ไม่พบผลการค้นหา
เราอาจเคยเห็นสถานที่แห่งนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้วกลับมีความหมายมากมายซ่อนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ 'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย'

เราอาจเคยเห็นสถานที่แห่งนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้วกลับมีความหมายมากมายซ่อนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ 'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย' 

ในวันนี้ (24 มิ.ย.) เป็นวันครบรอบปีที่ 83 ของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่การปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น ได้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยกลุ่มที่เรียกตนเองว่า 'คณะราษฎร'

ความสำคัญของ วันที่ 24 มิถุนายน ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในเมื่อ 7 ปี ต่อมาหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราษฎรได้มีความพยายามที่จะสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงความสำเร็จที่ได้ก่อกำเนิดประชาธิปไตยให้กับสังคมไทย ภายใต้รูปแบบของ 'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย'

'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย' ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางวนเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ เริ่มก่อสร้างขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 โดยเป็นดำริการก่อสร้างของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่ต้องการให้มีอนุสรณ์สถานให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงความสำคัญของประชาธิปไตย และมีการมอบหมายให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมและดูแลการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้

องค์ประกอบส่วนใหญ่ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น ล้วนมีความหมายแอบแฝงอยู่ โดยปีกทั้ง 4 ด้านของอนุสาวรีย์มีความสูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร ซึ่งหมายถึง วันที่ 24 ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองนั่นเอง นอกจากนี้บริเวณปีกทั้ง 4 ด้าน ยังประกอบไปด้วยลายปั้นนูนที่บ่งบอกถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎร ตั้งแต่การนัดหมาย แยกย้าย ตลอดจนถึงก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

นอกจากนี้อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังประกอบไปด้วย ปืนใหญ่โบราณอีกจำนวน 75 กระบอก โดยที่ปากกระบอกของปืนใหญ่จะฝังลงใต้ดิน ซึ่งหมายถึง ปีที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากเลข 75 นั่นเอง และบริเวณรอบๆ ฐานของอนุสาวรีย์ยังได้มีโซ่เหล็กคล้องเชื่อมต่อกันไว้ จะเว้นเฉพาะทางขึ้นและทางลงเท่านั้น อันเป็นสัญลักษณ์หมายถึง ความพร้อมเพรียงและความสามัคคีของคณะราษฎร

สำหรับพานทูนฉบับรัฐธรรมนูญ ที่ตั้งอยู่บนยอดของป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ มีความสูง 3 เมตร ซึ่งมีความหมายคือ เดือนสามหรือเดือนมิถุนายน ที่เป็นเดือนของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (ในขณะนั้นยังนับเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปี) และยังหมายถึงอำนาจอธิปไตยทั้งสามภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้แก่ อำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ อีกด้วย

ส่วนพระขรรค์จำนวน 6 เล่ม ที่อยู่บริเวณรอบๆ ป้อมของอนุสาวรีย์ มีความหมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎรที่ใช้ในการบริหารประเทศ ประกอบด้วย เอกราช ความปลอดภัย เสรีภาพ ความเสมอภาค การศึกษา และเศรษฐกิจ นั่นเอง

'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย' ได้กลายเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในการแสดงออกและชุมนุมทางการเมืองของไทยมาทุกยุคทุกสมัย และยังเป็นสถานที่จารึกเหตุการณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มามากมาย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้กลายเป็นเครื่องหมายทางการเมืองที่สำคัญและเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประเทศไทยปกครองอยู่ภายใต้ 'ระบอบประชาธิปไตย' จนถึงทุก 'วันนี้'

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปประกอบ : loadebookstogo  wikipedia  ptcdn   

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog