ไม่พบผลการค้นหา
พาณิชย์ เผยหากปิดด่านค้าชายแดนค้าไทย-เมียนมา เสียหายเฉียด 300 ล้านบาทต่อวัน ปี 2563 ไทยส่งออกไปเมียนมากว่า 1.1 แสนล้านบาท

แม้ว่าสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในเมียนมา ภาคเอกชนไทยจะเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่ายังไม่สามารถประเมินผลกระทบแบบกลมๆได้ เพราะต้องรอนโยบายที่ทหารเมียนมาจะดำเนินการก่อน แต่หลายฝ่ายยังมีความเป็นกังวลต่อสถานการณ์นี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาเศรษฐกิจเมียนมาอยู่ 


ไทยส่งออกเมียนมากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี

นอกเหนือจากการลงทุนไทยในเมียนมาที่สูงแล้ว ข้อมูลสถิติการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนชัดเจนว่า เมียนมา คือ คู่ค้าที่สำคัญของไทย โดยการส่งออกสินค้าไทยไปยังเมียนมา ณ ปัจุบัน พบว่า สูงกว่า 1 แสนล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นจาก 65,000 ล้านบาท ในปี 2553 เป็น 1.3 แสนล้านบาทในปี 2562 แม้จะลดลงในปี 2563 จากสถานการณ์การแพร่ะราดของโควิด-19 แต่ยังอยู่ในระดับที่ 1 แสนล้านบาท


น้ำมัน-เครื่องดื่ม สินค้าส่งออกสำคัญ

โดยสินค้าส่งออกไทยไปเมียนมาที่สำคัญในปีที่ผ่านมา คือ เครื่องดื่ม สุราและน้ำส้มสายชู เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้้ามันแร่และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นสิ่งดังกล่าวสารบิทูมินัส ไขที่ได้จากแร่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บอยเลอร์ เครื่องจักร แทรกเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า ของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก

นอกจากนี้ยังมีของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้งสตาร์ชหรือนม ผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกเพสท ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้ำ เกลือ กำมะถัน ดิน หิน วัตถุจำพวกปลาสเตอร์ ปูนขาว ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม ยางและของที่ทำด้วยยาง รวมถึงเครื่องสำอางต่างๆ

แม้ว่าในปีล่าสุดไทยจะเกินดุลการค้าประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่หากการค้าไทย-เมียนมาหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะสินค้ารายหลายการ โดยเฉพาะน้ำมัน และเชื้อเพลิง ไทยยังต้องจำเป็นนำเข้าจากเมียนมา


ปิดด่านค้าชายแดนเสียหายไม่ต่ำกว่า 285 ล้านบาทต่อวัน

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า การนำเข้า-ส่งออก ระหว่างไทย-เมียนม่า ขณะนี้ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่มีเขตติดกับเมียนมา รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง 3 เวลา (เช้า-กลางวัน-เย็น) เพราะหาก 3 ด่านจาก 21 ด่านที่เปิดเข้า-ออกอยู่ คือ แม่สาย แม่สอด และระนอง ไม่สามารถส่งออก-นำเข้าได้ คาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อวันจะสูงถึง 285 ล้านบาท


เมียนมา หนทางรอดผู้ประกอบการไทย

ก่อนหน้านี้การส่งออกสินค้าของไทยได้รับแรงกดดันจากตลาดหลัก ทั้งจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงประกาศตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยโดยตรง หนึ่งในแนวทางผลักดันการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์คือการหาตลาดใหม่ หนึ่งในนั้น คือ CLMV ที่มีเมียนมาอยู่ด้วย

ดังนั้นเมียนมาจึงนับเป็นทางรอดใหม่ที่จะให้โอกาสกับสินค้าไทยได้เติบโตต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของเมียนมาที่มีแนวโน้มเติบโต แต่หากตลาดใหม่ที่ว่ามีปัญหาที่ทำให้การค้าไทยหยุดชะงักลง หรือเศรษฐกิจเมียนมาชะลอตัวลงจะยิ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าไทย ผู้ประกอบการไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง