ทีดีอาร์ไอ ยอมรับประเทศไทย มีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูง แต่ไม่จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยการจัดอันดับของเครดิตสวิส เป็นข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนสูง
จากรายงานความมั่งคั่งของโลก ประจำปี 2016 ของสถาบันเครดิตสวิส (Credit Suisse’s Global Wealth Report 2016) ซึ่งจัดอันดับให้ประเทศไทย ติดอันดับ 3 ของประเทศที่มีช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมากที่สุดในโลก
นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า การจัดอันดับของสถาบันเครดิตสวิส สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างคนจนและคนรวยของประเทศได้ในระดับหนึ่ง และยังมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลค่อนข้างสูง เพราะอ้างอิงข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งยังมีจุดโหว่ในเชิงการเก็บตัวเลขรายได้ของคนรวย
ข้อมูลของสถาบันเครดิตสวิส จึงเป็นการประมาณการโดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่ามีเศรษฐีติดอันดับนิตยสารฟอร์บสเท่าใด ซึ่งไม่ได้เก็บข้อมูลทางตรงที่เป็นจริง
นายนณริฏ กล่าวว่า การจัดอันดับ 3-5 ประเทศที่มีช่องว่างรายได้สูง โดยไทยอยู่อันดับที่ 3 ของประเทศที่ถูกจัดอันดับกว่า 30 ประเทศนั้น เพราะสถาบันเครดิตสวิส ได้ตัดประเทศที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีข้อจำกัดออกไปมากกว่า 100 ประเทศ ดังนั้นในความเป็นจริง ประเทศไทยจึงไม่ถือว่าอยู่ในประเทศที่มีช่องว่างรายได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ด้านนายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ยอมรับ ช่องว่างรายได้ เป็นปัญหาใหญ่ของทุนนิยมทั่วโลก รวมทั้งไทย จึงต้องปรับตัวในหลายด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องสร้างนวัตกรรมผ่านเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และมุ่งกระจายรายได้ ควบคู่กับการพัฒนาด้านการศึกษา โดยปรับทักษะให้เชื่อมโยงกับภูมิภาค รวมทั้งการขยายเทคโนโลยีดิจิทัลไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน โดยเฉพาะภาคการเกษตร
ข้อมูลสถาบันเครดิตสวิส ระบุว่า รัสเซีย ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีช่องว่างรายได้มากที่สุดในโลก โดยความมั่งคั่ง กว่าร้อยละ 74.5 ของทั้งประเทศ กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคนร่ำรวยที่สุด ซึ่งมีเพียงร้อยละ 1 ของประเทศ
ส่วนอันดับ 2 คือ อินเดีย มีความมั่งคั่ง ร้อยละ 58.4 ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นอันดับ 3 ร้อยละ 58 ถูกควบคุมโดยคนร่ำรวยที่สุด ร้อยละ 1 ของประเทศ อันดับถัดไป ได้แก่ อินโดนีเซีย , บราซิล , จีน , สหรัฐฯ , แอฟริกาใต้ , และเม็กซิโก