*บล็อก In Her View คือเรื่องราวและทัศนะต่อประเด็นที่เป็นกระแสทั่วทุกมุมโลก จากรายการ In Her View โดย คำ ผกา
‘Get Lost in this Insane Thai Psych Rock
หลงหายไปในความหลอกหลอนบ้าคลั่งของวงดนตรีไทยร็อค’
นี่คือชื่อหัวข้อในคลิปยูทูปที่ทำโดย Great Big Story พูดถึงงานของนักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส Edouard Degay Delpeuch ที่มาทำวิจัย เก็บข้อมูลของวงดนตรี ขุนนริทร์พิณประยุกต์ อ. หล่มสัก เพชรบูรณ์
วงดนตรี ขุนนริทร์พิณประยุกต์ เป็นวงดนตรีกึ่งดุริยางค์ กึ่งดนตรีพื้นบ้าน ที่รับเล่นในงานบวช งานแต่ง งานวัด งานแห่แหน ทั้งหลายที่เราพบเห็นทั่วไปในชนบทไทย ภาพที่คนไทยคุ้นเคยคือ วงดนตรีแบบนี้ เดินบรรเลง แล้วมีชาวบ้าน ลูกเล็ก เด็กแดง คนแก่ กะเทย ผู้หญิง ผู้ชาย กินเหล้า เมาๆ แล้ว เต้น เต้น เต้น หรือไม่ก็รำวงกันแบบเสียสติ
สำหรับชาวบ้าน – มันส์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
สำหรับชนชั้นกลางไทย – เสียงดัง หนวกหู มีแต่ขี้เมา เสื่อม นี่หรือคือดนตรีไทย? ในสายตาของผู้มีรสนิยม มีการศึกษาชาวไทย สิ่งนี้เกือบจะถูกมองว่าคือความ lame คืออะไรก็ตามที่อยู่ห่างไกลจากคำว่า sophisticate อยู่ไกลจากคำว่า ปราณีต ละเมียดละไม และไม่อาจจัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทยอันสูงส่ง สง่างาม อย่างมากที่สุดที่จะเป็นได้คือ “พื้นบ้าน” แต่ก็เป็นพื้นบ้านที่แปดเปื้อนความเป็นตะวันตก ไม่แท้ ไม่ real ไม่ใช่พื้นบ้านในอุดมคติที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงาม เรียบง่ายของชนบทในอดีต และแทบจะเป็นตัวแทนของ ความเสื่มทรามในสังคมชนบทที่ถูกรุกคืบด้วยทุนนิยม ไม่ว่าจะเป็น เหล้า ความเมามาย เครื่องดนตรีแบบตะวันตก ลำโพงขยายเสียงที่เน้นความดังอันขจรขจาย โอ้ววว มันช่างไม่พอเพียง มันช่างทำลายความผุดผ่องของชนบทที่เราเคยมีเคยเป็นอดีต
แต่แล้ววันหนึ่ง วงพื้นบ้านนี้ก็ไปปรากฎตัวในเทศกาลดนตรีต่างๆทั่วยุโรป ในชุดเหมือนเสื้อวินมอเตอร์ไซคล์
ด้วยเสียง แสง บรรยากาศ แบบ “ยุโรป” หรืออะไรก็ยากจะหยั่งรู้ ในบริบทนั้น อยู่ๆ วงพาเหรดกึ่งดุริยงค์บ้าน บ้านก็ดูเป็น “สากล” ขึ้นมาทันที
ฉันนั่งดูคอนเสิร์ตของพวกเขาเกือบสองชั่วโมงจนจบ จังหวะดนตรีแบบ “ชนบทแบบบาปๆ” ที่มีทั้งความเร่งเร้า ความสนุกสนาน ความเพี้ยน ความซื่อ และความเซ็กซี่แบบ ไทย ลูกทุ่ง masculine ที่ท้ายที่สุดแล้ว บางกลิ่นอายของมันคล้ายๆกับกลิ่นอายแบบละตินปนๆไปกับกลิ่นคาวบอยแบบเท็กซัสขณะเดียวกันก็มีอารมณ์ขันแบบผู้คนพื้นถิ่นในแถบอุษาคเนย์ที่ดูไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว
ดนตรีของเขาล่ะ โลกตะวันตกนิยามว่าเป็น psychedelic อันเป็นแนวดนตรีที่เกิดขึ้นในทศวรรษที่ 60s พร้อมๆกับความเฟื่องฟูของกลุ่มวัฒนธรรมย่อยหลายแขนง เช่น การกบฎต่อสังคมด้วยการปล่อยให้ตัวเองล่องลอยเคลิบเคลิ้มไปกับการใช้สารเสพติดชนิดต่างๆ
ขุนนรินทร์ พิณประยุกต์ ถูกค้นพบอย่างไร?
Edouard Degay Delpeuch เรียกการค้นพบนี้ว่าเป็น ปรากฎการณ์ของอินเทอร์เน็ต เมื่อมีคนโพสต์คลิปการแสดงสดของวงขุนนรินทร์ที่เล่นในเมืองไทยขึ้นยูทูป แล้วมันถูกแชร์ต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับคำว่า “ไอ้วงบ้านี่มันเป็นใคร” “เฮ้ยย แม่งเจ๋งโคตร มาจากไหนวะ” หรือ “ไอ้เจ้ากีตาร์สามสายนั่นมันคืออะไร” “ไม่เคยได้ยินอะไรเจ๋งๆ แบบนี้มานานมาแล้ว” ฯลฯ
มันกลายเป็นไวรัล Edouard Degay Delpeuch ก็เป็นหนึ่งในคนที่ออกตามหา ขุนนรินทร์ จากนั้นเพจดังอย่าง Dangerous Mind ก็โพสต์คลิปนี้ลงในเพจ พร้อมคำบรรยายว่า
“นี่มันเป็นวงดนตรีแนว psuchedelia ที่แจ่มจรัสเจิดจ้าเจ๋งสุดขีด”
จากเพจ Dangerous Mind - Josh Marci ซึ่งเป็น music supervisor/editor ของ Apple’s Media Arts Lab ก็มาเจอคลิปนี้แล้วตกหลุมรัก เขาตามหายูทูปของวงนี้มาฟัง แล้วก็พบว่า วงนี้มีความพิเศษ มี sound ดนตรีที่ โดดเด่น โดยเฉพาะการ cover เพลง Zombie ของวง แครนเบอร์รี่ มาเล่นใหม่ใน “เสียง” ของตนเองนั้นมันช่าวมหัศจรรย์ยิ่ง (สำหรับคนที่คุ้นกับมหรสพชนบทไทย จะรู้ว่า เพลงซอมบี้ของแครนเบอร์รี่ นั้นแทบจะเป็นเพลงประจำวงของทุกวงในชนบท เล่นในทุกงาน ทั้งงานศพ งานบวช รวมทั้งงานฟ้อนผีมด เพราะจังหวะมันชวนให้เต้นแบบผีเข้าเอามากๆ) และ ตั้งใจว่าจะต้องตามหาวงนี้ให้เจอให้ได้ และเขาไม่รู้จักเมืองไทย ไม่รู้อะไรเลย
Marci พยายามติดต่อสมาชิกในวงด้วยการขอให้พนักงานคนไทยในร้านอาหารไทยใกล้ๆบ้านเขาช่วยคุยให้แบบกระท่อนกระแท่น จนติดต่อกันได้ จากนั้นMarci ไปติดต่อ ค่ายเพลงอินดี้ที่ลอสแองเจลิสชื่อ Innovative Leisure ว่าสนใจจะออกอัลบั้มของวงนี้ไหม Innovative Leisure ฟังแล้ว ชอบมาก สนใจมาก จึงออกเงินให้ Marci มาตามหาวงขุนนรินทร์ฯ เพื่อจะอัดเพลงทำอัลบั้ม
จากนั้นเขาพยายามหาข้อมูลต่อจนมาเจอกับ Peter Doolan ซึ่งเป็นคนเขียนบล็อกเรื่องดนตรี และทำงานในการเก็บแคตตาล็อกดนตรีในหอสมุดที่เมืองไทย
Peter Doolan จึงเป็นคนกลางสำคัญที่ ทำให้ Marci ได้ทำงานร่วมกับวงขุนนรินทร์ เพราะตอนแรก วงขุนนรินทร์คิดว่า Marci เป็นสิบแปดมงกุฎจะมาหลอกหรือเปล่า
Marci เล่าว่า มันก็ยากพอสมควร เพราะ วงขุนนรินทร์ฯ ก็เหมือนวงดนตรีเล่นงานวัดงานบวชทั่วๆไปในเมืองไทย คือ ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเป็นนักดนตรีมืออาชีพ เป็นแค่งานตามฤดูกาล พวกเขาแค่เล่นดนตรีเพราะเล่นเป็นและชอบ สมาชิกของวงก็เข้าๆออก มีตั้งแต่เด็กมัธยมปลายไปขนถึงลุงอายุหกสิบ
ส่วนหัวหน้าวงชื่อ คุณ “นรินทร์” นั้น อาชีพหลักของเขาคือ เป็นเจ้าของเขียงขายเนื้อวัว ในวันแรกๆที่เจอกันนั้น Marci เล่าว่า เขาต้องกินลาบเนื้อวัวดิบกับสมาชิกวง เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้แข็งแรง
สิ่งที่ทำให้ Marci ทึ่งได้อีกคือ (แต่คนทำคงไม่รู้ว่ามันเด็ด) คือ sound system แบบโฮมเมด ที่คิด ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง อย่างลำโพง 8 ตัวที่เอามามัดเข้าไว้ด้วยกัน พิณของ เบียร์ หัวหน้าวงก็ดัดแปลงเอง และเครื่องดนตรีอีกหลายๆชิ้นที่มีการเติม เสริมเทคนิคที่คิดค้นเองใส่เข้าไป ทำให้ดนตรีที่เล่นออกมาเป็นสิ่งที่ Marci บอกว่า “rockin’ and cool”
ถามว่า แล้ววงนี้ต่างจากวงงานวัดงานบวชวงอื่นๆอย่างไร? ในเมืองไทยมีวงแบบนี้เต็มไปหมด
Marci บอกว่า วงอื่นๆ เหมือนวงดนตรีตะวันตกที่เล่นเพลงไทย แต่วงขุนนรินทร์ มีสำเนียงแบบดนตรีดั้งเดิมพื้นเมืองขณะเดียวกันมีจังหวะที่กระโดดออกมาให้ขัดกับความเป็นไทย ขณะเดียวกันก็ไม่มีความพยายามที่จะทำให้ดนตรีของตัวเองโมเดิร์น พวกเขาแค่คิดว่าจะเล่นดนตรียังให้สนุก เร้าใจ ด้วยการใส่เทคนิคบางอย่างในการดัดแปลงเครื่องดนตรีให้เกิดจังหวะใหม่ๆ มีความเป็น percussive ความโดดเด่นของวงขุนนริทร์คือ เป็นวงดนตรีไทยที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้เป็นอะไรนอกจากเล่นดนตรีให้ออกมามันส์ที่สุดในแบบของตัวเอง ไม่ทั้งพยายามจะดั้งเดิม ไม่ทั้งพยายามจะเป็นตะวันตก
ผลที่ออกมาคือ มันเป็นดนตรีแนว psychedelia ที่ตราตรึงมากๆ
Marci ทำอัลบั้มนี้ ด้วยแนวคิดที่อยากให้ทุกอย่างออกมาใกล้เคียงกับธรรมชาติของวงที่เล่นจริงมากที่สุด จึงเป็นการอัดเสียงกลางแจ้ง ใกล้ๆ วัดในหมู่บ้าน
เขาบรรยายว่า “เราอัดเพลงกันในท่ามกลางขุนเขาที่สวยงาม ใกล้ๆ กับวัดในหมู่บ้าน เป็นการอัดเพลงกลางแจ้ง ที่ต่างจากการอัดในห้องอัดเสียยง ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่หาสถานที่ ที่ปราศจากเสียงรบกวน แต่สุดท้ายทุกอย่างออกมางดงามมาก กับเสียงเพลงที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศของชนบท สิ่งที่สมาชิกในวงต้องการก่อนอัดเสียงคือการไหว้พระ (ไหว้ครู?) ขอพร แล้วเลี้ยงเหล้าให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
ถ้าเราเข้าไปดูคลิปวิดิโอ เบื้องหลังการอัดเพลงของอัลบั้มแรกของวงขุนนรินทร์ เราจะเห็นพวงมาลัยที่คล้องไว้กับลำโพงแปดตัวของเขา
สำหรับฉันนี่คือ hybridity ของเทคโนโลยีและความเชื่อพื้นบ้าน ผี และ ลำโพง และนี่คือ ความเป็นไทยอันโลดแล่นอยู่ในลมหายใจของพวกเรานั่นเอง
วงขุนนรินทร์เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดของ Innovative Liesure
จากนั้นการเดินทางของ วงขุนนรินทร์ก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาเริ่มเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรีต่างๆ ในบริบทของวงการดนตรีโลกที่ความสนใจใน World Music จบลงไปแล้ว แต่ความสนใจว่า อิทธิพลของดนตรีป๊อปตะวันตกไปส่งอิทธิพลต่อดนตรีพื้นบ้านต่างๆอย่างไรทั่วโลก และนั่นทำให้ ทั้งวงดนตรีอย่าง ขุนนรินทร์ หรือหลายวงหมอลำของไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีใหญ่ๆหลายแห่งได้แต่กลับถูกรับรู้อย่างจำกัดในสังคมไทย
ความน่าสนใจในการเดินทางของวงขุนนรินทร์คือ
ความเป็นไทยในจินตนาการของคนไทยกับความเป็นไทยในการรับรู้ของคนต่างชาติ
จะเห็นว่า ในสายตาของคนต่างชาติ นี่คือความเป็น “ไทย” ที่เราไม่ต้องพยายามเสกสรรค์ปั้นแต่งหรือกลับไปหาอดีตที่เราก็ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ แต่ sound ดนตรีแบบ ขุนนรินทร์ ที่เป็น hybrid ของอะไรบ้างก็ไม่รู้ตั้งแต่สไตล์เพลง ซอมบี้ของแครนเบอร์รี่ไปจนถึงเพลงไทยเดิมไปจนถึงจังหวะแบบคาราบาว ที่ผสมผสานอยู่ในนั้น และผุดขึ้นตามจังหวะที่คิดขึ้นมาโดยไมได้คิดว่าไทย ไม่ไทย คิดแค่ว่านี่คือ “ความสนุก” ในแบบที่เขารู้จัก คุ้นเคย – สิ่งนี้คือ “ไทยร่วมสมัย” ที่ไม่ต้องไปพยายามบีบเค้นมาจากไหน และไม่ต้องพยายามจะเป็นด้วย
สิ่งสำคัญที่สุดที่เราชนชั้นกลางไทยควรจะตระหนักคือ ชนบทไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัฒน์มาโดยตลอด ดนตรีพื้นถิ่นของทั้งภาคเหนือและภาคอิสานแยกไม่ออกจากการเดินทางเข้ามาของความเป็นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เครื่องดนตรี และกระแสของดนตรีป๊อปของโลกที่เข้ามาผ่านสื่อหลายแขนงผสานกับดนตรีสมัยใหม่ที่ผลผลิตเชิงสถาบันเช่น การมาร์ชของวงดุริยางค์แบบทหารที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนดนตรีในทุกโรงเรียนของไทย
ดังนั้นเราพึงเลิกฝันหวานถึงชนบทอันผุดผ่องหรือความเป็นพื้นบ้านซื่อใสบริสุทธิ์สูงส่งงดงาม เพราะความเป็นพื้นบ้านของไทยไม่เคยแยกออกจากโลกภิวัฒน์และทุนนิยม
การเดินทางไป “ตะวันตก” ของ ชนบทไทยผ่าน ดนตรีแบบคุณนรินทร์นั้นก็มีความเป็นพันธุ์ทางของมันเอง นั่นคือการตีความจากโปรดิวเซอร์ก็มีส่วนที่ทำให้ วงนี้ก้าวข้ามพรมแดนจาก ความเป็นไทย ไปสู่ความเป็นสากล เพราะการตีความนี้ไม่ถูกกักขังเอาไว้ใน เพดานความเป็นไทยที่เราไม่คิดจะตั้งคำถาม
เขาไม่คิดเรื่อง “ไทย” ดนตรีไทยจึงเป็นแขนงหนึ่งของ ไซเคเดลิค ร็อค
มากไปกว่านั้น ปรากฎการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองไทย อิทธิพลของดนตรีป๊อบยุค 60s 70s หรือแม้แต่ 80s ที่เข้าไปไฮบริดกับดนตรีท้องถิ่นนั้นเกิดขึ้นทั้งโลก ทั้งในอุษาคเนย์ แอฟริกา ลาติน
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันภาวนาจะไม่ให้มันเกิด คือ คำอุทานของคนไทยว่า
“วุ้ย คนไทยเก่งจัง ฝรั่งยังทึ่ง”
โนววววววววววววววววววววววววววววววววววววเวย์
ได้โปรดอย่าพูดประโยคนี้เมื่อคุณอ่านบทความนี้จบ
อ้างอิง
How an Obscure Thai YouTube Clip Led to an Insane Psychedelic Album
Interview: Josh Marcy on His Mindblowing Thai Psych Field Recording Adventure
Get Lost in this Insane Thai Psych Rock