'มนพร เจริญศรี' สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 เมื่อวันนี้ 30 มิถุนายน 2569 โดยกล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวงเงินงบประมาณ 120,603,160,600 บาท เงินนอกงบประมาณ 351,000,000 บาท สะท้อนให้รัฐบาลเห็นว่าเป็นงบประมาณ ที่เป็นความหวังคนยากคนจน เกษตรกรไทย เชื่อว่ามีผลต่อการแก้ปัญหาปากท้อง รวมถึงค่าครองชีพเกษตรกร ปัจจุบันยอมรับค่าครองชีพในครัวเรือน รวมถึงต้นทุนการเกษตรสูง ถือว่าเกษตรกรไทยอยู่ท่ามกลางวิกฤติ ยิ่งเกิดภัยสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อต้นทุนหลายด้าน รวมถึงต้นทุนปุ๋ย เพิ่มขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ราคาขายกับตกต่ำ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเคยให้คำมั่นสัญญาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ จึงเป็นการสะท้อน แนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร
จึงขอเสนอแนะรัฐบาล ให้มีการจัดสรรงบประมาณ ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ตรงความต้องการประชาชน โดยการจัดสรรงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปด้วยกัน ยกตัวอย่างการเพิ่มงบประมาณของสำนักงานการพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) 130 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 355 เปอร์เซ็นต์ เพื่อวิจัยพืชทนแล้ง และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อนำนวัตกรรมสอดรับกับกฏิกาโลกด้านสิ่งแวดล้อม แต่ไม่มีการวางโครงสร้างพื้นฐานจากความเป็นจริง หรือความต้องการประชาชน
ทั้งนี้ สส.มนพร เจริญศรี เสนอรัฐบาลพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องมีข้อมูลแม่นยำ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร แบบบูรณาการ กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับงบประมาณ 5,674 ล้านบาท แต่ในสัดส่วนกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นงบดำเนินการ เหลืองบลงพื้นที่จริงแค่ 1,043 ล้านบาท ถือว่าไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนนำโครงการพัฒนาส่งถึงมือเกษตรกรได้
ในส่วนของกรมการข้าว ถือว่าสำคัญดูแลเรื่องเมล็ดพันธุ์คุณภาพ ได้รับงบประมาณ 3,948 ล้านบาท แต่งบส่วนใหญ่กว่า 1,951 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน จากงบประมาณ ปี 2569 ส่วนใหญ่เป็นงบโครงสร้างพื้นฐาน แต่กรมการข้าวได้รับงบจัดสรร เพียง 487 ล้านบาท ทั้งที่ต้องดูแลส่งเสริมการปลูกข้าว ในส่วนโครงการข้าวคาร์บอนต่ำ ได้รับงบเพียง 76 ล้านบาท โครงการไบโอแมส ได้รับงบเพียง 43 ล้านบาท เท่ากับว่ากรมวิชาการเกษตร ได้รับงบ 3,792 ล้านบาท ข้อเท็จจริงคือ 58 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2,212 ล้านบาท เป็นงบบุคลากร ทำให้เหลือโครงการพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช แค่ 65 ล้านบาท อีกทั้งการแก้ปัญหาสารปนเปื้อนสินค้าการเกษตร กับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ที่เพียงพอ
มาถึงกรมปศุสัตว์ ถูกปรับงบลง 130 ล้านบาท ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้าง ต่อระบบการผลิตอย่างเป็นระบบ กระทบการผลิตพันธุ์สัตว์ นอกจากนั้นปัญหากลไกภาครัฐไม่สนับสนุน การผลิตต้นน้ำ เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร ทำให้เกษตรกรแบกรับต้นทุน
สุดท้าย สส.มนพร เจริญศรี ได้ย้ำอีกว่า ในการอภิปรายครั้งนี้ ไม่ได้ปฏิเสธการจัดสรรงบประมาณ แต่เป็นการชี้ช่องให้เห็นว่า รัฐบาลต้องมีการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงจุดกับความต้องการพี่น้องประชาชน ตามสัญญาที่ให้กับประชาชนคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพิ่มเงินในกระเป่า สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเกษตรกรไทย ถือเป็นความอยู่รอดภาคเกษตรกร ทั้งหมดเราจะเห็นว่ารัฐบาล ตั้งงบกลางไว้ 693,880 ล้านบาท ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด จึงฝากนายกรัฐมนตรี พิจารณา จัดสรรงบประมาณงบกลาง ที่ถูกตัดไปในชั้นของงบประมาณ มาเติมเต็มในส่วนที่มีการอภิปราย ยืนยันของรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 และขอส่งความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ ไปให้กรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาในวาระที่สองต่อไป