อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน และเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในปีนี้ มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันให้อาเซียนมีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางของประเทศสมาชิก
หนังสือพิมพ์เดอะจาการ์ตา โพสต์ ได้ตีพิมพ์บทความของจูซุฟ วานันดิ นักวิชาการประจำศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา ของอินโดนีเซีย เรื่อง "การประชุมสุดยอดอาเซียน 2011 และนัยสำคัญ" ซึ่งกล่าวถึงบทบาทของประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน และเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 19 ที่บาหลี ในปีนี้ และถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่อินโดนีเซียมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน
ครั้งแรกที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปี 2519 อาเซียนได้ประกาศปฏิญญาบาหลีฉบับที่ 1 หรือ Bali Concord I ซึ่งช่วยวางรากฐานสำคัญให้กับอาเซียน โดยเสนอวัตถุประสงค์และโครงสร้างของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก กำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา และมีการลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือ เพื่อยึดเป็นพื้นฐานในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ
ในคราวที่อินโดนีเซียจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ปี 2546 อาเซียนได้ประกาศปฏิญญาบาหลีฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งประชาคมอาเซียน ซึ่งกำหนดให้มี 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมความมั่นคงและการเมือง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคม-วัฒนธรรม
ส่วนการประชุมในปีนี้ อาเซียนมีแผนที่จะออกปฏิญญาบาหลีฉบับที่ 3 ซึ่งจะกำหนดบทบาทและทิศทางของประชาคมอาเซียนในเวทีโลก
อินโดนีเซียนมีบทบาทนำในอาเซียนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน อินโดนีเซียมักจะนำเสนอแนวความคิดและโครงการใหม่ต่ออาเซียน ในปีนี้ อินโดนีเซียได้มีความริเริ่มที่สำคัญ 4ประการ ประการแรก คือ การเสนอตัวเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องเขตแดนรอบปราสาทเขาพระวิหาร
ประการที่สอง นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย ได้พยายามผลักดันให้พม่าเปิดกว้างทางด้านการเมืองมากขึ้น และเร่งปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อให้พม่าก้าวทันโลกไปพร้อมกับประเทศอื่นในอาเซียน
ประการต่อมา การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกซึ่งเป็นเวทีหนึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ มีสหรัฐอเมริกา และรัสเซียเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการสร้างระเบียบและสถาบันความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และวาระที่ชัดเจนมากขึ้น
ประการสุดท้าย อินโดนีเซียยังได้ริเริ่มการผลักดันให้มีการเจรจาเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้ จนเกิดปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยธำรงสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทที่สำคัญที่สุดของอาเซียนคือการสร้างกฎระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในหมู่ประเทศสมาชิก ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพอยู่ในภูมิภาคอาเซียน
Produced by Voice TV