ไม่พบผลการค้นหา
อย.รุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคลอโรฟิลล์ตามที่เป็นข่าว พบมีการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงว่าบำรุงร่างกาย พบแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นลูกค้า ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด วอนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อ

อย.รุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคลอโรฟิลล์ตามที่เป็นข่าว พบมีการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงว่าบำรุงร่างกาย พบแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นลูกค้า ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด วอนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อ 

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ โฆษณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคลอโรฟิลล์ว่า “เยี่ยมน้าเพิ่งคลอดได้ 7 วัน นี่คือเด็ก 7 วัน เด็กหนักเกือบ 5 กิโลกรัม เพราะตอนท้องทานคลอโรฟิลล์ คลอดออกมาก็ดื่มต่อเนื่อง ร่างกายแข็งแรงมาก” นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยผู้บริโภค เกรงจะตกเป็นเหยื่อและหลงเชื่อหาซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคลอโรฟิลล์ดังกล่าวมารับประทาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการกล่าวอ้างของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคลอโรฟิลล์ดังกล่าว และพบการกล่าวอ้างโฆษณาเกินจริงทางเว็บไซต์ http://www.facebook.com/pages/คลอโรฟิลล์-บ้านสมุนไพรชัยมงคล/372000619543552 และ http:www.bansamonprai.com/bigchlorophyll1.html 

จากการตรวจเลขสารบบอาหาร 21-4-00449-1-0001 เป็นผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ชนิดน้ำ แจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตราบ้านสมุนไพร ผลิตโดย บริษัท บ้านสมุนไพรชัยมงคล จำกัด จังหวัดระยอง และพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตจากอัลฟัลฟ่า (alfalfa) สกัด ซึ่งอยู่ในรูปของ โซเดียม คอปเปอร์ คลอโรฟิลล์ (sodium copper chlorophyllin) ทั้งนี้ มีรายงานวิจัยถึงความเป็นไปได้ของ คอปเปอร์ คลอโรฟิลล์ ว่าเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (bioactive compound) ที่มีศักยภาพในเรื่องของการต้านการกลายพันธุ์ ต้านสารก่อมะเร็ง และต้านอนุมูลอิสระ แต่กลไกดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานถึงการบริโภคคลอโรฟิลล์อาจทำให้เกิดอาการแพ้ มีผื่นคัน และอุจจาระร่วงได้ รวมทั้งพบว่าลิ้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือดำ และทำให้สีของปัสสาวะ หรืออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีเขียวในผู้บริโภคบางรายอีกด้วย ดังนั้น การโฆษณาว่า น้ำคลอโรฟิลล์ สามารถช่วยขับสารพิษ สารตกค้างต่าง ๆ ทำให้ผิวพรรณสดใส บรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ หรือช่วยให้เด็กทารกแข็งแรงกว่าปกตินั้น จึงยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติตามที่กล่าวอ้างจริง
กรณีมีการการอ้างถึง นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นลูกค้าของบ้านสมุนไพรดังกล่าว ขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อการแอบอ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย

เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนว่า มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ และถ้าหากอยากได้รับคลอโรฟิลล์ เพียงรับประทานผักมาก ๆ นอกจากร่างกายจะได้รับคลอโรฟิลล์แล้ว ยังได้รับใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายอีกด้วย ที่สำคัญ อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามารถรักษาหรือป้องกันโรคได้ นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายโดยคาดไม่ถึง ที่สำคัญ มีข้อห้ามบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในเด็ก และสตรีมีครรภ์เด็ดขาด พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีการต่าง ๆ ในลักษณะที่เกินเลยความเป็นจริง ซึ่งโทษของการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ 

มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการลักลอบใส่สารอันตรายถือเป็นการเข้าข่ายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง เช่น รักษาสารพัดโรค ช่วยในการลดน้ำหนัก บำรุงร่างกาย ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ หรือโฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยการขายตรง ขอให้แจ้งร้องเรียนมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อทางราชการจะได้ตรวจสอบและ ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog