย์สมปอง เริ่มลุ่มๆ ดอนๆ ก่อนป่วยหนักเป็นโรคเลือด และหอบหืด หรือทางการแพทย์เรียกว่า Primary Polycythemia (ภาวะเลือดข้นที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูกโดยตรง) จึงต้องหยุดพักรักษาตัวอยู่นานหลายปี ถ่ายเลือดวันเว้นวัน กัดฟันสู้จนเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บมาใช้ชีวิตได้ตามปกติราวปาฏิหาริย์

อาจารย์สมปองในวันนี้ นอกจากสังขารร่วงโรยไปตามวัย มุมมองความคิดไม่เหมือนเมื่อวันวานอีกแล้ว เขามองว่า ในยุคสื่อใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญกับวงการเพลง และชีวิตประจำวันของผู้คน แม้มีประสบการณ์สูงกับงานดนตรี แต่ในยุคปัจจุบันคิดว่าตนเองล้าสมัยแล้ว จึงควรถอยออกมา เก็บผลงานชิ้นเอก ความภูมิใจในวันวานไว้เป็นความทรงจำอันหอมหวาน

สมปอง เปรมปรีดิ์.jpg

นักเรียบเรียงเสียงประสานชั้นครูเลือกหันหลังให้กับวงการ เลือกไปเอาดีกับการเปิดร้าน 'ข้าวแกง..ลุงปอง แกงป่าเมืองกาญจน์' ขายอาหารป่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ที่ ริมถนนสายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ดูแลครอบครัว สร้างฐานะความมั่นคงในชีวิตได้สบายกว่า ไปดิ้นรนแข่งขันสร้างสรรค์งานในวงการที่มีตัวเลือกหลากหลายมากว่าสมัยที่เขากำลังขึ้นหม้อ

“ผมเคยคุยกับครูสลา (สลา คุณวุฒิ) นะ และอาจารย์สวัสดิ์ (สวัสดิ์ สารคาม) อีกคนว่า เมื่อเราประสบความสำเร็จขึ้นสุดๆ แล้ว เวลาลงก็ค่อยๆ ลงบันได อย่าให้ไหลลงบันไดเลื่อน เราขึ้นมาทางบันไดเวลาลงก็ลงทางบันได อย่าไปรูดเดียวถึงพื้นแบบหมดสภาพ ผมก็เลยวางแผนมา 12 ปี ตอนนั้นวงการก็เริ่มเปลี่ยน มีคลื่นวิทยุ มีดาวน์โหลด จะไปแจกแผ่นทีนี่โอ้โหต้องไปที่ไหนวะ ก็คิดว่าวงการนี้สำหรับเราจบแล้ว ก็เริ่มถอยตั้งแต่นั้นมา ก็คิดว่าแล้วจะทำอะไร ตั้งแต่เด็ก็เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ไปตลาดซื้อของให้พี่สาวทุกวัน เขาขายก๋วยเตี๋ยว ขายข้าวแกง ก็พอได้วิชาทำกับข้าว ทำแรกๆ ก็ไม่มั่นใจในตัวเองนะ เริ่มเปิดร้านที่วังน้อย มีเจ้าของปั๊มมากินทุกวันๆ กลัวเขาไม่อร่อยก็ถามว่าจะเปลี่ยนกุ๊กดีไหม หาผู้หญิงมาทำ เขาบอกว่าถ้าลุงไม่ทำผมไม่มากินอีกแล้วนะ ตั้งแต่วันนั้นแหล่ะมั่นใจในตัวเองขึ้นมาเลย” อาจารย์สมปองกล่าว 

อาจารย์สมปองเล่าให้ฟังต่อว่า วงการเพลงตอนนี้มันเปลี่ยนยุคสมัยใหม่นี้จะมาคิดว่าเราเก่งไม่ได้แล้ว ทุกคนเก่งเหมือนกันหมด เด็กใหม่ๆ ก็จะรับแต่ของใหม่ๆ เขาไม่รู้ว่าของเก่าๆ เป็นอย่างไรใช่มั้ย สมัยนี้เนื้อร้องจะพูดคำไม่สวยก็พูดได้ จะพูดคำหยาบก็พูดได้ ไม่มีสัมผัสก็ได้ เพราะเด็กยุคใหม่ไม่รู้ ตรงนี้ผิดหรือถูกคิดว่าก็ดีเหมือนหมด กลายเป็นว่าทุกวันนี้เราต้องลงมาหาเขาแล้ว คนแก่อย่างเราจะไปถือทิฐิว่าข้าเก่ง เป็นโปรดิวเซอร์นักร้องดังไม่ได้แล้ว ในยุคสมัยใหม่เราต้องลงมา ผมก็เลยคิดว่าขอลงบันไดลงมาทีละขั้นดีกว่า ก็มาประสบความสำเร็จกับอาชีพค้าขายตรงนี้ 

อาจารย์สมปอง บอกต่อด้วยสีหน้าแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขว่า ชีวิตวันนี้มั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว อาชีพขายข้าวแกงข้างทาง สร้างรายได้ให้แบบเนื้อเน้นๆ เป็นที่น่าพอใจมากกว่าดิ้นรนไปเรียบเรียงดนตรีเหมือนในอดีต 

“ดีกว่าเยอะมาก ขายของดีกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ อย่างวันธรรมดามีกำไร 5,000-6,000 บาท ทำเพลงอาทิตย์หนึ่งได้ 3 เพลง หักแล้วเหลือเพลงละ 2,000 กว่าบาท ถ้ายังทำเหมือนเดิมอยู่ไม่ได้ เราต้องถอยออกมา มีคนมาให้ทำทีละเพลงสองเพลง แต่เราก็แนะนำให้ไปทำกับคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ให้เพื่อนพ้องที่ยังทำงานตรงนั้นมีรายได้” 

อย่างไรก็ตามแม้ถอยห่างจากวงการเพลง แต่ อาจารย์สมปอง ไม่เคยทิ้งเครื่องดนตรีตัวเก่งที่ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง เขายังหอบหิ้ว โซปราโน แซกโซโฟน ตัวเก่งติดตัวออกจากบ้านมาขายข้าวแกงทุกวัน ว่างๆ เหงาๆ เอาออกจากกระเป๋ามาเป่าบทเพลงที่ได้สร้างสรรค์ให้กับ ก๊อท-จักรพันธ์ และ ไมค์ ภิรมย์พร รำลึกความสำเร็จวันวาน