ไม่พบผลการค้นหา

Thailand

นาซ่า บุก อาเซียน
Jun 18, 2012
( Last update Jun 18, 2012 09:33 )
"นาซ่า"จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานสำรวจเมฆ เป็นการเข้ามาถูกจังหวะเพื่อสร้างความร่วมมือ หรือเข้ามาเพื่อต่อกรกัน ระหว่าง "พญาอินทรี กับ พญามังกร"

"นาซ่า"จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานสำรวจเมฆ เป็นการเข้ามาถูกจังหวะเพื่อสร้างความร่วมมือ หรือเข้ามาเพื่อต่อกรกัน ระหว่าง "พญาอินทรี กับ พญามังกร"

 

การประชุมร่วมระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ผบ.ทอ. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.  พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป เมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

 

เพื่อหารือกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยกองทัพของสหรัฐฯขอใช้เพื่อเป็น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (องค์การนาซ่า) ขอใช้เพื่อจอดอากาศยานขึ้นบินเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศนั้น แม้จะเข้ามาในช่วงสั้นๆแค่ 2 เดือน แต่ก็เป็นเรื่องที่มีหลายมุมมองจับตาปฏิกิริยาครั้งนี้

 

เนื่องจาก การกลับมาของสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้สนามบินอู่ตะเภาในครั้งนี้ นอกจากการวิเคราะห์ผลได้ผลเสียในความร่วมมือครั้งนี้ หลายชาติในอาเซียนยังตั้งข้อสังเกต การเปิดประตูต้อนรับ "ชาติมหาอำนาจ" ยักษ์ใหญ่จากแดนลุงแซมเช่นกัน

 

ประเด็นแรก เป็นความเพียรพยายามมานานแล้วที่สหรัฐอเมริกา ต้องการเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในภูมิภาคนี้ การที่ไทยในฐานะมิตรเก่า เปิดประตูต้อนรับการกลับมาใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพอวกาศ เพื่อภารกิจสำรวจเมฆ สำรวจอากาศ เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่อย่างไร เนื่องจากทราบกันดีว่า มหาอำนาจอย่างจีน ได้แผ่อิทธิพลทางการค้าการลงทุน เข้ามาในหลายชาติย่านอินโดจีน จึงอาจมองได้ว่า นี่คือการ ประลองกำลังระหว่างพญาอินทรีย์ กับพญามังกร โดยใช้สนามอาเซียนเป็นเวทีโชว์ฤทธานุภาพหรือไม่

 

แต่ประเด็นนี้ต้องไม่ลืมว่า เมื่อครั้งสงครามอินโดจีน ครั้งที่ 2 หรือสงครามเวียดนาม สหรัฐฯได้เข้ามาใช้ 5 สนามบินในเมืองไทย เป็นฐานทัพ ประกอบด้วย สนามบินอุดรธานี สนามบินอุบลราชธานี สนามบินตาคลี จ.นครสวรรค์ สนามบินนครราชสีมา และสนามบิน อู่ตะเภา จ.ชลบุรี ซึ่งทั้ง 5 แห่ง เป็นฐานที่มั่นของเครื่องบินรบ และเครื่องบิน B-52 เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดยักษ์ จอมทำลายล้างกลางเวหา

 

ซึ่งมีข้อมูลว่า ตลอดการทำสงคราม B-52 ได้ลำเลียงระเบิดไปบอมบ์ใน 3 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รวมน้ำหนักประมาณ 10 ล้านตันโดยลาวแบ่งไปประมาณ 2 ล้านตัน กัมพูชาประมาณ 3 ล้านตัน และเวียดนามรับส่วนแบ่งที่เหลือไปร่วม 5 ล้านตัน อำนาจการทำลายล้างไม่ต้องพูดถึง ทั้งบอมบ์บี้ นาปาล์ม ยังสร้างภาพหลอนให้คนรุ่นเก่าไม่จาง และเป็นอีกปมหนึ่งที่ ชาติเพื่อนบ้าน มองไทยว่า ไปชักชวนคนนอกมาถล่มเพื่อนบ้านกันเอง เป็นปมลึกๆทางประวัติศาสตร์ที่มีการหยิกแกมหยอกในการประชุมอาเซียนหลายครั้ง การเข้ามาของนาซ่า ด้วยการถือธงสันติภาพนำหน้า ต้องฟังเสียงเพื่อนบ้านจะคิดเห็นกันอย่างไร เพราะอีก 3 ปี เราก็เปิดรั้วเชื่อมต่อชาติอาเซียนกันแล้ว

 

ประการที่สอง การเจรจากับจีน โดยเฉพาะเรื่องโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง จากจีนผ่านมาลาว เข้ามาไทย ที่ขณะนี้กำลังหาทางลงเรื่อง การกำหนดเส้นทาง เพราะไทยว่าอย่าง จีนอยากได้อีกอย่าง การมีแบ็กอัพเข้ามาแบบนี้ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการบอกอะไรให้จีนได้รู้หรือไม่ว่า อย่าใช้กำลังบีบอย่างเดียว หรือมากไปกว่านั้น อาจทำให้จีนต้องเพิ่มไมตรีกับไทยให้มากขึ้น เพราะขณะนี้เรามีอำนาจเพื่อถ่วงดุลย์เช่นกัน

 

ส่วนประการสุดท้ายการเข้ามาของนาซ่า อาจจะเป็นการปูทางเพื่อเตรียมต้อนรับ 6กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯที่จะย้ายการประจำการจากภาคพื้นแอตแลนติก มาประจำการในภาคพื้นแปซิฟิก ในปี 2020ตามคำแถลงอย่างเป็นทางการของ ลีออน พาเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่กล่าวในที่ประชุมความมั่นคงระหว่างประเทศที่สิงคโปรก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ปฏิเสธในคราวเดียวกันว่า มิได้เป็นการโยกกองกำลังทหาร เพื่อคานอำนาจของจีน

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องความร่วมมือลักษณะนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะมาเลเซียก็เคยทำความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ในการให้เครื่องบินสำรวจทรัพยากร เข้ามาสำรวจในมาเลเซีย เพื่อทำแผนที่ทางทรัพยากร โดยใช้ระบบของอเมริกันทั้งหมด ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวก็สร้างประโยชน์ให้กับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี มองในทางที่ดี นี่ก็อาจเป็นการจับมือกันเพื่อสร้างประโยชน์เพื่อภูมิภาคก็เป็นได้

 

ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยืนยันว่า องค์การนาซาได้ทำหนังสือมายังกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อที่จะขอมาสำรวจเมฆเพื่อใช้ในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งตอนนั้นได้มีการประชุมฝ่ายความมั่นคงกระทรวงวิทยาศาสตร์ กองฝนหลวง กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็มีข้อห่วงใยในการที่จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งต้องบินผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ทางไทยจึงให้องค์การนาซาเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านก่อน ซึ่งในที่สุดก็ไม่มีใครคัดค้าน องค์การนาซาจึงทำหนังสือมาถึงตนอีกครั้ง เมื่อต้นเดือนมฺิ.ย.ที่่ผ่านมา และมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ไปแล้ว

 

ซึ่งองค์การนาซาต้องการใช้สถานที่อู่ตะเภาแค่ 2 เดือน คือ เดือน ส.ค. และ ก.ย. โดยจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยขึ้นบินด้วยทุกครั้ง เพื่อเอาตัวอย่างของเมฆไปวิเคราะห์ ส่วนที่มีความห่วงใยว่าสหรัฐฯจะมาถ่ายภาพละเห็นกองกำลังของฝ่ายความมั่นคงไทยนั้น ยืนยันว่าจะไม่เกี่ยวกันเลย อีกทั้งองค์การนาซาที่จะเข้ามา ก็ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ที่ฮ่องกงมาก่อนแล้ว ซึ่งฮ่องกงก็อยู่ในดินแดนของประเทแศจีนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
           

"การที่หลายฝ่ายอกมาพูด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ทำให้เกิดปัญหา ในข้อเท็จจริงนาซาเข้ามาใช้งานแค่2เดือน มาแค่เก็บตัวอย่างเมฆเท่านั้น โดยจะบินมาเข้ามาทางประเทศสิงคโปร์และมาไทย เพื่อมาดูในเรื่องภัยพิบัติ และการพยากรณ์อากาศ"รมว.ต่างประเทศ ระบุ

 

ส่วนเมื่อ จีไอ ยกพลมาจริง นอกจาก "พัทยา" จะบูมอีกครั้ง แล้วจะมีอะไรดีขึ้นมาอีกรอบ !!!

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog